
IAMฟันกำไร900ล.เร่งคืนหนี้ไอแบงก์
IAM ปลื้มเรียกหนี้คืนได้กว่า 2,000 ล้าน ฟันกำไรกว่า 900 ล้าน ส่วนเป้าปีนี้หวังเรียกหนี้กลับอีก 8,000 ล้าน
IAM ปลื้มเรียกหนี้คืนได้กว่า 2,000 ล้าน ฟันกำไรกว่า 900 ล้าน ส่วนเป้าปีนี้หวังเรียกหนี้กลับอีก 8,000 ล้าน
นายธงรบ ด่านอำไพ ผู้จัดการบริษัทบริหารสินทรัพย์ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย หรือ IAM เปิดเผยผลดำเนินงาน IAM ในปี 2561 ว่า สามารถเรียกเก็บหนี้ได้ 2,087 ล้านบาท เกิน เป้าหมายเล็กน้อย และสามารถทำกำไรได้กว่า 900 ล้านบาท หรือมีกำไรกว่า 40%
ทั้งนี้ ลูกหนี้ที่เรียกเก็บหนี้ได้ส่วนใหญ่กว่า 1,000 ล้านบาท มาจากการบังคับคดี ขายทอดตลาด ที่เหลือเป็นการประนอมหนี้ในชั้นบังคับคดี และมีลูกหนี้ รายย่อยอีกจำนวนหนึ่งที่แสดงความจำนงขอปิดบัญชีหลังได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่แล้ว เพราะบางรายเริ่มมีรายได้มากพอหรือหาผู้ร่วมทุนใหม่ได้ เลยมีเงินมาซื้อหลักประกันคืนได้
"เรียกเก็บหนี้ได้สูงกว่าเป้าเล็กน้อย กำไรก็เป็นไปตามคาด เพราะรับซื้อลูกหนี้ มาในราคา 60% ของมูลค่าหลักประกัน ทำให้กำไรก็อยู่ระดับ 40%" นายธงรบ กล่าว
สำหรับแผนดำเนินงานในปี 2562 ตั้งเป้าหมายเรียกหนี้คืน 5,000 ล้านบาท แต่คาดว่าอาจจะทำได้มากถึง 8,000 ล้านบาท โดยพอร์ตส่วนใหญ่เป็นลูกหนี้ รายใหญ่ถึง 87% ที่เหลือ 13% เป็นรายเล็ก ถ้าเจรจารายใหญ่ได้ข้อยุติ ก็จะทำให้ยอดเรียกหนี้คืนทำได้มาก ซึ่งมูลค่าหลักประกันถือว่าคุ้มมูลหนี้
ทั้งนี้ ในส่วนของกำไรที่เกิดขึ้น จะเก็บสะสมไว้เพื่อเตรียมรอไปจ่ายตั๋วสัญญาใช้เงินคืนให้ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย หรือไอแบงก์ กำหนดจ่ายปีแรกในปี 2563 มีวงเงิน 4,500 ล้านบาท
ขณะที่ IAM มีเงินสะสมในบัญชีเตรียมไว้กว่า 3,000 ล้านบาทแล้ว หากปีนี้เรียกหนี้ได้อีก 5,000-8,000 ล้านบาท ก็จะมีเงินสะสมเพิ่มขึ้นเพียงพอต่อการชำระหนี้ตั๋วสัญญาใช้เงิน และในส่วนสภาพคล่องที่เหลือหลังทยอยจ่ายตั๋วสัญญาใช้เงินแล้วยังสามารถบริหารจัดการ เช่น นำไปฝากระยะสั้น 3-5 เดือน คาดว่าน่าจะมีกำไรเพิ่มอีกปีละ 100 ล้านบาท
อย่างไรก็ดี ในส่วนของเป้าหมายดำเนินงานในช่วง 7 ปีหลังจากนี้ คาดว่าจะเรียกหนี้ที่รับโอนมา 4.9 หมื่นล้านบาทก้อนนี้ให้จบภายในปี 2567 และนำเงินไปทยอยใช้หนี้ตั๋วสัญญาใช้เงินในราคาที่ได้รับโอนมา 2.2 หมื่นล้านบาท รวมดอกเบี้ยเริ่มในปี 2563-2567 คิดเป็นยอดเงินที่เฉลี่ยส่งคืนปีละไม่น้อยกว่า 5,000 ล้านบาทได้ตามกำหนด







