posttoday
จะรอดหรือจะตาย... อยู่ที่โมเดลธุรกิจว่าเลิศล้ำแค่ไหน (13)

จะรอดหรือจะตาย... อยู่ที่โมเดลธุรกิจว่าเลิศล้ำแค่ไหน (13)

26 สิงหาคม 2561

ในการเดินทางไปสถาบันวิจัยต่างๆ ในเกาหลีเมื่อสัปดาห์ก่อน ได้พบข้อเท็จจริงอันน่าตกใจว่า

โดย ดร. เพียงออ เลาหะวิไลย [email protected]

ในการเดินทางไปสถาบันวิจัยต่างๆ ในเกาหลีเมื่อสัปดาห์ก่อน ได้พบข้อเท็จจริงอันน่าตกใจว่า “แม้ว่าคุณจะเป็นเทคสตาร์ทอัพ ทำธุรกิจใหม่ไอเดียล้ำยุคบรรทุกเทคโนโลยีมาเพียบ และแม้ว่าคุณจะถูกบ่มเพาะจากสถาบันวิจัยอันดับหนึ่งด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ แต่คุณก็มีอัตรารอดชีวิตเพียงแค่ 57%” ของแถมเพิ่มเติมสำหรับสินค้าไฮเทคค่ะ “และเมื่อสินค้าของคุณออกตลาดมาได้ไม่เท่าไร ก็จะถูกนักขโมยไอเดียลอกเลียนแบบเอาไปใช้ในเวลาอันรวดเร็ว”...

ในโอกาสเดียวกันนี้ ได้เยี่ยมชมกิจการในศูนย์บ่มเพาะและได้พบ CEO หนุ่มเจ้าของกิจการที่เพิ่งจบจากคณะวิศวกรรมศาสตร์สถาบันนี้ค่ะ เขาได้พาเราเข้าไปชมห้องทดลองของเขาที่กำลังพัฒนา หุ่นยนต์ทำความสะอาดแผงโซลาร์เซลล์ ที่ดูเหมือนธรรมดาแต่ไม่ธรรมดา กล่าวคือ หุ่นยนต์มีความสามารถพิเศษ กระโดดข้ามจากแท่นติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์แท่นหนึ่งไปยังอีกแท่นหนึ่งได้โดยอัตโนมัติ อันนี้เป็นไอเดียใหม่ที่คิดค้นมาเพื่อแก้ปัญหาด้านเทคนิคโดยเฉพาะ...

ให้นึกถึงโซลาร์ฟาร์มขนาดใหญ่ที่มีแผงโซลาร์เซลล์เรียงรายไปไกลหลายกิโลเมตรค่ะ โดยปกติผิวหน้าของแผงโซลาร์เซลล์จะต้องมีความสะอาดระดับหนึ่งเพื่อรับแสงอาทิตย์มาผลิตไฟฟ้าเก็บไว้ แผงเหล่านี้จะไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องความสกปรกที่เกาะผิวหน้าเลยในภูมิภาคที่มีฝนตกมาชะล้างให้ตามธรรมชาติ ทว่าหากติดตั้งโซลาร์ฟาร์มในทะเลทรายที่แล้งพายุฝน แต่ระคนด้วยพายุทรายที่พัดชั่วนาตาปี เอาฝุ่นผงมาเกาะผิวหน้าแผงโซลาร์เซลล์จนหนา งานล้างทำความสะอาดผิวหน้าแผงโซลาร์เซลล์จึงจำเป็น และคงจะเป็นงานที่มีสิ่งแวดล้อมในการทำงานที่โหดหินมากสำหรับมนุษย์ ดังนั้นจึงต้องใช้หุ่นยนต์ช่วยทำความสะอาดแทน

จะรอดหรือจะตาย... อยู่ที่โมเดลธุรกิจว่าเลิศล้ำแค่ไหน (13)

อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีหุ่นยนต์ทำความสะอาดที่มีอยู่ปัจจุบันยังไม่สามารถกระโดดข้ามจากแท่นหนึ่งไปยังอีกแท่นหนึ่งได้ด้วยตัวเอง ต้องใช้มนุษย์ยกข้ามไป จึงมีบริษัทเทคโนโลยีในจีนแห่งหนึ่งเสนอทุนวิจัยมาให้ เป็นโอกาสของ CEO หนุ่มรายนี้ ให้คิดค้นว่าจะทำอย่างไรให้หุ่นยนต์เดินข้ามแท่นแผง
โซลาร์เซลล์ไปยังอีกแท่นหนึ่งเองได้.....เสียดายที่ไม่สามารถถ่ายรูปมาให้ดูได้ค่ะ พ่อหนุ่มรายนี้ประดิษฐ์หุ่นยนต์อัจฉริยะสำเร็จ มันรู้ได้ด้วยตัวมันเองว่าเมื่อไรต้องทำงานและจะกระโดดข้ามแท่นแผงโซลาร์เซลล์ไปได้อย่างไร คุณสามารถทิ้งมันไว้ในทะเลทรายได้ทั้งปี และมันสามารถอยู่อย่างโดดเดี่ยวในทะเลทรายได้โดยไม่ต้องมีมนุษย์อยู่เป็นเพื่อน!

อย่างไรก็ตาม เมื่อถามพ่อหนุ่ม CEO ว่าได้มีการป้องกันมิให้ถูกลอกเลียนแบบ เช่น จดลิขสิทธิ์ทางปัญญาไว้อย่างไรบ้าง หนุ่มนักประดิษฐ์และศาสตราจารย์ที่ยืนข้างๆ ก็บอกอย่างปลงๆ ว่า “ไม่ว่าจะคิดค้นจนลึกซึ้งลงไปอย่างไร สักวันก็ถูกเลียนแบบจนได้” ดังนั้น “ทางที่ดีคือต้องคิดค้นสิ่งใหม่ๆ ไปเรื่อยๆ หยุดไม่ได้ เพื่อไม่ให้หัวขโมยเทคโนโลยีทั้งหลายตามทัน”... อามิตพุทธ นึกถึงแล้วก็เหนื่อยแทน...

เมื่อถามต่อไปว่า “แล้วมีลูกค้าเป้าหมายหรือยังว่าเป็นใคร มีปริมาณความต้องการมากน้อยแค่ไหน” CEO หนุ่มก็บอกว่า “อ้อ...ก็เป็นประเทศที่อยู่ในทะเลทรายน่ะครับ แต่ยังไม่รู้ว่าเป็นใคร จำนวนเท่าไร”...(อ้าวววว!)

(ออกจากทะเลทรายกลับเข้ามาในโลกที่เขียวชอุ่ม) ในทางตรงกันข้ามมีข้อบ่งชี้อย่างหนึ่งบอกว่า “พวกธุรกิจใหม่ที่มีอัตรารอดชีวิตสูง ส่วนใหญ่เป็นพวกที่ใช้เทคโนโลยีระดับปานกลาง” แต่ก็ต้องมีความพิเศษอย่างใดอย่างหนึ่งเช่นกัน แล้วจะต้องพิเศษอย่างไร??

จะรอดหรือจะตาย... อยู่ที่โมเดลธุรกิจว่าเลิศล้ำแค่ไหน (13)

เมื่อเล่าเรื่องราวโดยละเอียดให้ ศ.กุนเธ่อ ฟาลติน เทพแห่งการปั้น Entrepreneur เกิดใหม่ฟัง ท่าน ก็บอกว่า “ใช้เทคโนโลยีระดับสูงอย่างไร ก็ไม่สำคัญเท่าการสร้างโมเดลธุรกิจที่เฉียบคมกับเทคนิคการตลาดที่เฉียบขาด” นี่คือความพิเศษที่ว่าค่ะ...แม้ว่าคุณจะอยู่ในศูนย์บ่มเพาะธุรกิจที่มีคนที่ฉลาดที่สุดในประเทศช่วยบ่มเพาะ แต่สินค้าอาจไม่สามารถขายได้เลยถ้าไม่ได้ผ่านการสร้างและทดสอบโมเดลธุรกิจก่อน

มีสถิติที่น่าสนใจชุดหนึ่งของกลุ่ม Social Entrepreneur ทั่วโลก ที่ทำการสำรวจผู้ประกอบการที่ “มีใจช่วยสังคมด้วย ในขณะที่ทำกำไรไปด้วย” ในหลายประเทศ พบว่า 78.3% ของผู้ประกอบการใหม่ ไม่เคยได้รับการบ่มเพาะหรือสนับสนุนด้านความรู้ในการเริ่มธุรกิจจากที่ใด ... ดังนั้นใน 100 ราย เมื่อทำธุรกิจไปได้ไม่ถึงปีก็ตายไปแล้ว 38.3 ราย อยู่ต่อมาได้อีก 3 ปี ก็ตายตามไปอีก 45.2 ราย เหลือ 8.7 รายที่มีชีวิตไปถึง 6 ปี และอีก 2.6 รายอุตส่าห์ทนอยู่ไปได้ถึง 9 ปีก็จบชีวิต สุดท้ายเหลือเพียง 5.2 รายเท่านั้น ที่ธุรกิจมีอายุยืนยาวมากกว่า 10 ปี ช่างเป็นตัวเลขที่น่าอนาถใจจริงๆ ค่ะ หากได้รับการบ่มเพาะและมีโมเดลธุรกิจที่ดีแล้วเชื่อว่าอัตรารอดชีวิตน่าจะสูงขึ้น

การเป็นผู้ประกอบการเพื่อสังคมไม่ได้หมายความว่าทำฟรี ไม่มีกำไรนะคะ ผู้ประกอบการเพื่อสังคมมักมีเป้าหมายในการนำเสนอสินค้าและบริการที่แก้ไขปัญหาของสังคมได้ สามารถทำกำไรมาแบ่งปันกันได้ ผู้ประกอบการเพื่อสังคมในต่างประเทศมีการระดมทุนกันเอิกเกริก เป็นกลุ่มคนกลุ่มใหญ่ที่ทำธุรกิจดีๆ เพื่อแบ่งปันความสุขในสังคม ยกตัวอย่างเช่น หลายปีก่อนรองเท้ายี่ห้อ TOMS Shoes มีโมเดลธุรกิจที่สร้างสรรค์มาก ชื่อว่า One for One Business Model .....เมื่อมีใครก็ตามซื้อรองเท้า TOMS Shoes หนึ่งคู่ ก็จะมีรองเท้าอีกหนึ่งคู่ส่งไปถึงเด็กที่ไม่มีรองเท้าใส่ในประเทศด้อยพัฒนา โมเดลนี้กลายเป็นธุรกิจเพื่อสังคมที่ประสบความสำเร็จล้นหลามในต่างประเทศ Blake Mycoskie ผู้ก่อตั้งบริษัทกลายเป็นต้นแบบของธุรกิจเพื่อสังคมที่โด่งดังคนหนึ่งทีเดียว

(อ่านต่อฉบับหน้า)

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน