
4 ปีฟื้นเชื่อมั่น เศรษฐกิจขยายตัว
นับแต่วันที่ 22 พ.ค. 2557 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
นับแต่วันที่ 22 พ.ค. 2557 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารประเทศตามโรดแมปจนประเทศไทยจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค.นี้ จึงถือโอกาสแถลงผลการดำเนินงานปีที่ 4 ของรัฐบาล โดย พล.อ.ประยุทธ์ แถลงว่า ทุกคนทราบดีว่าในช่วงก่อนที่รัฐบาลและ คสช.เข้ามา ประเทศมีวิกฤตการเมือง มีการทะเลาะเบาะแว้ง เศรษฐกิจหยุดชะงักหลายอย่างมีปัญหาไปหมด จึงเป็นเหตุผลและความจำเป็นที่ คสช. ตัดสินใจเข้ามาควบคุมสถานการณ์ สำหรับผลงานรัฐบาลได้แก้ปัญหาเร่งด่วน อาทิ การแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งแม้ดัชนีชี้วัดจะถูกลดอันดับลง แต่ในประเด็นย่อยดีขึ้น ที่ผ่านสถานการณ์โดยรวมของประเทศถือว่าดีขึ้น เศรษฐกิจขยายตัว ดัชนีชี้วัดและการจัดอันดับต่างๆ ดีขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งตัวเลขมีความสำคัญ ขออย่าไปบิดเบือน
ทั้งนี้ ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งมียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพื่อการพัฒนาประเทศอย่างชัดเจน มีการสอบถามความเห็นของประชาชน สำหรับยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง เราต้องสร้างประเทศชาติให้มั่นคง ประชาชนมีความสุข ปลอดภัย และมีความสงบเรียบร้อย และการรักษาอธิปไตยตามแนวชายแดนหากไม่มีกำลังทหารก็จะเละกว่านี้ จึงต้องรักษาความสงบ ขณะที่การปฏิรูปตำรวจ มีการร่างกฎหมายหลายฉบับ รวมถึงการแก้ปัญหาการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจและยกระดับการบริการ
“การแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้มีกระบวนการพูดคุยสันติสุข ที่ต้องทำให้สังคมโลกเห็นว่าเราทำตามมาตรฐานสากล ไม่ได้เป็นการเจรจา เพราะเราไม่ได้ไปรบกับใคร ซึ่งเมื่อการแก้ปัญหาดีขึ้น สถิติการก่อเหตุลดลง” นายกรัฐมนตรี กล่าว
ขณะที่ด้านการต่างประเทศช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ได้สร้างความภาคภูมิใจและได้รับการยอมรับมากขึ้น ซึ่งเกิดจากการแก้ปัญหาของไทย แต่ไม่ใช่หยุดและเลิกเลย เพราะมีคนจ้องโจมตีอยู่ทั้งคนที่บริสุทธิ์และไม่บริสุทธิ์ ทำให้ทำงานได้ช้าและขัดแย้ง ซึ่งการเยือนต่างประเทศตนไปครบทุกภูมิภาคถึง 64 ครั้ง รวมถึงประเทศที่เป็นประชาธิปไตยก็ตอบรับอย่างดี ย้ำว่าไม่ได้ไปซื้อของหรือไปเที่ยว เข้าใจกันหรือไม่ เป็นการเจรจาเรื่องการค้าขาย การกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทั้งนี้ประเทศไทยได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานการประชุมอาเซียนในปี 2562 จะต้องทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย อย่าให้เกิดแบบเดิมอีก ทุกคนรู้อยู่แล้วอะไรดีไม่ดี ขณะที่การท่องเที่ยวย้ำว่าคนเข้ามามากขึ้น ดังนั้นอย่าขัดแย้งและอย่าทำร้ายประเทศขยายเรื่องไม่ดีออกไป
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ด้านสาธารณสุข ขยายสิทธิรักษาอย่างเข้าถึงยา 11 รายการ รักษาฟรีโรงพยาบาลรัฐและเอกชน ส่งเสริมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน สนับสนุนอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) เพิ่มค่าป่วยการ 1,000 บาท ศูนย์ดำรงธรรม 3,292 ล้านเรื่อง ยุติ 3,233 ล้านเรื่อง พร้อมรับฟังประชาชนโดยตรง อย่างไรก็ตามในการปฏิรูปงบประมาณจะเอาเงินมากกว่านี้จากที่ไหน เมื่อเสนองบมาก็ลงไปดูไปติดตามสิ่งที่ได้อนุมัติลงไป ไปเก็บข้อมูลเพื่อมาแก้ปัญหา และเยี่ยมประชาชน
“การลงพื้นที่แต่ละครั้งผมไม่ได้ลงไปหาเสียง มีรัฐมนตรีลงไปล่วงหน้า 3-4 วัน มีกิจกรรมต่างๆ มีการพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และหลังจากนี้จะให้ทุกหน่วยงานชี้แจงการดำเนินงาน ทำอะไรไปแล้วต้องพูดไม่เช่นนั้นจะมีการเสนอข่าวเลอะเทอะไปหมด” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว







