พระบรมรูปรัชกาลที่ 5 หอจดหมายเหตุ จันทบุรี
หลายคนที่พบเห็นอาคารหอจดหมายเหตุแห่งชาติ จ.จันทบุรี
โดย สมาน สุดโต
หลายคนที่พบเห็นอาคารหอจดหมายเหตุแห่งชาติ จ.จันทบุรี จะต้องตื่นตาตื่นใจกับตัวอาคารโบราณที่สร้างสมัยรัชกาลที่ 6 และพระบรมรูปหล่อประทับยืน สมเด็จพระปิยมหาราช รัชกาลที่ 5 ที่ปิดทองเหลืองอร่ามทั้งองค์ ซึ่งจะพบที่ จ.จันทบุรี เท่านั้น
ที่ฐานพระบรมรูปมีแผ่นศิลาฤกษ์ระบุปีที่สร้างว่า 4 มิถุนายน พ.ศ. 2549 พร้อมทั้งจารึกพระราชดำรัสตอบประชาชนเมืองจันทบุรี เมื่อวันที่ 15 พ.ย. 2450 ความตอนหนึ่งว่า ถึงว่าเราต้องห่างเหินไป ไม่ได้มาเยี่ยมเยียนเมืองนี้ถึง 14-15 ปี ด้วยความจำเป็น แต่มิได้ละเลยความผูกพันในใจที่จะบำรุงเมืองนี้ให้อยู่เป็นสุขแลมีใจระลึกถึงประชาชนทั้งหลายอันเป็นที่คุ้นเคยกัน แลได้ฟังข่าวสุขทุกข์ของเจ้าทั้งหลายอยู่เป็นนิตย์
วันที่ 16-17 ส.ค. 2561 เมธาดล วิจักขณะ รองอธิบดีกรมศิลปากร นำคณะสื่อมวลชนไปชมโบราณสถาน จ.จันทบุรี ตามโครงการเผยแพร่มรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ เมธาดล ได้เล่าถึงโครงการว่าจะยังประโยชน์ให้เกิดแก่ใครอย่างไรบ้าง จากนั้น สุมลฑริกาญจณ์ มายะรังษี หัวหน้าหอจดหมายเหตุแห่งชาติ จันทบุรี เล่าประวัติศาสตร์เมืองจันทบุรี และภารกิจของหอจดหมายเหตุแห่งชาติ โดยเล่าว่า จันทบุรีมีประวัติศาสตร์ยาวไกลก่อนสมัยอยุธยา นับอายุได้พันปี มีโบราณสถานเมืองเพนียด ที่สร้างและมีอายุในศตวรรษที่ 11-18 เป็นหลักฐานยืนยัน ถึงวันนี้ผ่านยุคสมัยประวัติศาสตร์มายาวนาน
เมื่อกล่าวถึงภารกิจหอจดหมายเหตุฯ คุณกุ้ง หรือสุมลฑริกาญจณ์ เล่าว่า เมื่อรับมอบอาคารหลังนี้ให้เป็นที่ตั้งหอจดหมายเหตุแห่งชาตินั้น อาคารอยู่ในสภาพทรุดโทรม แต่ด้วยวิสัยทัศน์ของ เมธาดล วิจักขณะ ในขณะที่ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 5 จังหวัดปราจีนบุรี ได้หางบประมาณมาพัฒนาและปรับปรุงจนอาคารที่สร้างสมัยรัชกาลที่ 6 ให้กลับมาสง่างาม เป็นศรีเมืองจันทบุรีถึงทุกวันนี้
สุมลฑริกาญจณ์ เล่าว่า อาคารโบราณอายุ 102 ปี ที่สร้าง พ.ศ. 2459 ลักษณะเป็นอาคารชั้นเดียว รูปทรงแบบยุโรป สไตล์โคโลเนียล ก่ออิฐ ฉาบปูน ยกใต้ถุนสูง ยาว 73 เมตร กว้าง 27 เมตร ที่รัชกาลที่ 6 ทรงโปรดฯ ให้สร้างเพื่อเป็นศาลาว่าการมณฑลจันทบุรี แต่เปลี่ยนเป็นศาลากลางจังหวัดจันทบุรีเมื่อ พ.ศ. 2476 จนถึง พ.ศ. 2521 ก็ไม่มีหน่วยราชการอยู่ที่อาคารนี้ถึง พ.ศ. 2546 จึงเป็นที่ทำการหอจดหมายเหตุแห่งชาติ จ.จันทบุรี
เมื่อมาอยู่ตึกนี้ ได้พบเอกสารที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่เก็บไว้ในชั้นใต้ดินของตึกจำนวนมาก จึงใช้เวลาหลายปี เหลือ 800 ลูกบาศก์ฟุต บางส่วนของเอกสารนั้นเป็นเอกสารระดับโลก เพราะบันทึกเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 ตลอดถึงสงครามเย็น
ปัจจุบันจัดทำไฟล์ดิจิทัลให้ประชาชนทั่วไปค้นคว้า ซึ่งปัจจุบันมี 5,000 กว่ารายการ ส่วนภาพก็มีจำนวนมาก ประมาณ 6-7 หมื่นภาพ
สุมลฑริกาญจณ์ ยกตัวอย่างเอกสารเกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่ 1 ว่า สมัยที่ จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ได้มีหนังสือโต้ตอบของกระทรวงมหาดไทยกับ จ.จันทบุรี เพื่อสอบถามถึงทหารที่เคยไปร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่ 1 จาก จ.จันทบุรี ที่ยังมีชีวิตอยู่ (ในขณะนั้น) พร้อมกับมีบันทึกว่าสงครามโลกครั้งที่ 1 นั้น ที่ไหนบ้างที่ถูกทิ้งระเบิด และประชาชนรวมตัวกันอย่างไร
อย่างไรก็ตาม เอกสารที่พบที่จัดว่าเป็นชิ้นเดียวในโลกคือ ทะเบียนนามสกุลคนจันทบุรี 3 เล่ม รวม 6,000 นามสกุล แต่ละนามสกุลอ่านแล้วสะท้อนภูมิศาสตร์ เช่น หนองบัวแดง หนองบัวขาว เป็นต้น จึงจัดทำโครงการเรื่องการบริหารราชการหัวเมืองตะวันออก จันทบุรี เสนอให้เป็นมรดกความทรงจำของโลก
ช่วงที่สื่อมวลชนเข้าชมหอจดหมายเหตุจัดนิทรรศการ สิ่งที่พบที่อาคารหลังนี้ที่แสดงถึงอดีต รวมทั้งปืนคาบศิลาที่ใช้ในสมัยโบราณ เหลือแต่รางไม้ เพราะลำกล้องส่วนที่เป็นเหล็กถูกถอดไม่เหลือให้ดูแม้แต่ชิ้นเดียว
นอกจากนั้น ก็มีแผ่นกระดานเซาะเป็นร่อง เพื่อใช้ในการนับเหรียญ และกระดานชนวนพร้อมดินสอที่ใช้เรียนในโรงเรียนประชาบาลก่อน พ.ศ. 2500
ออกมานอกอาคาร ผู้เขียนสะดุดตาพระบรมรูปหล่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ประทับยืนบนแท่นสูง ปิดทองด้วยทองคำเหลืองอร่ามทั้งองค์ ที่ประดิษฐานด้านหน้าอาคารหอจดหมายเหตุ ซึ่ง เมธาดล วิจักขณะ รองอธิบดีกรมศิลปากร บอกว่าที่ปิดทองทั้งองค์ เพราะชาวจันทบุรีสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงเลือกจันทบุรีไว้ โดยทรงยอมเสียแผ่นดินบางส่วนให้ฝรั่งเศสเป็นการแลกเปลี่ยน ตามประวัตินั้นใน พ.ศ. 2436 หรือ ร.ศ. 112 เกิดกรณีพิพาทระหว่างไทยกับฝรั่งเศส โดยฝรั่งเศสได้เข้ามายึดครองเมืองจันทบุรีไว้เป็นเวลานานถึง 11 ปี จนไทยต้องยอมยกดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงให้กับฝรั่งเศสเพื่อแลกเมืองจันทบุรีกลับคืนมา
ปัจจุบันพระบรมรูปหล่อรัชกาลที่ 5 เป็นที่เคารพสักการะของชาวจันทบุรีและบุคคลทั่วไป ดังนั้นผู้อ่านไปเมืองจันทบุรี อย่าลืมแวะหอจดหมายเหตุ มีข้อมูลให้ศึกษามาก หรือถ้าเป็นชาวจันทบุรี ใช้นามสกุลของบรรพบุรุษที่เป็นชาวจันทบุรี ก็ไปค้นหาว่านามสกุลนี้ได้แต่ใดมาหอจดหมายเหตุจันทบุรียินดีต้อนรับ


