posttoday
ลูกจ้างยอมทำงานเพิ่ม 3 ชั่วโมง หากไม่ต้องเข้าออฟฟิศทุกวัน

ลูกจ้างยอมทำงานเพิ่ม 3 ชั่วโมง หากไม่ต้องเข้าออฟฟิศทุกวัน

27 ตุลาคม 2553

เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ประเทศไทยประสบปัญหาการเมืองรุนแรง ทำให้หลายๆ บริษัทในเขตกรุงเทพฯ ไม่สามารถเข้าไปทำงานที่ออฟฟิศได้ตามปกติ การเข้าถึงข้อมูลมีปัญหา พนักงานเข้าไปทำงานที่บริษัทไม่ได้ ทั้งหมดเป็นเพราะขาดการสำรองข้อมูลไว้ในศูนย์ดาตาเซ็นเตอร์ และขาดระบบไอทีและโครงสร้างพื้นฐานที่จะสนับสนุนให้สามารถทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา แน่นอนว่าหลังจากผ่านเหตุการณ์รุนแรง ความตระหนักต่อเรื่องนี้มีมากขึ้น

บริษัท ซิสโก้ ซีสเต็มส์ ได้แจ้งผลสำรวจองค์กรธุรกิจและบริษัททั่วโลกพบว่า การลงทุนระบบไอทีเพื่อช่วยให้สามารถทำงานและเข้าถึงข้อมูลได้นั้น ไม่ได้ช่วยในประเด็นของปัญหาที่เกิดในลักษณะเดียวกับไทย หรือภัยพิบัติอื่นๆ เท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพได้ด้วย โดยการสำรวจพนักงานบริษัท 2,600 คน จาก 13 ประเทศ คือ สหรัฐอเมริกา เม็กซิโก บราซิล สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส สเปน เยอรมนี อิตาลี รัสเซีย อินเดีย จีน ญี่ปุ่นและออสเตรเลีย

ผลการสำรวจพบว่า 60% ของพนักงาน เชื่อว่าไม่จำเป็นต้องเข้าทำงานในบริษัท ก็สามารถทำงานอย่างมีประสิทธิภาพได้ ยิ่งในภูมิภาคเอเชีย ทั้งอินเดียและจีน มากกว่า 80% ระบุว่าการเข้าทำงานในบริษัทไม่แตกต่างจากการทำงานนอกสถานที่

อย่างไรก็ตาม การจะทำงานนอกสถานที่ ทั้งที่บ้านหรือร้านกาแฟ จำเป็นที่บริษัทต้องมีระบบการทำงานที่รองรับ ทั้งโครงสร้างพื้นฐานภายในที่จะเชื่อมต่อกับโลกภายนอก และระบบการเข้าถึงข้อมูล รวมถึงอุปกรณ์สำหรับพนักงานเองด้วย และเหนืออื่นใด ระบบทั้งหมดต้องมีการรักษาความปลอดภัยในการเข้าถึงข้อมูลของบริษัท โดยผลสำรวจพบว่า 66% ของพนักงานบริษัท ต้องการให้ระบบไอทีและอุปกรณ์แบบพกพา ช่วยให้สามารถเข้าถึงเครือข่าย แอพพลิเคชัน และข้อมูลองค์กรได้ทุกที่ทุกเวลา

ทั้งนี้ จากการทำงานและเข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่ทุกเวลานี้เอง พนักงานกว่า 45% ระบุชัดเจน ยินดีที่จะทำงานมากขึ้น 23 ชั่วโมงต่อวัน และมีอีกไม่น้อยที่ยินดีเพิ่มจำนวนชั่วโมงการทำงานมากกว่านั้น แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องทำงานตลอดเวลา เพียงแต่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น สามารถสร้างสมดุลระหว่างการทำงานกับการใช้ชีวิตส่วนตัวได้ เพราะ หากสามารถทำงานจากนอกสถานที่ได้พนักงานยินดีมีชั่วโมงการทำงานที่ยาวขึ้น แลกกับอิสระในการทำงาน โดยจำนวนชั่วโมงที่เพิ่มขึ้นไม่จำเป็นต้องเพิ่มค่าตอบแทนด้วย เพราะสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายตลอดทั้งวันและค่าใช้จ่ายจากการเดินทางได้

สำหรับการสำรวจครั้งนี้ กลุ่มพนักงานยังเชื่อว่าความคล่องตัวและความยืดหยุ่นในการทำงานในทุกๆ สถานที่ยังส่งผลต่อความจงรักภักดีต่อบริษัท การตัดสินใจเลือกงาน ขวัญและกำลังใจในการทำงาน และการมีความคิดสร้างสรรค์

นายมงคล อัศวโกวิทกรณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยีขั้นสูง บริษัท ซิสโก้ ซีสเต็มส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ประเทศไทยจากการหารือกับลูกค้าผู้ใช้บริการในไทยกว่า 50% ของพนักงานบริษัทในเมือง มีความต้องการระบบการทำงานทุกที่ทุกเวลา เพราะมีส่วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการแข่งขันทางธุรกิจ เพิ่มความคล่องตัว ถือเป็นเครื่องมือที่จำเป็น

“พนักงานบริษัทยอมรับว่า การที่มีบางวันไม่ต้องเข้าทำงานในบริษัท แต่ยังสามารถเข้าถึงข้อมูล ใช้งานระบบแอพพลิเคชันต่างๆ ได้ ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานไม่แตกต่างกันและอาจดีกว่าด้วย แต่ออฟฟิศก็ยังมีความจำเป็นอยู่ อาจมีบางวันต้องเข้าบ้าง รวมถึงมีหลายๆ ตำแหน่งงานที่จำเป็นต้องมีออฟฟิศอยู่” นายมงคล กล่าวผลจากการสำรวจครั้งนี้ มีส่วนช่วยให้การทำตลาดของซิสโก้ง่ายขึ้น ทั้งส่วนของแพล็ตฟอร์ม โครงข่ายบอร์เดอร์เรส ที่หลายองค์กรนำไปใช้งานแล้ว และศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์เสมือนจริง ซึ่งทั้งหมดตั้งอยู่บน 4 เทคโนโลยีหลัก คือ เราท์ติ้ง สวิชชิ่ง ซีเคียวริตี้และโมบิลิตี้ โดยกลุ่มลูกค้าแรกๆ ที่นำไปใช้ คือ กลุ่มบริษัทไอที ขณะที่กลุ่มเป้าหมายหลักอื่นๆ คือ กลุ่มธนาคาร, การศึกษาและภาครัฐ

ดังนั้นต่อไปในอนาคต ใน 1 สัปดาห์เราอาจต้องทำงานมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็มีเวลาอยู่บ้านมากขึ้นเช่นกัน

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน