
ก.ท่องเที่ยวหวั่นสงครามการค้ากระทบกำลังซื้อจีน
กระทรวงท่องเที่ยวหวั่นสงครามการค้ากระทบกำลังซื้อจีน เตรียมหารือหน่วยงานด้านเศรษฐกิจประเมินผลกระทบใกล้ชิด เล็งนำเสนอมาตรการพิเศษดึงนักท่องเที่ยวจีนกลับไทยเข้าครม.
กระทรวงท่องเที่ยวหวั่นสงครามการค้ากระทบกำลังซื้อจีน เตรียมหารือหน่วยงานด้านเศรษฐกิจประเมินผลกระทบใกล้ชิด เล็งนำเสนอมาตรการพิเศษดึงนักท่องเที่ยวจีนกลับไทยเข้าครม.
นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงกำลังหารือร่วมกับหน่วยงานทางด้านเศรษฐกิจ เพื่อติดตามและประเมินผลกระทบจากสงครามการค้าที่จะมีต่อภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจากจีน เนื่องจากการที่สหรัฐอเมริกาประกาศสงครามการค้ากับจีนด้วยการปรับขึ้นภาษีจาก 10% เป็น 25% นั้น ทำให้ตอนนี้ค่าเงินหยวนเริ่มอ่อนค่าลดอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่ตลาดหลักทรัพย์ของจีนก็ได้รับผลกระทบด้วย จึงมีผลต่อกำลังซื้อของชาวจีนพอสมควร ทำให้จับตาดูเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด
“จำนวนนักท่องเที่ยวจีนในช่วงที่ผ่านมาที่ปรับตัวลดลง มองว่าน้ำหนักใหญ่น่าจะมาจากผลกระทบสงครามการค้ามากกว่ากรณีเรือล่มที่ภูเก็ต ทำให้กระทรวงต้องทำงานร่วมกับหน่วยงานด้านเศรษฐกิจในการติดตามประเมินผลกระทบอย่างละเอียด” นายพงษ์ภาณุ กล่าว
ทั้งนี้ กระทรวงยังอยู่ระหว่างการเตรียมร่างมาตรการพิเศษด้านการท่องเที่ยว เพื่อกู้สถานการณ์ดึงนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ก่อนตัวนี้ปรับตัวลดลงส่งให้นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป
นายพงษ์ภาณุ กล่าวว่า หลังจากที่ภาคเอกชนได้หารือร่วมกับรมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ทำให้รมว.เห็นด้วยกับข้อเสนอของภาคเอกชนที่จะเปิดให้นักท่องเที่ยวชาวจีนยื่นขอวีซ่าเข้าประเทศไทย 1 ครั้ง สามารถเดินทางได้ 2 ครั้ง หรือ ดับเบิล เอนทรี่ วีซ่า (Double Entry Visa) รวมทั้งการขยายระยะเวลาวีซ่าให้นานขึ้น ซึ่งขณะนี้กำลังหารือในรายละเอียดกับกระทรวงการต่างประเทศอยู่
อย่างไรก็ตาม กระทรวงการท่องเที่ยวยืนยันว่า ยังไม่มีแนวคิดที่จะใช้วิธีลดแลกแจกแถม หรือการลดค่าธรรมเนียมการทำวีซ่าเมื่อมาถึง (Visa on Arrival) แต่จะใช้มาตรการที่เป็นการอำนวยความสะดวก เพื่อจูงใจให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยง่ายและสะดวกขึ้นมากกว่า
“จากที่ดูตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนที่มายื่นขอวีซ่าผ่านสถานทูตและกงสุลไทย 10 แห่งในประเทศจีน ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาถือว่าเริ่มกลับมาใกล้สู่ภาวะปกติแล้ว ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีว่านักท่องเที่ยวจีนจะกลับมาในช่วงวันชาติจีนที่เป็นวันหยุดยาวของจีน แต่อาจจะพร่องไปบางส่วน แต่ก็เป็นสัญญาณที่ดี” นายพงษ์ภาณุ กล่าว
ทั้งนี้ เพื่อเป็นอีกช่องทางในการกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวลงสู่เมืองรอง จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนอยู่ที่ 30% เพิ่มเป็น 35% กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จึงได้ร่วมกับบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (พีทีทีจีซี) คัดเลือก 30 ชุมชนที่มีการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนทั่วประเทศ นำร่องเปิดเป็นร้านอาหารเชฟชุมชนเพื่อการท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน โดยมีแผนจะเปิดให้บริการในช่วงเดือนพ.ย.-ธ.ค.นี้ นอกจากนี้ยังมีแผนต่อยอดไปสู่กิจกรรมไกด์ชุมชนและการให้บริการที่พักชุมชน ซึ่งจะทำร่วมกับ AirBNB ด้วย







