
เร่งเอสเอ็มอีจดนิติบุคคล
ธพว.จี้เอสเอ็มอีรายเล็กเร่งตั้งเป็นนิติบุคคล เพิ่มโอกาสเข้าถึงมาตรการรัฐ ด้านผู้ประกอบการวอนรัฐเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจ
ธพว.จี้เอสเอ็มอีรายเล็กเร่งตั้งเป็นนิติบุคคล เพิ่มโอกาสเข้าถึงมาตรการรัฐ ด้านผู้ประกอบการวอนรัฐเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจ
นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือเอสเอ็มอีแบงก์ เปิดเผยว่า ผลสำรวจการประเมินความสามารถในการเข้าถึงนโยบายภาครัฐของเอสเอ็มอีไทยจากผู้ประกอบการ 1,200 รายพบว่า ยังมีผู้ประกอบการที่ยังไม่รับรู้และเข้าไม่ถึงมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐ โดยส่วนใหญ่เป็นรายเล็กที่ไม่ได้จดทะเบียนในระบบ ทำให้ตกสำรวจและเข้าไม่ถึงมาตรการช่วยเหลือต่างๆ
ทั้งนี้ ธนาคารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องปรับกลยุทธ์เพื่อเพิ่มการรับรู้และเข้าถึงมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐให้ครอบคลุมและรวดเร็วมากขึ้น ผ่านช่องทางการรับรู้ที่สะดวก เช่น สื่อออนไลน์ หรือวิทยุ รวมถึงการเพิ่มบริการเคลื่อนที่ที่รวดเร็วเพื่อผลักดันให้ผู้ประกอบการรายเล็กเข้าสู่ระบบจดทะเบียนนิติบุคคล ก็จะช่วยให้เข้าถึงมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจเติบโตอยู่รอดและยั่งยืนมากขึ้น
“ตอนนี้มีเพียงเอสเอ็มอีรายกลางที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล และเข้าร่วมโครงการหรือมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ ทำให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง เพราะได้รับประโยชน์จากภาครัฐอย่างแท้จริง ขณะที่เอสเอ็มอีขนาดเล็กส่วนใหญ่ยังไม่จดทะเบียน จึงเป็นปัญหาและอุปสรรคในการรับรู้และเข้าถึงมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐต่ำกว่ารายกลางถึง 10 เท่าตัว” นายมงคล กล่าว
นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า จากผลการสำรวจพบว่าสัดส่วนเอสเอ็มอีที่รู้ถึงมาตรการและความช่วยเหลือของรัฐบาล อยู่ที่ 60.31% ส่วนกลุ่มที่ไม่รู้อยู่ที่ 39.69% โดยในจำนวนที่รับรู้ 30.54% อยู่ในระดับที่รับรู้สูงมาก โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มจดทะเบียน 80.3% และเป็นธุรกิจขนาดกลางถึง 90.9% โดยช่องทางที่ทำให้รับรู้ส่วนใหญ่มาจากการบอกต่อของคนสนิท 35.15% และจากเจ้าหน้าที่รัฐลงไปแนะนำ 33.68% และสิ่งที่รับรู้มากที่สุด คือ มาตรการสนับสนุนสินเชื่อจากสถาบันการเงินของรัฐ 76.7% มาตรการด้านภาษี 71.2% และการเสริมทักษะความรู้ 53.6%
ด้านกลุ่มที่ระบุว่าไม่รู้ เนื่องจากไม่มีเวลาติดตามข่าวสารข้อมูล ประมาณ 34.35% ส่วนอีก 18.88% ระบุว่า ไม่ได้อยู่ในกลุ่มหรือเครือข่าย เช่น สมาคม สมาพันธ์ต่างๆ และอีก 17.28% ระบุว่า ช่องทางสื่อสารกระจุกตัวเฉพาะในสื่อของภาครัฐ
สำหรับความสามารถการเข้าถึงนโยบายและมาตรการของรัฐ พบว่า 55.61% เข้าถึงได้ระดับปานกลาง ส่วนที่ไม่สามารถเข้าถึงได้เลยอยู่ที่ 4.17% โดยส่วนใหญ่กลุ่มธุรกิจที่จดทะเบียนจะสามารถเข้าถึงมาตรการและความช่วยเหลือของภาครัฐได้ดี สวนทางกับกลุ่มที่ไม่จดทะเบียนและขนาดเล็กที่ระบุว่า เข้าถึงมาตรการและความช่วยเหลือของรัฐได้น้อยหรือไม่เคยเข้าถึงเลย นอกจากนี้ เอสเอ็มอีที่จดทะเบียนมีโอกาสเข้าถึงความช่วยเหลือของภาครัฐมากกว่า 81.8% ขณะที่เอสเอ็มอีขนาดเล็กที่เคยเข้าร่วมโครงการรัฐมีเพียง 17.1% เท่านั้น
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า จากกลุ่มตัวอย่างดังกล่าว พบว่ายังมีสิ่งที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีต้องการได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐ ได้แก่การพัฒนาและฟื้นฟูเศรษฐกิจภายในประเทศให้ดีขึ้น การลดหย่อนภาษีและยกเลิกภาษีซ้ำซ้อน การแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคประชาชน และการปล่อยสินเชื่อเงินกู้ระยะยาวที่มีดอกเบี้ยคงที่







