
เอกชนเสียงแตก ภาษีสรรพากรใหม่
คณะอนุกรรมการพิจารณาปรับปรุงและแก้ไขประมวลรัษฎากร
คณะอนุกรรมการพิจารณาปรับปรุงและแก้ไขประมวลรัษฎากร ที่ได้รับการแต่งตั้งจากคณะกรรมการดำเนินการปฏิรูปกฎหมายในระยะเร่งด่วน ได้นำเสนอผลการศึกษาการแก้ไขกฎหมายภาษีสรรพากร โดยข้อเสนอการแก้ไขกฎหมายสรรพากรดังกล่าวนั้น เชื่อว่าช่วยขยายฐานภาษีบุคคลธรรมดาของคนไทยให้สูงขึ้นได้ถึง 35 ล้านคน จากประชาชน 60 ล้านคน จากปัจจุบันมีคนอยู่ในระบบภาษีเพียง 10 กว่าล้านคน มีผู้เสียภาษีจริงเพียง 3 ล้านคน รวมถึงการขยายฐานภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ปัจจุบันอยู่ในระบบ 4 แสนราย เทียบกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีถึง 3 ล้านราย แสดงให้เห็นว่ายังมีคนอยู่นอกระบบภาษีอยู่มาก
ปิ่นสาย สุรัสวดี ผู้อำนวยการกองวิชาการแผนภาษี กรมสรรพากร เปิดเผยว่า ปีงบประมาณ 2562 กรมมีเป้าหมายต้องเก็บภาษีให้ได้ 2 ล้านล้านบาท ซึ่งต้องมีการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บให้ได้ตามเป้าหมาย สำหรับการแก้ไขกฎหมายกรมสรรพากรอยากให้คณะกรรมการฯ ทำการแก้ไขกฎหมายรองรับการเก็บภาษีในอีก 20 ปีข้างหน้า ที่มีความท้าทายอย่างมาก เพราะการทำธุรกิจอี-บิซิเนสและดิจิทัลเต็มรูปแบบ ทำให้การเก็บภาษีต้องทันกับการเปลี่ยนที่รวดเร็วดังกล่าว
ภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ดีบีเอส วิคเคอร์ส ในฐานะนายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย กล่าวว่า หากจะมีการกลับมาใช้ภาษีนิติบุคลที่ 25% สิ่งที่กระทบโดยตรงคืออัตราการเติบโตกำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) จะต้องลดลง ขณะเดียวกันอาจจะส่งผลให้ขีดความสามารถในการแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านลดลง โดยเฉพาะประเทศสิงคโปร์ที่ปัจจุบันเก็บภาษีอยู่ที่ 17-18% ซึ่งก็น้อยกว่าไทย แต่การที่ปัจจุบันไทยเก็บอยู่ที่ 20% ยังถือว่าเป็นระดับที่สามารถแข่งขันกับสิงคโปร์และประเทศเพื่อนบ้านได้
“ถ้ามีการเก็บภาษีนิติบุคคลเป็น 25% ถือว่าประเทศไทยจะลดความน่าสนใจหรือดึงดูดจากต่างประเทศที่จะเข้ามาตั้งบริษัท จดทะเบียน หรือเข้ามาลงทุนในประเทศไทยลดลง และมองว่าขีดความสามารถในการแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านจะลดลงด้วย เพราะระดับที่ 20% ถือเป็นระดับที่ใกล้เคียงหรือไม่ได้มีความแตกต่างกับประเทศเพื่อนบ้านมากนัก” ภัทธีรา กล่าว
กลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หากมองในภาพรวมแล้วน่าจะเป็นเรื่องดี เพราะมีหลายตัวที่ช่วยลดความซ้ำซ้อนในการเก็บภาษี เช่น ภาษีเงินได้นิติบุคคล ซึ่งดูแล้ว สมเหตุสมผลมากขึ้น เพราะไม่ต้องนั่งตีความ ลดปัญหาการเลี่ยงภาษี และน่าจะช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบมากขึ้น ส่วนเรื่องการขยายวงเงินขึ้ นทะเบียนภาษีแวต ส่วนตัวมองว่า เป็นเรื่องดีต่อผู้ประกอบการ โดยเฉพาะเอสเอ็มอีที่จะได้มีโอกาสในการทำธุรกิจมากขึ้น
แหล่งข่าวจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ระบุว่า มีบางเรื่องที่เอกชนเห็นด้วยและบางเรื่องที่ยังไม่เห็นด้วย โดยจะขอติดตามรายละเอียดอีกครั้งในเรื่องที่ยังมองว่าไม่ชัดเจน ขณะนี้ยังไม่อยากให้ข้อคิดเห็น ต้องรอให้ตกผลึกก่อน อย่างไรก็ตาม เข้าใจว่าบางประเด็นรัฐก็ทำเพื่อขอขยายฐาน เช่น เรื่องการขยายวงเงินขึ้นทะเบียนภาษีแวต โดยส่วนตัวเชื่อว่าจะมีส่วนช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบมากขึ้น
สันติสุข โฆษิอาภานันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โซนิค อินเตอร์เฟรท (SONIC) ผู้ให้บริการการจัดระบบโลจิสติกส์แบบครบวงจร กล่าวว่า ในภาพรวมเป็นแนวทางที่ถูกต้องในการที่จะขยายฐานผู้เสียภาษีและลดอัตราภาษีลงมาให้สอดคล้องกับสภาพภาษีในประเทศที่อยู่รอบๆไทยจะทำให้เกิดความเป็นธรรม เพราะทุกวันนี้มีเพียงส่วนน้อยที่เสียภาษี ในมุมของบริษัทที่ผ่านมามีการเสียภาษีด้วยจำนวนเงินที่มากเพราะมีกำไรมาตลอด 22 ปี หากลดภาษีลงจะทำให้รายจ่ายด้านภาษีลดลง และทำให้มีกำไรมากขึ้น สามารถนำไปลงทุนขยายธุรกิจได้มากขึ้น ขณะที่มุมของลูกค้าซึ่งเป็นผู้นำเข้าและส่งออกที่มาใช้บริการโลจิสติกส์กับบริษัทสามารถแข่งขันกับคู่แข่งในต่างประเทศได้มากขึ้น







