
สั่งเปิดข้อมูลลงทุนประกัน
ลูกค้าดูได้เพื่อความเป็นธรรม เน้นกรมธรรม์ชีวิตแบบปันผล
โพสต์ทูเดย์
— คปภ.วางกรอบบริษัทประกันเปิดเผยข้อมูลเงินปันผลแบบประกัน ให้ลูกค้าดูได้แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ คปภ.อยู่ระหว่างเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องในเรื่อง การกำหนดกรอบการกำกับดูแลกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบมีส่วนร่วมในเงินปันผล โดยเน้นให้ผู้เอาประกันภัยได้รับการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับเงินปันผลอย่างเพียงพอ ทั้งในขณะที่เสนอขายเพื่อประกอบการตัดสินใจซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิตและหลังการขายเพื่อให้ทราบถึงแนวทางในการพิจารณาจำนวนเงินปันผลที่ได้รับ เป็นการดูแลผลประโยชน์ของผู้เอาประกัน
นอกจากนี้ ยังเป็นการส่งเสริมให้บริษัทประกันมีการบริหารจัดการสำหรับกรมธรรม์ประกันชีวิต แบบมีส่วนร่วมในเงินปันผลที่มีความชัดเจนและเป็นธรรมยิ่งขึ้น ซึ่งผู้เกี่ยวข้องสามารถเสนอข้อคิดเห็นต่างๆ เพิ่มเติมได้ถึงวันที่ 12 พ.ย.นี้ ผ่านทางเว็บไซต์ คปภ.เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาดำเนินการปรับปรุงแก้ไขกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องให้เหมาะสมในทางปฏิบัติต่อไป
“
สิ่งที่ คปภ.ทำเพื่อส่งเสริมให้มีการเปิดเผยข้อมูลในกรอบที่ชัดเจนเป็นมาตรฐาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลผลประโยชน์ของผู้เอาประกัน ช่วยให้ผู้เอาประกันได้มีข้อมูลที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น และยังเป็นการส่งเสริมให้บริษัทประกันชีวิตมีการบริหารจัดการที่ชัดเจนยิ่งขึ้น เป็นการนำไปสู่การเปิดเสรีการกำกับธุรกิจประกันภัยในอนาคตด้วย” แหล่งข่าวเปิดเผยสำหรับกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบมีส่วนร่วมในเงินปันผลนั้น เป็นกรมธรรม์ที่มีการจ่ายผลประโยชน์ทั้งในส่วนที่รับประกันไว้ (Guaranteed Benefit) และผลประโยชน์ส่วนที่ไม่รับประกันไว้ (Nonguaranteed Benefit) โดยจ่ายเงินปันผลซึ่งเป็นผลประโยชน์ที่ไม่รับรองจำนวน การจ่ายนี้จะขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น ขึ้นกับดัชนีอ้างอิงหรือตัวแปรการลงทุนอื่น ขึ้นกับผลประกอบของบริษัทหรือผลตอบแทนจากการลงทุนของบริษัท
ทั้งนี้ ในปัจจุบันบริษัทหลายแห่งต่างประสบปัญหา เนื่องมาจากการขายกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบมีส่วนร่วมในเงินปันผล ในเรื่องอัตราเงินปันผลที่เสนอแก่ผู้เอาประกันในเอกสารประกอบการเสนอขายในอดีต มีความแตกต่างจากอัตราเงินปันผลที่บริษัทจะจ่ายให้ได้กับผู้เอาประกันในปัจจุบัน เนื่องจากในช่วงเวลาที่บริษัทขายในอดีตได้รับรองอัตราดอกเบี้ยไว้สูงจึงได้คาดการณ์อัตราเงินปันผลไว้สูงด้วย แต่สภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำและบริษัทจำเป็นต้องลงทุนในสินทรัพย์ที่สอดคล้องกับระยะเวลาเอาประกัน ทำให้บริษัทไม่สามารถจ่ายเงินปันผลตามที่คาดการณ์ไว้ได้ และยังเป็นการยากในการอธิบายแก่ผู้เอาประกันให้เข้าใจถึงเงินปันผลที่อาจลดลง







