โอเพนซอร์ส พัฒนาโซลูชั่นไอโอที
การพัฒนาอย่างรวดเร็วของไอโอทีเป็นตัวเร่งให้องค์กรต่างๆ ลงทุนด้านเทคโนโลยี และลงทุนกับเครื่องมือที่จะช่วยพัฒนา
โดย..เร้ดแฮท
อุปกรณ์ในโลกปัจจุบันไม่ว่าจะมีขนาดใดใช้ทำอะไร ต่างสามารถเชื่อมต่อถึงกันได้อย่างชาญฉลาด มีการเชื่อมต่อใหม่ๆ ระหว่างอุปกรณ์นับล้านๆ ชิ้นเกิดขึ้นใหม่ทุกวัน โดยไอดีซีคาดว่าในปี 2563 จะมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ (ไอโอที) ทั่วโลกเกินกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นผลมาจากการคาดการณ์ว่า การเติบโตสะสมเฉลี่ยต่อปีจะมากกว่า 14% ในช่วงหลายๆ ปีต่อจากนี้
การพัฒนาอย่างรวดเร็วของไอโอทีเป็นตัวเร่งให้องค์กรต่างๆ ลงทุนด้านเทคโนโลยี และลงทุนกับเครื่องมือที่จะช่วยพัฒนา บริหารจัดการ และนำผลิตภัณฑ์และบริการด้านไอโอทีเหล่านี้มาใช้ให้เป็นประโยชน์มากขึ้น
เรดแฮตได้มอบหมายให้ อาร์ทีอินไซต์สำรวจผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจด้านไอทีขององค์กรขนาดใหญ่จำนวน 253 ราย เพื่อให้ได้ข้อมูลว่าพวกเขาเหล่านั้นใช้เทคโนโลยีอะไรพัฒนาโซลูชั่นด้านไอโอทีต่างๆ โดยองค์กรที่เข้าร่วมการสำรวจนี้จะต้องเป็นองค์กรที่พัฒนาโซลูชั่นไอโอทีอยู่ในปัจจุบัน หรือมีแผนจะทำภายใน 12-18 เดือนต่อจากเวลาที่ทำการสำรวจ
ทั้งนี้ การสำรวจดังกล่าวได้พิจารณาถึงความแตกต่างระหว่างการพัฒนาแอพพลิเคชั่นไอโอที กับการพัฒนาแอพพลิเคชั่นแบบเดิม ระหว่างการพัฒนาโซลูชั่นไอโอทีได้มีความสามารถสำคัญๆ อะไรเกิดขึ้นบ้าง และความสัมพันธ์ระหว่างเครื่องมือที่เป็นโอเพนซอร์สและการพัฒนาโซลูชั่นไอโอที
สำหรับคำถามแรกๆ ของการสำรวจคือ “ความแตกต่างที่สำคัญที่สุดระหว่างการพัฒนาแอพพลิเคชั่นไอโอทีกับการพัฒนาแอพพลิเคชั่นแบบเดิม คืออะไร” ซึ่งคำตอบที่ได้รับจากการสำรวจพบว่า การพัฒนาโซลูชั่นต่างๆ ที่เชื่อถือได้และปรับระดับการทำงานได้ตามต้องการ อยู่ที่ 51% มาตรฐานต่างๆ ในการจัดการให้ข้อมูลและแอพพลิเคชั่นทำงานร่วมกันได้อย่างยั่งยืน 48% เซ็นเซอร์และอุปกรณ์อัจฉริยะที่ใช้งานปลายทางมีจำนวนมาก 45% และการจัดการกับความปลอดภัยของข้อมูลและแอพพลิเคชั่น 41%
เมื่อระบุได้ว่าความแตกต่างระหว่างกระบวนการทั้งสองคืออะไร ก็สามารถระบุได้ชัดเจนขึ้นว่าอะไรคือสิ่งจำเป็นในการพัฒนาโซลูชั่นไอโอทีให้ประสบความสำเร็จ
ผลสำรวจที่ออกมาพบว่า โซลูชั่นที่เชื่อถือได้และปรับขนาดการทำงานได้ตามต้องการจะถูกจัดอยู่ในลำดับแรกๆ ที่ผู้ให้การสำรวจเห็นว่าควรนำมาใช้เพื่อการสรรสร้างโซลูชั่นไอโอทีต่างๆ รวมถึงการใช้ข้อมูลปริมาณมาก
นอกจากนี้ ยังทราบว่าซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส กลายเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดขององค์กรในการพัฒนาแอพพลิเคชั่นและนำมาใช้ ซึ่งตรงตามผลสำรวจที่ระบุว่าโอเพนซอร์สเป็นเครื่องมือที่จำเป็นในการพัฒนาโซลูชั่น ไอโอทีด้วยเช่นกัน เห็นได้จากผลสำรวจที่พบว่า 39% ของผู้ตอบแบบสอบถามจากองค์กรที่กำลังพัฒนาโซลูชั่นไอโอทีอยู่ในปัจจุบัน ชื่นชอบเครื่องมือที่เป็นโอเพนซอร์สมากกว่าเครื่องมืออื่นๆ ที่มีกรรมสิทธิ์
อย่างไรก็ตาม เมื่อถามคำถามเดียวกันนี้ไปยังองค์กรที่จัดตัวเองอยู่ในกลุ่มผู้นำด้านไอโอที ตัวเลขยิ่งสูงขึ้น กล่าวคือ 43% ของผู้ตอบแบบสอบถามใช้โอเพนซอร์สในการพัฒนาโซลูชั่นไอโอที โดยในบรรดาองค์กรที่ใช้โอเพนซอร์สเป็นหลักในการพัฒนาโซลูชั่นไอโอทีที่จัดตัวเองเป็นผู้นำด้านไอโอที ใช้โซลูชั่นโอเพนซอร์สมากกว่า องค์กรที่ใช้เครื่องมือที่มีกรรมสิทธิ์เป็นหลักในการพัฒนาถึง 50%
การสนับสนุนและความช่วยเหลือจากโซลูชั่นโอเพนซอร์สไม่ใช่เรื่องแปลก เมื่อพิจารณาถึงความต้องการหลักๆ ในการพัฒนาโซลูชั่นไอโอที กล่าวได้ว่าองค์กรที่พัฒนาโซลูชั่นไอโอที ต้องพร้อมที่จะจัดการกับความต้องการในการปรับขนาดการทำงานได้ตามต้องการ ความเชื่อถือได้ การจัดการความซับซ้อน และความต้องการอื่นๆ ที่จะตามมา ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่โอเพนซอร์สมีอยู่แล้ว และสามารถช่วยองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้
จะเห็นได้ว่าซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สเป็นที่แพร่หลายในหมู่องค์กร และการสำรวจครั้งนี้ชี้ให้เห็นโอกาสของเทคโนโลยีโอเพนซอร์สที่จะเสริมให้องค์กรต่างๆ เริ่มต้นใช้โซลูชั่นไอโอทีต่างๆ ร่วมกับสถาปัตยกรรมไอทีของตน
เรดแฮตมุ่งมั่นให้การสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงระบบไอทีขององค์กร และยังคงมุ่งหวังที่จะทำงานกับผู้ใช้งานในการพัฒนาโซลูชั่นไอโอทีต่างๆ ด้วยเทคโนโลยีของเร้ดแฮทอย่างต่อเนื่่อง เพื่อตอบสนองความต้องการที่เฉพาะเจาะจงของแต่ละองค์กร


