posttoday
SUPERคลอดกองทุนIFF

SUPERคลอดกองทุนIFF

08 กันยายน 2561

บอร์ด SUPER อนุมัติขายสินทรัพย์เข้ากองทุน IFF 9,000 ล้าน คาดขายไตรมาส 2

บอร์ด SUPER อนุมัติขายสินทรัพย์เข้ากองทุน IFF 9,000 ล้าน คาดขายไตรมาส 2 ปีหน้านำเงินคืนหนี้-ลงทุนโครงการในอนาคต

นายจอมทรัพย์ โลจายะ ประธานกรรมการ บริษัท ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น (SUPER) แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการของบริษัท วันที่ 7 ก.ย 2561 ได้มีมติอนุมัติให้บริษัทเข้าทำธุรกรรมกับกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (ไอเอฟเอฟ) มูลค่าไม่เกิน 9,000 ล้านบาท โดยในขณะนี้
อยู่ระหว่างจัดเตรียมเอกสารเพื่อขออนุมัติการจัดตั้งกองทุนฯ จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อการระดมทุน คาดว่าธุรกรรมเกิดขึ้นภายในไตรมาส 2 ปี 2562

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการอนุมัติให้บริษัทย่อยของบริษัทเข้าทำธุรกรรมการโอนสิทธิรายได้สุทธิจากการดำเนินโครงการกิจการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินขนาดเล็กมาก (VSPP) ของบริษัท 17 อัญญวีร์ โฮลดิ้ง (17AYH) และบริษัท เฮลท์ แพลน เน็ท เมเนจเม้นท์ (ประเทศไทย) (HPM) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท ที่ประกอบกิจการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าให้แก่ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) หรือการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) (แล้วแต่กรณี) จำนวนทั้งหมด 19 โครงการ โดยมีปริมาณพลังไฟฟ้าสูงสุดที่เสนอขายตามที่ระบุในสัญญาซื้อขายไฟฟ้ารวม 118 เมกะวัตต์ให้แก่กองทุนฯ (ธุรกรรมการโอนสิทธิรายได้สุทธิ) ซึ่งระยะเวลาการโอนสิทธิภายใต้สัญญาโอนสิทธิรายได้สุทธิ จะเริ่มตั้งแต่วันที่กองทุนฯ เข้าลงทุนสำเร็จจนถึงและรวมถึงวันสิ้นสุดสัญญาซื้อขายไฟฟ้าของแต่ละโครงการตามที่ระบุในสัญญาโอนสิทธิรายได้สุทธิ การโอนสิทธิรายได้สุทธิ มีขนาดรายการไม่เกิน 9,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาขนาดธุรกรรมซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนฯ ไม่เกิน 1 ใน 3 (หรือประมาณ 33.33%) ของหน่วยลงทุนที่ออกและเสนอขายครั้งแรกของกองทุนฯ ซึ่งมีขนาดรายการประมาณไม่เกิน 3,000 ล้านบาท ซึ่งขึ้นอยู่กับขนาดของกองทุนฯ ที่ประมาณไม่เกิน 9,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ดี กองทุนอาจระดมทุนบางส่วนโดยการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินเป็นมูลค่าไม่เกิน 2,000 ล้านบาท และมีส่วนทุนประมาณไม่เกิน 7,000 ล้านบาท ทำให้ส่วนของหน่วยลงทุนที่บริษัทจะเข้าลงทุนจะลดลงเป็นประมาณไม่เกิน 2,333 ล้านบาท โดยบริษัทคาดว่าธุรกรรมซื้อหน่วยลงทุนจะเกิดขึ้นภายในไตรมาส 2 ปี 2562

สำหรับวัตถุประสงค์ในการใช้เงินที่จะได้จากโอนสินทรัพย์เข้ากองทุนซึ่งจะได้เงินมาประมาณ 9,000 ล้านบาทนั้นจะนำไปชําระหนี้สิน และเงินกู้ให้กับสถาบันการเงินจำนวน 4,150 ล้านบาท หรือ 46% ชำระหนี้เงินกู้ระยะสั้น จากสถาบันการเงิน และใช้เพื่อลงทุนซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนจำนวน 33% ของหน่วยลงทุนที่ออกและเสนอขายครั้งแรก 2,002 ล้านบาท หรือ 22% และลงทุนในโครงการพลังงานทดแทนอื่นๆ ในอนาคต 2,850 ล้านบาท หรือ 32%

อย่างไรก็ตาม สัดส่วนการใช้เงินตามวัตถุประสงค์อาจมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในขณะนั้นด้วย และรายการจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ธุรกรรมการโอนสิทธิรายได้สุทธิธุรกรรมตกลงดําเนินการ และธุรกรรมวางหลักประกันจะเกิดขึ้นภายหลังจากที่คําขอจัดตั้งกองทุนได้รับอนุมัติจาก ก.ล.ต.แล้ว และได้มีการเสนอขายหน่วยลงทุนและจดทะเบียนกองทรัพย์สินของกองทุนฯ แล้ว

นอกจากนี้ การโอนสิทธิรายได้สุทธิจะมีผลบังคับเมื่อเงื่อนไขบังคับก่อนตามสัญญาโอนสิทธิรายได้สุทธิและสัญญาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง สําเร็จครบถ้วนหรือได้รับการผ่อนผัน ทั้งนี้บริษัทคาดว่าธุรกรรมการโอนสิทธิรายได้สุทธิธุรกรรมตกลงดําเนินการและธุรกรรมวางหลักประกันจะแล้วเสร็จในไตรมาส 2 ปี 2562

ทั้งนี้ การขายทรัพย์สินเข้ากองทุนโครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจพลังงานทดแทน จะเป็นแนวทางหนึ่งในการระดมเงินมาใช้ในการขยายกิจการโดยก่อนหน้า บริษัท เชาว์ สตีล อินดัสทรี้ (CHOW)ได้นำโครงการโรงไฟฟ้าที่ญี่ปุ่นขายเข้ากองทุนโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเมื่อเดือน มิ.ย. บริษัทได้รายงานว่าได้รับเงินจากการดำเนินการขายโรงไฟฟ้า 3 แห่ง มีขนาดกำลังการผลิต 6.13 เมกะวัตต์ ประกอบด้วยโรงไฟฟ้า Kyotango, Shibushi และ Nogata วงเงินรวม 490 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?