
คลัง-ธปท.มั่นใจสหรัฐอัดฉีดไม่กระทบค่าเงิน
กรณ์เผยหลังถกผู้ว่าธปท. มั่นใจธนาคารกลางสหรัฐอัดฉีดเงินเข้าระบบไม่ส่งผลต่ออัตราแลกเปลี่ยนของไทยในระยะสั้น
กรณ์เผยหลังถกผู้ว่าธปท. มั่นใจธนาคารกลางสหรัฐอัดฉีดเงินเข้าระบบไม่ส่งผลต่ออัตราแลกเปลี่ยนของไทยในระยะสั้น
นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กล่าวว่า ได้หารือกับนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อเตรียมวิธีการและนโยบายที่เหมาะสม ไว้รองรับในกรณีที่การดำเนินมาตรการนโยบายการเงินผ่อนคลายเชิงปริมาณรอบ 2 หรือ QE2 ของธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยแล้ว
อย่่างไรก็ตาม การออกมาตรการ QE2 ของเฟด เป็นเรื่องที่ตลาดการเงินรับรู้ล่วงหน้าแล้ว ทำให้เงินสกุลเหรียญสหรัฐอ่อนค่าลง และหากการอัดฉีดเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐครั้งนี้เป็นไปตามที่ตลาดเงินคาด 5-7.5 แสนเ้หรียญสหรัฐ ในรอบแรก ก่อนที่จะมีการอัดฉีดเพิ่มเติมในรอบ เชื่อว่าจะไม่ส่งผลต่ออัตราแลกเปลี่ยนของไทยในระยะสั้น
นายกรณ์ กล่าวว่า ในระยะยาวเงินเหรียญสหรัฐจะอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ผู้ประกอบการจะต้องปรับตัว ใช้ประโยชน์จากค่าเงินบาทแข็งค่า ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ ได้ปรับบทบาทจากองค์กรที่ต้องส่งเสริมให้นักลงทุนต่างประเทศเข้ามาลงทุนในไทย เป็นผู้แนะนำให้ผู้ประกอบการไทยไปลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น
ขณะเดียวกันรัฐบาลจะเร่งออกมาตรการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไปลงทุนในต่างประเทศ กำหนดยุทธศาตร์การทำการค้า ซึ่งที่ผ่านมาได้หารือกับภาคเอกชนถึงความต้องการในด้านต่างๆ แล้ว คาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็วๆ นี้
นายกรณ์ กล่าวว่า ประธานธนาคารไอซีบีซี ของจีน ได้นำนักลงทุน และบริษัทเอกชน รวมกว่า 30 บริษัท เข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังด้วย โดยได้สอบถามถึงสถานการณ์ทางการเมืองในไทย แต่จากเหตุการณ์รุนแรงที่ผ่านมาที่รัฐบาลสามารถแก้ไขปัญหาได้ ไม่ส่งผลกระทบต่อนักธุรกิจต่างประเทศที่เข้ามาลงทุนในไทย ทำให้นักลงทุนจีนเชื่อว่าการลงทุนในไทยยังน่าสนใจและมีความมั่นคง
สำหรับในวันพรุ่งนี้ ธนาคารไอซีบีซี จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ หลังจากได้เข้ามาซื้อหุ้นของธนาคารสินเอเชีย ในส่วนที่กระทรวงการคลังถือหุ้นอยู่ ซึ่งการเปิดให้จีนเข้ามาทำธุรกิจการเงินครั้งนี้ จะทำให้เกิดการแข่งขันในระบบสถาบันการเงินของไทยเพิ่มขึ้น ส่งผลดีต่อการให้บริการทางการเงินแก่ประชาชน รวมทั้งคาดหวังว่าการลงทุนครั้งนี้จะเป็นตัวเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างการลงทุนของรัฐบาลไทยและจีนในอนาคต







