
‘ไทยเครดิต’ยกระดับ พ่อค้าแม่ค้า...เรื่องการเงิน
ธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย
โดย ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์
ธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย มุ่งเน้นส่งเสริมด้านการศึกษาเพื่อสร้างโอกาสและความเท่าเทียมทางสังคมผ่าน โครงการไทยเครดิต “คิด” เพื่อสังคมตอบโจทย์สโลแกน “ใครไม่เห็น เราเห็น” ภายใต้แนวคิด “ทุกคนคือคนสำคัญ”
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ธนาคารไทยเครดิต ได้ให้ความสำคัญในการดำเนินงานตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีบนพื้นฐานของความซื่อสัตย์และโปร่งใส ทั้งยังมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อสร้างรากฐานและการเติบโตเชิงพาณิชย์ในระยะยาว
ธนาคารได้ริเริ่มโครงการไทยเครดิต “คิด” เพื่อสังคม หรือ Thai Credit Kit for Society ในปี 2560 ซึ่งมุ่งเน้นให้ความสำคัญใน 4 ด้าน ได้แก่ การศึกษาและเยาวชน การพัฒนาชุมชน การยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ค้ารายย่อย และการสาธารณสุข เพื่อช่วยสร้างโอกาสและความเท่าเทียมทางสังคม ตอบโจทย์สโลแกน “ใครไม่เห็นเราเห็น” ภายใต้แนวคิด “ทุกคนคือคนสำคัญ” ของธนาคาร
ด้วยมีความเชื่อว่า การศึกษาเป็นพื้นฐานการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่มั่นคงและยั่งยืน โครงการเพื่อสังคม ส่วนใหญ่ภายใต้โครงการไทยเครดิต “คิด” เพื่อสังคม จึงมุ่งเน้นไปที่การศึกษา ทั้งการให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการรายย่อยซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของธนาคาร การมอบทุนการศึกษาให้แก่เยาวชน รวมถึงการสนับสนุนอุปกรณ์และของใช้ที่จำเป็นต่อการศึกษาของเยาวชน ผ่านโครงการและกิจกรรมต่างๆ ดังนี้
โครงการ “พ่อค้าแม่ค้าพากเพียร รู้ขยัน รู้ออม รู้วินัย” จุดเริ่มต้นของโครงการ ธนาคารตอกย้ำจุดยืนการเป็นธนาคารเพื่อผู้ประกอบการรายย่อยที่ดีที่สุด ด้วยการริเริ่มโครงการฝึกอบรม “พ่อค้าแม่ค้าพากเพียร รู้ขยัน รู้ออม รู้วินัย” ในปี 2560 ให้ความรู้ด้านการบริหารจัดการการเงินเบื้องต้น ทั้งการสร้างวินัยทางการเงิน การทำบัญชีเบื้องต้น การออมเงิน ให้กับผู้ประกอบการรายย่อย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและการทำธุรกิจของผู้ประกอบการรายย่อยให้สามารถเติบโตพร้อมกับธนาคาร
รอย ออกุสตินัส กุนารา กรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า โครงการ “พ่อค้าแม่ค้าพากเพียร รู้ขยัน รู้ออม รู้วินัย” เกิดจากการที่ธนาคารให้บริการสินเชื่อนาโนและไมโครไฟแนนซ์ เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่พ่อค้าแม่ค้าในการเข้าถึงสินเชื่อในระบบ โดยเป็นแหล่งเงินทุนในการประกอบธุรกิจ ซึ่งเป็นต้นทุนทางการเงินที่ถูกกว่าแหล่งเงินทุนนอกระบบ
แต่ความคาดหวังของธนาคารไม่ต้องการสนับสนุนเงินทุนเพียงอย่างเดียว ธนาคารต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตของพ่อค้าแม่ค้าให้ดีขึ้น มีความรู้ในการจัดการทางการเงินที่ดี รู้จักการทำบัญชีรายรับรายจ่าย ทำให้ทราบต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่แท้จริง และสามารถนำกำไรที่ได้ไปเก็บออม หรือต่อยอดธุรกิจของตนเอง เพื่อให้มีโอกาสเติบโตทางธุรกิจต่อไป จึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้น
โครงการ “พ่อค้าแม่ค้าพากเพียร รู้ขยัน รู้ออมรู้วินัย” ในช่วงแรก จัดขึ้นระหว่างปี 2560 ถึงต้นปี 2561 ธนาคารได้รับความร่วมมือจากบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ในการส่งวิทยากรมาให้ความรู้แก่ผู้เข้าอบรม ซึ่งจัดขึ้นทั้งหมด 6 ครั้ง ใน 6 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ ชลบุรี นครราชสีมา เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช และพระนครศรีอยุธยา
ช่วงที่ 2 ต่อยอดความรู้ด้านธุรกรรมการเงินทางอิเล็กทรอนิกส์
จากความสำเร็จอย่างงดงามของโครงการในช่วงแรก ธนาคารตัดสินใจสานต่อโครงการในช่วงที่ 2 ต่อเนื่องในปี 2561 โดยเนื้อหาการอบรมในช่วงที่ 2 นี้ นอกจากให้ความรู้เรื่องการบริหารจัดการการเงินเบื้องต้นแล้ว ยังมุ่งให้ความรู้ด้านการทำธุรกรรมการเงินทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถปรับตัวให้เข้ากับยุคสังคมไร้เงินสดได้เช่นเดียวกับกลุ่มธุรกิจอื่นๆ
สำหรับการอบรมในช่วงที่ 2 นี้ ธนาคารต้องการให้ผู้ประกอบการรายย่อยได้พัฒนาศักยภาพในการทำธุรกิจของตนเองให้เข้ากับยุคสังคมไร้เงินสดที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ ธนาคารจึงเพิ่มเนื้อหาด้านการทำธุรกรรมการเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ นำมาพูดคุยด้วยภาษาและสื่อการสอนที่เข้าใจง่าย เพื่อให้ผู้ประกอบฏษณรายย่อยเข้าใจและสามารถนำไปใช้งานได้จริง อาทิ การรับชำระเงินด้วย QR Codeการใช้บริการพร้อมเพย์ ซึ่งจะทำให้การทำธุรกิจของผู้ประกอบการรายย่อยสะดวกสบายและปลอดภัยมากขึ้น
นอกจากนี้ ในช่วงท้ายของการอบรม ผู้ประกอบการรายย่อยยังได้พูดคุยปรึกษาปัญหาในการทำธุรกิจและการเข้าถึงสินเชื่อกับผู้บริหารระดับสูงของธนาคารอย่างใกล้ชิดด้วย เพื่อให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถนำไปปรับปรุง ต่อยอด พัฒนาธุรกิจของตัวเองได้
โครงการ “พ่อค้าแม่ค้าพากเพียร รู้ขยัน รู้ออมรู้วินัย” ช่วงที่ 2 จัดอบรม 12 ครั้ง ใน 11 จังหวัด ซึ่งปัจจุบันจัดการอบรมแล้ว 11 ครั้ง ในจังหวัดต่างๆ ได้แก่ กรุงเทพฯ ขอนแก่น เพชรบุรี สงขลา เชียงราย ระยอง อุดรธานี กาญจนบุรี สุราษฎร์ธานี พิษณุโลก และจันทบุรี รวมมีผู้เข้าอบรมกว่า 1,000 คน และได้จัดการอบรมปิดท้ายโครงการที่กรุงเทพฯ อีกครั้งในเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา
นอกจากจังหวัดหลักที่ธนาคารจัดโครงการนี้ธนาคารยังได้ลงพื้นที่จัดฝึกอบรมในชุมชนเป็นกลุ่มย่อย เพื่อให้ผู้ประกอบการรายย่อยที่อยู่ในพื้นที่ตำบลหรืออำเภอเล็กๆ ห่างไกลจากเมืองใหญ่ ได้มีโอกาสเข้าถึงการเรียนรู้เรื่องการบริหารเงินวินัยทางการเงิน และสามารถต่อยอดธุรกิจให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน ซึ่งธนาคารได้ดำเนินการจัดโครงการพ่อค้าแม่ค้าพากเพียรกลุ่มย่อยใน 25 เขตพื้นที่
โครงการ “คิดเพื่อน้องบ่มเพาะลูกไม้ใต้ต้น”
นอกจากให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการรายย่อยแล้ว ธนาคารยังตระหนักถึงความสำคัญในการสนับสนุนด้านการศึกษาของเยาวชนลูกหลานของผู้ประกอบการรายย่อยที่จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศในอนาคต ซึ่งหลายคนมีผลการเรียนดี ความประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ธนาคารจึงริเริ่มโครงการ “คิดเพื่อน้องบ่มเพาะลูกไม้ใต้ต้น” ในปี 2560 จัดประกวดเรียงความชิงทุนการศึกษารวมมูลค่า 1 ล้านบาท ทั่วประเทศ ภายใต้หัวข้อ “ครอบครัวของฉัน ความภูมิใจที่เกิดเป็นลูกแม่ค้า” โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็นระดับชั้นประถมศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า และระดับอุดมศึกษาหรือเทียบเท่า
รอย ออกุสตินัส กุนารา กล่าวว่า ที่มาของโครงการเกิดมาจากการประกวดเรียงความในโครงการคิดเพื่อน้องบ่มเพาะลูกไม้ใต้ต้น เป็นโครงการที่ธนาคารตั้งใจทำขึ้นเพื่อให้โอกาสทางการศึกษาและพัฒนาเยาวชนไทย รวมถึงปลูกฝังค่านิยมให้เยาวชนเห็นความสำคัญของการศึกษา และเห็นคุณค่าในอาชีพค้าขาย ซึ่งเป็นหนึ่งในอาชีพหลักของผู้ปกครองของเยาวชน ซึ่งการประกวดในปีแรกมีน้องๆ นักเรียน นักศึกษาให้ความสนใจส่งผลงานเข้าประกวดเป็นจำนวนมาก ทำให้รู้สึกภูมิใจในตัวน้องๆ ทุกคน ที่สามารถทำผลงานออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม
ด้วยกระแสตอบรับอย่างดีจากเยาวชนลูกหลานผู้ประกอบการรายย่อยที่ส่งผลงานเรียงความเข้าร่วมประกวดเป็นจำนวนมาก ในปี 2561 ธนาคารได้สานต่อโครงการ “คิดเพื่อน้องบ่มเพาะลูกไม้ใต้ต้น” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยในปีนี้จัดประกวดภายใต้หัวข้อ “ฮีโร่ของฉันอยู่ในตลาด” โดยมีแนวคิดว่า ฮีโร่ไม่จำเป็นต้องมีอำนาจหรือพลังวิเศษ อาจเป็นแค่คนธรรมดาแต่มีหัวใจที่ยิ่งใหญ่ เป็นฮีโร่ในสายตาของเยาวชนที่พร้อมจะทำแต่สิ่งที่ดี ช่วยเหลือคนรอบข้างหรือคนในครอบครัวให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น







