posttoday
พดด้วง คงคามี กับโมเดลธุรกิจ Passive income

พดด้วง คงคามี กับโมเดลธุรกิจ Passive income

30 ธันวาคม 2561

ผมอยากทำธุรกิจที่เป็น Passive income

โดย ยินดี ฤตวิรุฬห์ 

“ผมอยากทำธุรกิจที่เป็น Passive income หรือรายได้ ที่เข้ามาตลอดเวลา ในขณะที่เราอยู่เฉยๆไม่ต้องทำอะไร รายได้มันก็จะหลั่งไหลเข้ามาเองแม้ผมไปเที่ยวแต่เงินและรายได้ยังคงเข้ามาแบบสม่ำเสมอ “นี้คือคำให้สัมภาษณ์ของ “พดด้วง คงคามี” กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสเอเอเอ็มเอ็นเนอร์ยี่ ดีเวลลอปเมนท์ (SAAM) ผู้พัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนเพื่อจำหน่ายโครงการต่อให้ลูกค้าซึ่งเป็นธุรกิจ ที่พดด้วงสร้างขึ้นมาด้วยความคิดและการอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง...

พดด้วง วันนี้เขามีอายุ 42 ปี และถือว่าเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีแนวความคิดในการทำธุรกิจที่ชัดเจน เขาอยากลงทุนและทำธุรกิจที่มีการเติบโต สร้างรายได้ประจำสม่ำเสมอ ดังนั้นธุรกิจของเขา คือ บริษัท เอสเอเอเอ็ม เอ็นเนอร์ยี่ ดีเวลลอปเมนท์ จึงถูกก่อตั้งมาเมื่อปี 2550 และตลอดเวลาที่เขาดำเนินธุรกิจพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนเพื่อจำหน่ายโครงการต่อให้ลูกค้า จึงถูกออกแบบตามหลักการคิดของเขา คือ สร้างรายได้ประจำสม่ำเสมอมีการรับรู้กำไรที่แน่นอน ดังนั้นในเรื่องของต้นทุน ในเรื่องของค่าใช้จ่ายเขาจะปิดความเสี่ยงในเรื่องเหล่านี้ทั้งหมด เพื่อให้ทุกความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น
ถูกบริหารจัดการได้ ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นความเสี่ยงที่จัดการได้ไม่

“ผมจัดการเรื่องความเสี่ยงทั้งหมด ด้วยการเอาต์ซอร์สทั้งหมด และทุกสัญญาที่มีการว่าจ้างจะจ่ายเมื่องานสำเร็จ หรือจ่ายตามอัตรางานที่สำเร็จ ด้วยหลักการแบบนี้บริษัทผมจนถึงตอนนี้มีพนักงานทั้งหมดรวม 7 คน รวมถึงตัวผมด้วย” พดด้วง กล่าว

พดด้วง บอกอีกว่า นอกจากแนวคิดการอยากมีรายได้ประจำเข้ามาสม่ำเสมอแม้ระหว่างกำลังเดินทางท่องเที่ยว จึงเป็นที่มาของการลุกขึ้นมาทำธุรกิจโดยเงินทุนก้อนแรกมาจากการขายธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ของคุณแม่ ซึ่งเป็นมรดกที่ยกให้คนรุ่นลูก แต่ตลอดระยะเวลาก็จะมีการพูดกับคุณแม่ตลอดเวลาว่า ผมจะไม่ทำธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ส่งออกต่อจากคุณแม่นะครับ เพราะผมเห็นแล้วว่าเป็นธุรกิจที่แข่งขันสูง ทำไปราคาขายมีแต่จะลดลง ขณะที่อัตรากำไรไม่ต้องพูดถึงมีน้อยมาก ยอดขายดูเหมือนจะมากแต่กำไรบรรทัดสุดท้ายน้อยมาก...ซึ่งคุณแม่ไม่ขัดข้อง ดังนั้นเมื่อผมได้รับมาจึงขายและนำเงินมาลงทุนในธุรกิจใหม่...และเป็นธุรกิจในปัจจุบันคือ SAAM

พดด้วง คงคามี กับโมเดลธุรกิจ Passive income

สำหรับ SAAM ปัจจุบันมีการจัดหาสถานที่และให้บริการที่เกี่ยวข้องภายในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยที่ดำเนินการร่วมกับลูกค้าซึ่งเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์แล้ว 17 โครงการ บนเนื้อที่กว่า 750 ไร่ มีขนาดกำลังการผลิต 41.1 เมกะวัตต์ (MW) โดยจะได้รับค่าตอบแทนตลอดจากการให้บริการเป็นรายได้ ตลอดอายุสัญญา 20-25 ปี และนี้คือ Passive income ในความคิดของผม

“ตลอด 10 ปีของการทำธุรกิจ ผมมีพนักงาน 7 คน ซึ่งคือผม ภรรยา และคนในครอบครัว เท่านั้น และผมก็ได้ให้คำมั่นกับคู่ค้าของผมมาตลอดว่าผมจะนำกิจการเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ให้ได้ภายในปี 2561 ซึ่งถึงตอนนี้ผมได้ทำตามคำมั่นที่ผมบอกไว้ โดยขณะนี้ผมได้เสนอขายหุ้นไอพีโอจำนวน 80 ล้านหุ้น ที่ราคาหุ้นละ 1.80 บาท ซึ่งจะได้รับเงินสุทธิจากการขายไอพีโอประมาณ 140 ล้านบาทเสร็จสิ้น และจะนำหุ้นเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ เป็นตัวแรกในปี 2562 โดยจะเข้าเทรดในวันที่ 7 ม.ค 2562”

SAAM วันนี้มีรายได้ประจำ คือ ค่าเช่าที่ดิน 750 ไร่ ที่เข้าทุกๆ เดือน รวมถึงการขยายกิจการออกไปต่างประเทศ โดยการทำธุรกิจด้วยการจัดหาที่ดิน จัดการทุกอย่างในเรื่องการทำโรงไฟฟ้า เมื่อทุกอย่างสำเร็จก็จะขายต่อไปยังลูกค้าที่สนใจ แต่กรรมสิทธิ์ที่ดินต่างๆ จะเป็นของบริษัท เพราะฉะนั้นธุรกิจของผมจะมีทั้งรายได้ประจำ คือ ค่าเช่าและรายได้จากการขาย... โดยในปี 2560 มีสัดส่วนรายได้จากการบริการและเช่า 74.75% รายได้จากการขายไฟฟ้า 23.05% และอื่นๆ 2.20% นั่นเอง

นอกจากนี้ ผมมีเป้าหมายชัดเจน โดยเป้าหมายทางธุรกิจจะพัฒนาและจำหน่ายโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานชีวมวล พลังงานความร้อนใต้พิภพ พลังงานน้ำ และพลังงานลม ทั้งในและต่างประเทศ โดยมีเป้าหมายที่จะพัฒนาและจำหน่ายโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน จำนวนรวมทั้งสิ้น 100 เมกะวัตต์ ภายในปี 2563 เข้าร่วมลงทุนในบริษัทอื่น ซึ่งเป็นผู้ดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการดำเนินงานโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ภายในปี 2563

พดด้วง คงคามี กับโมเดลธุรกิจ Passive income

สำหรับฐานะของบริษัทแทบจะไม่มีหนี้สินเลย โดยมีหนี้ต่อทุนเพียง 0.8 เท่า และเมื่อขายไอพีโอเสร็จก็จะลดลงเหลือ 0.4 เท่า ขณะที่ตลอดเวลาที่ทำธุรกิจมารายได้เติบโตต่อเนื่อง ปี 2558 มีรายได้ 31.06 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 4.1 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรที่ 13.2% ปี 2559 มีรายได้ 73.79 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 30.84 ล้านบาท และมีอัตรากำไรสุทธิที่ 41.79% ปี 2560 มีกำไรสุทธิ 73.47 ล้านบาท มีอัตรากำไรสุทธิ 13.13% ส่วน 9 เดือนแรกของปี 2561 มีรายได้ 55.75 ล้านบา มีกำไรสุทธิ 16.69 ล้านบาท และมีอัตรากำไรสุทธิ 29.94%

*** พดด้วง...ผมมีชื่อนี้เพราะคุณปู่ตั้งให้ ผมคิดว่าคุณปู่คงกลัวว่าลูกหลานจะไม่มีเงินจึงให้ชื่อพดด้วง ซึ่งตอนผมไปเรียนปริญญาโทที่สหรัฐ เพื่อนๆ จะเรียกผมว่าดอน เพราะพดด้วงจะเรียกลำบากส่วนมากจะออกเสียงเป็นเดี้ยง ผมเลยให้เรียกดอน ซึ่งผมไปเรียนปริญญาโท Master of Science in Management Texas A&M University ประเทศสหรัฐอเมริกา หลังจบปริญญาตรี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

“การที่ผมเรียนสถาปัตย์ซึ่งเป็นการเรียนที่เน้นในเรื่องของความละเอียด ดังนั้นจึงเป็นพื้นฐานหลักที่ผมนำมาใช้ในการทำธุรกิจทั้งในเรื่องของการหาที่ดินเพื่อสร้างโรงไฟฟ้าการออกแบบต่างๆ แต่การเรียนสถาปัตย์ไม่ได้ทำให้ผมมองยาว คือ มองในระยะสั้นๆ ดังนั้นจึงตัดสินใจเรียนปริญญาโท ด้านบริหารและไฟแนนซ์”

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน