posttoday
ปีที่โลกร้อนที่สุด

ปีที่โลกร้อนที่สุด

13 มกราคม 2562

ข่าวร้ายด้านสิ่งแวดล้อมมาถึงตั้งแต่ต้นปี

โดย ธเนศน์ นุ่นมัน ภาพ : เอพี 

ข่าวร้ายด้านสิ่งแวดล้อมมาถึงตั้งแต่ต้นปี จากกรณีที่องค์การบริหารสมุทรศาสตร์และบรรยากาศแห่งชาติ ของสหรัฐอเมริกา (National Oceanic and Atmospheric Administration) และอีกหลายหน่วยงานออกมาระบุตรงกันว่ามีโอกาสสูงถึง 80% ที่จะเกิดปรากฏการณ์เอลนินโญ (El Nino) จนถึงสิ้นเดือน ก.พ.นี้

ปรากฏการณ์ดังกล่าวจะส่งผลให้ปีนี้จะเป็นปีที่มีอากาศร้อนสาหัสที่สุดในประวัติศาสตร์ และมีความเป็นไปได้มากที่ตลอดทั้งปี 2019 จะเป็นปีที่ร้อนที่สุดเท่าที่พบเจอกันมา

เอลนินโญนั้นถูกอธิบายว่าเป็นรูปแบบสภาพอากาศตลอดมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อน ที่มีอุณหภูมิมหาสมุทรอุ่นขึ้นผิดปกติ ประกอบกับความดันบรรยากาศสูงบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกด้านตะวันตก กลไกหรือกระบวนการที่ทำให้เกิดความผันแปรดังกล่าวเป็นเรื่องที่กำลังอยู่ในระหว่างการศึกษาวิจัยถึงสาเหตุที่แท้จริง และโดยเฉลี่ยจะเกิดขึ้น 2-3 ปี และนับเป็นจุดเริ่มต้นของความผันแปรของสภาพอากาศ

มีงานวิจัยที่ระบุว่า ความร้อนของอุณหภูมิผิวน้ำทะเลที่แตกต่างกันแต่ละบริเวณส่งผลให้เกิดการยกตัวของอากาศร้อนและมีความชื้นและการจมตัวของอากาศเย็นและแห้ง ปรากฏการณ์เอลนินโญนั้นมีผลต่อการพัฒนาตัวของพายุหมุนเขตร้อนให้เพิ่มสูงขึ้นและมีระดับความรุนแรงมากขึ้น

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ตั้งแต่ พ.ศ. 2533 เรามักจะได้ยินชื่อ เอลนินโญ อยู่บ่อยครั้ง จนกลายเป็นชื่อที่การันตีว่าจะส่งผลต่อสภาพอากาศแปรปรวนทั่วโลก เกิดภาวะแห้งแล้งในพื้นที่ที่โดยปกติแล้วมีความชุ่มชื้น เกิดไฟป่าที่รุนแรงและมีวงกว้างมากขึ้น ขณะที่พื้นที่ที่เคยแห้งแล้งกลับมีฝนตก ภัยพิบัติน้ำท่วม

รวมถึงยังมีงานวิจัยที่พบว่าความสัมพันธ์ของเอลนินโญและภาวะโลกร้อนจะส่งผลให้ในอนาคตอาจจะเกิดเหตุภัยพิบัติเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า

ขณะที่กรีนพีซรายงานเช่นกันว่า ไม่มีใครรู้ว่าภาวะโลกร้อนจะก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้คนและระบบนิเวศแค่ไหน เราอาจจะทราบข่าวว่า ธารน้ำแข็งกำลังละลาย น้ำแข็งขั้วโลกสลาย ชั้นดินเยือกแข็ง (Permafrost) อุ่นขึ้น ปะการังตาย ระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น ระบบนิเวศที่กำลังเปลี่ยนแปลง และคลื่นความร้อนคร่าสรรพชีวิตไปจำนวนมาก แต่ทั้งหมดเป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น เรายังไม่ทราบถึงผลกระทบทั้งหมดในระดับภูมิภาค ซึ่งหมายถึงความเสี่ยงที่จะเกิดความแห้งแล้งและน้ำท่วม ในปัจจุบันความแห้งแล้งเพิ่มสูงขึ้นอย่างยากที่จะคาดการณ์ได้

ปีที่โลกร้อนที่สุด

กรีนพีซได้ยกตัวอย่างผลกกระทบรุนแรงในระดับภูมิภาค เช่น เกิดน้ำท่วมจากแม่น้ำเพิ่มขึ้นในพื้นที่ส่วนมากของทวีป และตามพื้นที่ชายฝั่งจะเสี่ยงต่อน้ำท่วม การกัดเซาะ และการสูญเสียพื้นที่ในทะเลเพิ่มขึ้นในหลายประเทศในยุโรป ธารน้ำแข็ง ปะการัง ป่าชายเลน ระบบนิเวศของทวีปอาร์กติก ระบบนิเวศของเทือกเขาสูง ป่าสนแถบหนาว ป่าเขตร้อน เขตลุ่มน้ำในทุ่งหญ้า และเขตทุ่งหญ้าในท้องถิ่น เสียหายอย่างรุนแรง เกิดการละลายของพืดน้ำแข็งทั้งหมดในเกาะกรีนแลนด์ในอีกไม่กี่ทศวรรษข้างหน้า ซึ่งจะทำให้ระดับน้ำทะเลเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 7 เมตรเป็นเวลาหลายทศวรรษ มีหลักฐานใหม่ที่แสดงว่าอัตราของการไหลลงต่ำของน้ำแข็งในทวีปแอนตาร์กติกาแสดงถึงภาวะเสี่ยงที่จะละลายทั้งหมด

สัตว์สายพันธุ์ต่างๆ เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์มากขึ้น และเกิดความสูญเสียด้านความหลากหลายทางชีวภาพ การแพร่กระจายของเชื้อโรค และผลผลิตภาคเกษตรที่ต่ำลง โดยผลกระทบที่รุนแรงกว่าจะตกอยู่กับประเทศยากจน ได้แก่ ประเทศที่กำลังพัฒนาของทวีปแอฟริกา เอเชีย

Global Climate Risk Index 2019 รวบรวมความเสียหายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศช่วง พ.ศ. 2532-2559 พบว่าทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติมากกว่า 5.2 แสนคน มีเหตุพิบัติภัยต่างๆ เกิดขึ้นถึง 1.15 หมื่นครั้ง สร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจประมาณ 3.47 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

ศูนย์ภูมิอากาศ กองพัฒนาอุตุนิยมวิทยา กรมอุตุนิยมวิทยา บ้านเรา ก็ระบุเช่นกันว่า “พายุโซนร้อนปาบึก” ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานนี้ ถือเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งอาจเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ รวมถึงปรากฏการณ์เอลนินโญที่อาจส่งผลทางอ้อมต่อการพัฒนาตัวของพายุหมุน จึงต้องเร่งพิจารณาหาปัจจัยที่ก่อให้เกิดพายุดังกล่าว และถือเป็นคำเตือนว่า ปีนี้เราทั้งหลายต้องติดตามข่าวสิ่งแวดล้อม สภาพอากาศอย่างใกล้ชิด

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน