
กระเป๋าผ้า เพนกวิน สมาย ลดโลกร้อน รักษ์สิ่งแวดล้อม
แนวคิดการลดโลกร้อนดังกล่าวจึงเป็นที่มาของการผลิตกระเป๋าผ้าขาย เพราะต้องการเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมของโลกได้....
แนวคิดการลดโลกร้อนดังกล่าวจึงเป็นที่มาของการผลิตกระเป๋าผ้าขาย เพราะต้องการเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมของโลกได้....
โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ
เมื่อกระแสลดโลกร้อน รักษ์สิ่งแวดล้อม แพร่หลายในหมู่คนไทยมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง สิ่งหนึ่งที่เรามักเห็นการรณรงค์อยู่เสมอ นั่นก็คือ การชวนเชิญให้คนไทยหันมาใช้ถุงผ้า กระเป๋าผ้า แทนถุงพลาสติก
เพนกวิน สมาย จึงอาศัยกระแสดังกล่าวเข้ามาเสนอตัวเป็นทางเลือกให้กับผู้ที่สนใจรักษ์สิ่งแวดล้อมได้ใช้กระเป๋าผ้าเพื่อลดขยะถุงพลาสติก โดยชูจุดขายผลงานเด่นจากวัตถุดิบผ้าปาเต๊ะ
สุภาพร พรหมวงศ์ เจ้าของร้านเพนกวิน สมาย ผู้ผลิตกระเป๋าผ้าลดโลกร้อน กล่าวว่า ชื่อร้าน “เพนกวิน สมาย” เป็นตัวแทนของการลดโลกร้อน โดยตัวเพนกวินเปรียบเหมือนสัตว์ที่อาศัยอยู่แถบขั้วโลก ถ้านกเพนกวินมีความสุข ยิ้มได้ หมายถึงปัญหาโลกร้อนที่มีอยู่ในปัจจุบันก็จะลดลง
แนวคิดการลดโลกร้อนดังกล่าวจึงเป็นที่มาของการผลิตกระเป๋าผ้าขาย เพราะต้องการเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมของโลกได้ แต่การช่วยลดโลกร้อนของทางร้านต้องเป็นแบบไทยๆ แตกต่างจากสินค้าที่มีอยู่ในตลาดอยู่แล้ว
จึงเกิดการนำผ้าปาเต๊ะมาผสมผสานกับผ้าดิบ และผ้าฝ้ายทอมือ ใช้เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตกระเป๋าผ้า เนื่องจากเป็นผ้าที่มีลวดลายสวยงามอยู่ในตัว ยังไม่เคยมีใครนำมาทำ หากนำมาออกแบบให้ทันสมัย คนรุ่นใหม่จะได้รู้จักผ้าไทยมากขึ้น และสามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ เพราะหากนำผ้าชนิดอื่นๆ เช่น ผ้าไหม ผ้าฝ้าย มาเป็นวัตถุดิบ สินค้าก็จะเหมือนสินค้าที่มีอยู่แล้วในตลาด
การที่เราเป็นผู้ผลิตรายเล็ก หน้าใหม่ และเข้าสู่ตลาดทีหลัง จึงต้องหาความแตกต่างให้กับสินค้า
วัตถุดิบผ้าปาเต๊ะที่ใช้ จะใช้ผ้าที่เป็นผ้าพิมพ์ มีแหล่งซื้อจากตลาดสำเพ็ง เนื่องจากมีลวดลายสวยงาม มีลายให้เลือกหลากหลาย เหตุที่ไม่ใช้ผ้าปาเต๊ะผลิตทำมือของชาวบ้าน เพราะมีปริมาณไม่เพียงพอ
สินค้าที่ผลิตนำมาวางขายก็มีหลายรูปแบบ ได้แก่ กระเป๋าผ้าหลากหลายรูปแบบ เสื้อ และของใช้ภายในบ้าน เช่น หมอนอิง ที่ใส่กระดาษทิชชู ผ้ากันเปื้อน เสื้อคลุมอาบน้ำ เป็นต้น
สินค้าประมาณ 80% สามารถใช้ได้ 2 ด้าน โดยเฉพาะประเภทกระเป๋าผ้า เป็นที่ชื่นชอบของลูกค้าอย่างมาก จนกลายมาเป็นจุดเด่นที่ไม่เหมือนใคร กระเป๋าที่ใช้ได้ทั้ง 2 ด้าน ก็จะมีสีสันและลวดลายที่แตกต่างกัน ลูกค้าจะรู้สึกเหมือนได้กระเป๋า 2 ใบ โดยเฉพาะกระเป๋าเป้ที่ใช้ได้ 2 ด้าน จะเป็นที่นิยมมาก เพราะทำยาก ลูกค้าส่วนใหญ่ จะตื่นตาตื่นใจเมื่อได้เห็นสินค้า
สำหรับการออกแบบผลิตภัณฑ์จะออกแบบเอง เริ่มต้นจากการนำกระเป๋าตัวเองมาออกแบบ รวมทั้งนำข้อแนะนำจากลูกค้ามาพัฒนาสินค้าให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า โดยมีช่างตัดเย็บประจำอยู่ประมาณ 3-4 คน แต่หากช่วงที่มีคำสั่งซื้อเข้ามาจำนวนมาก ก็ต้องส่งให้ช่างจากที่อื่นมาช่วยตัดเย็บ เพื่อให้สามารถผลิตให้ได้ตามคำสั่งซื้อที่รับมาจากลูกค้า
ช่วงแรกๆ ที่นำสินค้าวางขาย สุภาพร ยอมรับว่าลูกค้าจะยังไม่ค่อยเข้าใจ นึกว่าเป็นผ้าถุง เพราะลวดลายผ้าเหมือนผ้าถุง ไม่กล้าซื้อไปใช้ จึงต้องมีการอธิบายให้เข้าใจว่าไม่ได้นำผ้าถุงมาใช้ แต่เป็นผ้าปาเต๊ะ ผ้าท้องถิ่นของทางใต้ ลูกค้าจึงหันมาสนใจสินค้ามากขึ้น
ในส่วนช่องทางการขาย มีหน้าร้านอยู่ที่ตลาดนัดจตุจักร โครงการ 6 ซอย 61 ประตู 17 สถานีรถไฟฟ้าหมอชิต เป็นสถานที่ขายส่งและขายปลีก
ขณะเดียวกันก็จะไปออกงานแสดงสินค้าตามสถานที่ต่างๆ ของหน่วยงานราชการ รวมทั้งในช่วงปลายปีนี้จะไปออกงานแสดงสินค้าของขวัญและของใช้ในบ้านด้วย โดยทางร้านจะเน้นนำสินค้าไปออกงานแสดงสินค้า เนื่องจากไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายประจำ ไม่ต้องลงทุนมาก งานจบภายในระยะเวลาที่กำหนด
ผู้จัดงานจะมีการบริหารจัดการ รวมถึงการโปรโมตงานเรียกลูกค้ามาอยู่แล้ว ทางร้านรับผิดชอบเฉพาะค่าใช้จ่ายเท่านั้น ถือเป็นการนำสินค้าไปเปิดตัวให้ลูกค้ารู้จักในวงกว้างอีกด้วย โดยลูกค้าก็มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
ลูกค้าหลักที่ตลาดนัดจตุจักรจะเป็นชาวต่างชาติมากกว่า ทั้งลูกค้าจากตะวันออกกลาง สหรัฐอเมริกา มาเลเซีย อิตาลี สเปน เป็นต้น มีทั้งซื้อไปใช้เอง และซื้อไปขายต่อ
ต่างกับลูกค้าในประเทศ ส่วนใหญ่จะซื้อไปใช้เอง หรือถ้าเป็นในช่วงเทศกาลก็จะมีสั่งทำสินค้าชิ้นเล็กๆ เพื่อเป็นของขวัญ ทำให้ในปีนี้ทางร้านได้เตรียมผลิตสินค้าสำหรับใช้เป็นของขวัญในช่วงเทศกาล โดยจะเป็นสินค้าชิ้นเล็กๆ เช่น กระเป๋า ราคาถูก ซื้อง่าย เพื่อรองรับลูกค้าในช่วงเทศกาล และการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าด้วย
สุภาพร กล่าวว่า ในช่วงทำธุรกิจที่ผ่านมา ปัญหาส่วนใหญ่ที่เจอ คือ การผลิตสินค้าไม่ทันกับคำสั่งซื้อ เพราะมีข้อจำกัดเรื่องการตัดเย็บ มีช่างน้อย ตัดเย็บไม่ทัน เพราะโดยปกติจะไม่มีการทำสินค้าเก็บสต๊อกไว้เยอะ แต่จะใช้วิธีผลิตไปขายไป ก็แก้ไขโดยการไปจ้างคนที่รับสินค้าตัดเย็บ|ที่บ้านเพิ่ม เพื่อจะได้ผลิตสินค้าทัน
ปีนี้ปัญหาที่ประสบเพิ่มเข้ามา คือ ความไม่สงบทางการเมือง ส่งผลต่อยอดขายสินค้าอย่างมาก เพราะที่จตุจักรอาศัยลูกค้าต่างชาติเป็นหลัก เมื่อเกิดความไม่สงบขึ้น ลูกค้าก็น้อยลง จนถึงขณะนี้สถานการณ์ก็เรื่อยๆ ไม่ได้กลับมาดีเหมือนเดิม
เป้าหมายต่อไปของทางร้าน จึงต้องการหาช่องทางส่งออกสินค้าโดยตรงให้ได้มากขึ้น เพื่อทดแทนตลาดในประเทศที่ซบเซา โดยจะเน้นไปที่การออกงานแสดงสินค้านานาชาติ และการไปออกงานต่างประเทศเพิ่มขึ้น
ในช่วงแรกไม่ได้คาดหวังว่าจะได้คำสั่งซื้อเข้ามาทันที แต่ถือเป็นการไปโชว์สินค้า แสดงให้เห็นว่าสินค้าไทยมีศักยภาพ มีเอกลักษณ์ความเป็นไทย ทำให้ลูกค้าสนใจสินค้าไทยมากขึ้น ตอนนี้ก็ได้เข้าไปอบรมเข้าโครงการของภาครัฐ เพื่อเพิ่มโอกาสในการพัฒนาสินค้าให้เหมาะสมกับการส่งออก เรียนรู้การเป็นผู้ส่งออก เพื่อให้สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ตลอดจนมีแผนจะเปิดร้านใหม่ที่ห้างสรรพสินค้าใหม่แถวอโศก เพื่อขยายกลุ่มลูกค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น จับกลุ่มลูกค้าอีกระดับในย่านใจกลางเมือง โดยที่ร้านใหม่จะเน้นการขายปลีกเป็นหลัก ถือเป็นการขยายช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้ลูกค้าเข้าถึงมากขึ้น
จากแผนการดังกล่าว ทำให้จำเป็นต้องผลิตสินค้าเพิ่มขึ้น เพื่อให้สินค้ามีความหลากหลาย น่าสนใจมากกว่าที่เป็นอยู่ แต่จะยังคงใช้ผ้าปาเต๊ะเป็นวัตถุดิบหลักอยู่ และจะศึกษาการใช้ผ้าไทย ผ้าท้องถิ่นประเภทอื่นๆ เพิ่มเติมด้วย เช่น ผ้าม่อฮ่อม
สุภาพร ย้ำด้วยว่า เป้าหมายสูงสุดของเธอ คือ จะใช้ผ้าไทยให้ครบทุกชนิด เพื่อทำให้ผ้าไทยเป็นที่รู้จัก และถูกนำมาใช้ในชีวิตประจำวันอย่างแพร่หลาย
สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ที่ www.penguinsmile.com หรือโทร. 08-1308-6564







