
‘ชีวิตประจำวัน (เรื่องสั้นธรรมดา)' จำลอง ฝั่งชลจิตร
จำลอง ฝั่งชลจิตร ถือเป็นนักเขียนรุ่นใหญ่ที่ยังร่วมสมัยและทำงานอย่างต่อเนื่อง
โดย พริบพันดาว
จำลอง ฝั่งชลจิตร ถือเป็นนักเขียนรุ่นใหญ่ที่ยังร่วมสมัยและทำงานอย่างต่อเนื่อง ห่างไกลจากคำว่านักเขียนรุ่นเก่าที่มีชื่อแปะไว้และมีผลงานของอดีตเพียงเท่านั้น
ความเก๋าในการทำงานเขียนอย่างต่อเนื่องและจริงจัง ปรากฏฉายชัดมาอย่างสม่ำเสมอ เช่นเดียวกับหนังสือรวมเรื่องสั้นเล่มใหม่ล่าสุดของเขา “ชีวิตประจำวัน (เรื่องสั้นธรรมดา)”
ความต่อเนื่องมีผลงานออกมาสม่ำเสมอ และตัวของจำลองเองยังตามยุคสมัยเรื่องการเขียนอยู่ การรักษาพลังการเขียนและกระตือรือร้นส่วนนี้มีเคล็ดลับที่น่าสนใจ
“ผมเขียนเรื่องสั้น นิยาย ทำงานประจำกองบรรณาธิการนิตยสาร เขียนสัมภาษณ์และงานเขียนอื่นๆเลี้ยงชีพมาครบ 40 ปี เมื่องานเขียนอื่นค่อยๆ หมดไปพร้อมการปิดตัวของสื่อสิ่งพิมพ์ จึงเหลือแต่เรื่องสั้นกับนิยายที่เขียนมาตลอด โดยเฉพาะเรื่องสั้นที่เขียนมากกว่า 300 เรื่อง มีเรื่องสั้นรวมเล่ม 16 เล่ม”
จำลอง ย้ำว่าเขารู้คำตอบมานานแล้วว่าตัวเองเป็นใคร ผู้อ่านจำนวนหนึ่งก็รับรู้ว่าเขาเป็นใคร ดังนั้นจึงมีความมั่นใจที่จะสร้างสรรค์วรรณกรรมมอบแก่นักอ่านของเขาเอง
“ทั้งนักอ่านรุ่นเก่า ขณะที่นักอ่านรุ่นใหม่ค่อยๆ สังเกตเห็นว่ามีนักเขียนเก่าคนหนึ่งที่พวกเขาอ่านได้ พวกเขาสามารถอ่านเอาสนุกหรือประสบการณ์จากงานของผม นั่นจึงพอเป็นหลักประกันว่างานที่ทำสามารถเลี้ยงชีพได้ ขณะเดียวกันเมื่อปรารถนาจะเขียนหนังสือตลอดชีวิต ผมยิ่งต้องแสวงหาความรู้และเพิ่มพูนทักษะเกี่ยวกับการเขียนงานวรรณกรรมให้มากขึ้น”
ความขยันขันแข็งของจำลอง สัมผัสได้จากความพยายามเรียนรู้จากตำรับตำราต่างๆ ของอาจารย์ในมหาวิทยาลัย ทั้งงานเขียน งานแปล หรืองานวิจัยเกี่ยวกับวรรณกรรม อ่านหนังสือแนวมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และอื่นๆ เท่าที่อ่านได้
“เวลาว่างกลางวันหรือกลางคืน ผมเปิดเว็บไซต์สอนการเขียนหลายๆ เว็บไซต์ โชคดี ที่พออ่านภาษาอังกฤษได้บ้าง ก็เรียนไปคลำไป คำไหนแปลไม่ได้ก็เปิดดิกชันนารีและจดบันทึกเอาไว้ในไดอารี่ 2-3 เล่ม ผมเอามาอ่านทบทวนอยู่เสมอๆ ความรู้ใหม่ๆ กระตุ้นให้อยากเขียนเรื่องใหม่ๆ หรือทดลองเขียนตามหลักเกณฑ์ที่ได้เรียนรู้มา ความรู้ใหม่ๆ ช่วยขับไล่ความเบื่อหน่ายออกไป
แม้ว่าจะเขียนเรื่องสั้นมามากแล้วก็ตาม สิ่งสำคัญกว่านั้นก็คือ ผมรักเรื่องสั้นและศิลปะการเขียนเรื่องสั้น จึงอยากเขียนให้ดีขึ้นเรื่อยๆ เขียนให้ดีที่สุดเท่าที่นักเขียนไทยคนหนึ่งสามารถทำได้ พลังเกิดจากรู้ว่าตัวเองเป็นใคร มีบทบาทหรือหน้าที่อะไร ถ้าพอจะมีเคล็ดลับอยู่บ้างก็ตรงผมเรียนรู้ ฝึกฝน เขียนอย่างทุ่มเท และขัดเกลาแก้ไขโดยไม่เบื่อหน่าย”
จำลอง บอกว่า มีความสุขทุกครั้งที่เขียนเรื่องใหม่ๆ เสร็จแล้วโพสต์ให้เพื่อนๆ ในเฟซบุ๊กอ่านฟรีๆ บางเรื่องที่ยังไม่ดีเท่าที่ต้องการก็ทิ้งเอาไว้ ก่อนรวมเล่มนำมาขัดเกลาแก้ไขจนพึงพอใจ สิ่งที่ทำต่อเนื่องมานานก็คือผมอ่านเรื่องสั้นดีๆ เรื่องสั้นที่ได้รับการยกย่องว่าดีอย่างสม่ำเสมอ ได้เรียนรู้ว่างานดีๆ เขาเขียนกันอย่างไร
สำหรับหนังสือรวมเรื่องสั้น “ชีวิตประจำวัน (เรื่องสั้นธรรมดา)” เขาขยายความให้ฟังว่า ตั้งใจเขียนฉลองวาระครบ 40 ปีการเขียนงานตีพิมพ์
เมื่อต้นปีผมเขียนรวมเรื่องสั้นฉลองวาระครบ 40 ปี ไปแล้วเล่มหนึ่ง ผมคิดว่ายังมีเวลาอีกหลายเดือนจึงจะหมดวาระดีๆ หรือปีที่น่าภาคภูมิใจ ผมจึงทุ่มทุกอย่างเขียนงานเล่มนี้ เรื่องสั้นทั้ง 18 เรื่องเขียนระหว่างเดือน มี.ค.-ต.ค. 2561 เนื้อหามุ่งแสดงเรื่องราวในชีวิตประจำวันที่ผมและคนอื่นๆ ประสบพบเห็น เกี่ยวข้องหรือรับรู้จากสื่อต่างๆ สิ่งเหล่านั้นเข้ามากระทบไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
ผมคิดว่าเราแต่ละคนล้วนมีชีวิตประจำวันของตัวเอง เราอยู่กับเรื่องของตัวเอง เรื่องใกล้ตัว เรื่องของคนอื่น เรื่องที่เราร่วมกระทำหรือกระทบต่อ/หรือจากคนอื่นๆ เรื่องของสังคม บ้านเมือง เมื่อค้นพบประเด็นที่น่าสนใจก็หยิบมาเขียน เขียนง่ายๆ ทุกคนที่อ่านหนังสือออกสามารถอ่านได้ ส่วนจะเข้าใจหรือเข้าถึงวัตถุประสงค์ที่ผู้เขียนต้องการสื่อหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ผมแค่หวังว่า ‘ชีวิตประจำวัน (เรื่องสั้นธรรมดา)’ อาจทำให้บางท่านหยุดพิจารณาชีวิตประจำวันของตัวเองบ้าง และเลือกสิ่งที่เป็นประโยชน์และความสุขสำหรับตัวเอง”
สุดท้าย จำลองฝากไปถึงแฟนหนังสือที่ติดตามอ่านกันมายาวนานว่า ขอกล่าวคำขอบคุณแรงสนับสนุนและกำลังใจที่มอบให้กันเสมอมา ส่วนนักอ่านหน้าใหม่ก็ต้องกล่าวคำขอบคุณหรือขอบใจเช่นเดียวกัน
“กำลังใจจากนักอ่านช่วยให้ผมสร้างสรรค์งานเขียนที่ดีที่สุดของตัวเองออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยไม่เบื่อหน่าย ทำงานเขียนให้เป็นชีวิตประจำวัน”







