
บล.ปิ๊งใช้แคชบาลานซ์คุมDW
โบรกเกอร์สำรวจความคิดเห็นสมาชิกเกณฑ์ดูแล DW มี 2 ทางเลือก ใช้แคชบาลานซ์กับ DW ทุกตัว หรือเฉพาะตัวที่ร้อนแรง สัปดาห์นี้รวบรวมข้อมูลหารือกับตลาดหลักทรัพย์ ส่วนก.ล.ต.รื้อกติกาเทิร์นโอเวอร์ลิสต์ ปิดสูตรคำนวณหุ้นร้อน คาดเริ่มใช้15พ.ย.นี้บล.บางแห่งตีกรอบลงทุนของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่ผิดปกติ
โบรกเกอร์สำรวจความคิดเห็นสมาชิกเกณฑ์ดูแล DW มี 2 ทางเลือก ใช้แคชบาลานซ์กับ DW ทุกตัว หรือเฉพาะตัวที่ร้อนแรง สัปดาห์นี้รวบรวมข้อมูลหารือกับตลาดหลักทรัพย์ ส่วนก.ล.ต.รื้อกติกาเทิร์นโอเวอร์ลิสต์ ปิดสูตรคำนวณหุ้นร้อน คาดเริ่มใช้15พ.ย.นี้บล.บางแห่งตีกรอบลงทุนของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่ผิดปกติ
นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) และนายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทหลักทรัพย์ (โบรกเกอร์) กำลังสำรวจความคิดเห็นจากสมาชิกเกี่ยวกับเกณฑ์ในการดูแลการซื้อขายใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ในหุ้นสามัญ (DW) ซึ่งคาดว่าจะรวบรวมข้อมูลได้ภายในสัปดาห์นี้
สำหรับเกณฑ์ที่ขอให้สมาชิกพิจารณามี 2 ทางเลือก คือ การกำหนดให้ DW ทุกตัวต้องวางเงินสดทั้ง 100% ก่อนสั่งซื้อ (แคชบาลานซ์) หรือให้ใช้เฉพาะตัว DW ที่มีการซื้อขายมากผิดปกติ ซึ่งเกณฑ์เบื้องต้นที่คุยกันว่าจะเป็น DW ที่มีปริมาณการซื้อขายมากกว่า 200% ของปริมาณที่ออกมา
อย่างไรก็ตาม ความคิดเห็นของสมาชิกที่รวบรวมได้จะนำไปหารือกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพื่อพยายามดูให้เกณฑ์ที่ออกมาบังคับใช้มีความเหมาะสมมากที่สุด
“เกณฑ์ที่จะมาดูแล DW ถ้าเกินควรก็ไม่ดี เพราะอาจจะทำให้ DW ออกมาได้ไม่นานก็ตายไปเลย แต่ก็ควรมีเกณฑ์มาดูแลเพื่อไม่ให้เกิดการเก็งกำไรกันมากจนเกินไป ซึ่งหากหารือกันแล้วตลาดหลักทรัพย์อาจจะมีเกณฑ์เพิ่มเติมนอกเหนือจากที่สมาชิกคุยกันก็ได้” นางภัทธีรา กล่าว
แหล่งข่าวจากบริษัทหลักทรัพย์ เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กำลังปรับปรุงเกณฑ์เทิร์นโอเวอร์ลิสต์ และคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ประมาณวันที่ 15 พ.ย.นี้ โดยเกณฑ์ใหม่จะไม่เปิดเผยสูตรในการคำนวณหลักทรัพย์ที่เข้าเกณฑ์ เพื่อแก้ปัญหาเรื่องนักวิเคราะห์นำข้อมูลการซื้อขายเฉลี่ยมาคาดการณ์ว่าหลักทรัพย์ตัวใดบ้างเข้าเกณฑ์เทิร์นโอเวอร์ลิสต์ และแคชบาลานซ์รายสัปดาห์ บางครั้งไม่ถูกต้อง สร้างความเสียหายให้แก่นักลงทุน
ขณะที่ทางตลาดหลักทรัพย์ และสำนักงาน ก.ล.ต. มีการปรับปรุงเกณฑ์ในการดูแลการซื้อขายหลักทรัพย์ ทางบริษัทหลักทรัพย์บางแห่งก็มีการวางเกณฑ์ดูแลภายในบริษัทเอง เช่น หากพบว่ามีลูกค้าที่เป็นบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดซื้อขายผิดปกติก็อาจจะไม่ให้ทำรายการผ่านระบบอินเทอร์เน็ต หากลูกค้าต้องการซื้อจะต้องสั่งผ่านเจ้าหน้าที่การตลาด (มาร์เก็ตติง) เท่านั้น รวมถึงการลดวงเงินซื้อขาย ห้ามหักกลบค่าซื้อค่าขายหุ้นตัวเดียวกัน (เน็ตเซตเทิลเมนต์) หรือห้ามใช้สินเชื่อ (มาร์จิน) หรือห้ามชอร์ตเซล เพื่อไม่ต้องการให้บริษัทและระบบได้รับความเสียหาย
บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวงนำ DW อ้างอิงหุ้นธนาคารกรุงไทย รุ่นที่A ที่ใช้สิทธิในการซื้อหรือคอลวอร์แรนต์ (KTB01CA) และที่ให้สิทธิในการขาย หรือฟุทวอร์แรนต์(KTB01PA) เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.2553เป็นต้นไป กำหนดซื้อขายสุดท้าย22ก.พ.2554
บล. เอเซีย พลัส เตรียมออก DW อ้างอิงหุ้นบริษัทปตท. อะโรเมติกส์และการกลั่น หรือคอลวอร์แรนต์ รุ่น A จำนวน 30 ล้านหน่วย
สำหรับ DW จำนวน 9ตัวรวดที่เข้าเกณฑ์แคชบาลานซ์ตั้งแต่วันที่ 4ต.ค.เป็นต้นมานั้น ตั้งแต่วันนี้(26 ต.ค.)สามารถซื้อขายตามปกติ คาดมีแรงเก็งกำไรตามภาวะตลาด
ด้านตลาดหุ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมามีการพักฐาน ทำให้ดัชนีปิดที่ 992.24 จุด ลดลง 0.49% จากสัปดาห์ก่อนหน้า โดยรายย่อยและนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 1,727.69 และ 46.35 ล้านบาท ตามลำดับ
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย และบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าสัปดาห์นี้ดัชนีมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อจากแรงหนุนของเงินลงทุนจากต่างประเทศ แต่ดัชนีก็อาจปรับฐานในช่วงสั้นๆ เป็นระยะๆ จากแรงขายหุ้นทำกำไร โดย บล.โดยนักลงทุนจะต้องติดตาม การรายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในไทย ท่าทีในการดูแลค่าเงินบาทของทางการ ทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ ตลอดจนการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ กสิกรไทย คาดว่าดัชนีจะมีแนวรับที่ 985 และ 963 จุด แนวต้านคาดว่าจะอยู่ที่ 1,020 และ 1,040 จุด ตามลำดับ







