
จีนปักหมุดลงทุนไทย
ไทย-จีน ร่วมมือ 10 ด้านผลักดันการค้าพุ่ง 1.4 แสนล้านดอลลาร์ ชูจุดเชื่อมโยงอีอีซีกับวันเบลต์วันโรด ขยายสู่ภูมิภาค
ไทย-จีน ร่วมมือ 10 ด้านผลักดันการค้าพุ่ง 1.4 แสนล้านดอลลาร์ ชูจุดเชื่อมโยงอีอีซีกับวันเบลต์วันโรด ขยายสู่ภูมิภาค
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังประชุมคณะกรรมการร่วมว่าด้วยการค้า การลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจไทย-จีน (JC เศรษฐกิจไทย-จีน) ครั้งที่ 6 ร่วมกับนายหวังหย่ง มนตรีแห่งรัฐ สาธารณรัฐประชาชนจีน ที่ทำเนียบรัฐบาล ว่า ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจของไทยและจีนครั้งนี้ นับเป็นระยะที่ 3 จากนี้ไปจะร่วมมือกันทั้งในเชิงลึกและกว้างมากยิ่งขึ้นโดยทั้งสองฝ่ายเห็นร่วมกันที่จะเพิ่มเป้าหมายการค้าจาก 1.2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2563 เป็น 1.4 แสนล้านดอลล่าร์ในปี 2564 โดยจะเพิ่มการค้าผ่านทุกช่องทางทั้งทางปกติและอี-คอมเมิร์ซ
นอกจากนี้ จะมีการร่วมมือ 10 ด้าน และลงลึกการลงทุน เน้นใน 3 มิติ คือ สร้างมูลค่าเพิ่ม นวัตกรรมและผู้ประกอบการใหม่ โดยจะตั้งคณะทำงานร่วมกัน 3 ด้าน คือ วิทยาศาสตร์ อุตสาหกรรม และดิจิทัล และจะตามงานความคืบหน้าของทั้ง 3 คณะในโอกาสที่ไทยจะไปเยือนจีนในเดือน พ.ย.นี้ และดึง 3 เสาหลัก คือ รัฐวิสาหกิจ เอกชน และภาคการศึกษาของทั้งสองฝ่ายมาร่วมขับเคลื่อน โดยลงนามความร่วมมือรวม 6 ฉบับ
“ความร่วมมือไทย-จีน จะไม่ได้มุ่งที่ 2 ประเทศเท่านั้น แต่จะกระจายออกไปสู่ประเทศรอบข้างในความร่วมมือ ACMEC ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีที่จะไม่ใช่เฉพาะไทยที่ได้ประโยชน์แต่เป็นทั้งอนุภูมิภาค ซึ่งเอกชน 32 รายที่เดินทางมาครั้งนี้ เป็นธุรกิจขนาดใหญ่ติดอันดับฟอร์จูน 500 และเชื่อมั่นต่อความเป็นผู้นำเศรษฐกิจของไทยในภูมิภาค” นายสมคิด กล่าว
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ที่จะเพิ่มมูลค่าการค้าการลงทุนระหว่างไทยกับจีนให้ได้ตามเป้าหมายนั้น นอกจากจะเชื่อมโยงความร่วมมือกับเมืองและมณฑลสำคัญที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง เช่น ฮ่องกง เซี่ยงไฮ้ และ 11 มณฑลปากแม่น้ำจูงเจียง ยังจะต้องใช้การเจาะตลาดในมณฑลด้านในของจีนที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง เช่น กวางตุ้ง กวางสีจ้วง เฉิงตู และซีอาน ซึ่งหากขยายการค้าในพื้นที่ต่างๆ เหล่านี้ควบคู่ไปกับการทำตลาดอี-คอมเมิร์ซเพิ่มขึ้นได้ตามเป้าหมาย
ขณะเดียวกัน นายสมคิด ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษภายในงานสัมมนา “Thailand-China Business Forum 2018 :Comprehensive Strategic Partnership Through the Belt and Road Initiative and the EEC” ว่า รัฐบาลไทยได้กำหนดยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจให้มีความเชื่อมโยงกับนโยบายหนึ่งเส้นหนึ่งแถบ (1B1R) หรือ Belt and Road Initiative (BRI) ของจีน โดยเฉพาะการเชื่อมโยงเข้ากับเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เพื่อให้เป็นพื้นที่รองรับการลงทุนจากนักลงทุนจีนที่มีศักยภาพและสนใจที่จะเข้ามาลงทุนในภูมิภาคนี้ โดยมีประเทศไทยเป็นฐานและจุดเชื่อมต่อ
นายหวัง กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นที่สนใจของนักลงทุนจีน โดยที่ผ่านมามีความร่วมมือกันในหลายๆ ด้านทั้งการค้าและการลงทุน และเป็นแบบอย่างที่ดีในการขับเคลื่อนความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับอาเซียน ในช่วงที่ผ่านมาจีนได้มีการกำหนดและทิศทางใหม่ เพื่อพัฒนาประเทศสอดคล้องกับแผนพัฒนาอีอีซีของไทย จึงหวังว่าจะเห็นความร่วมมือในเชิงลึกระหว่างจีนกับไทยในการผลักดันโครงการความเชื่อมโยงในภูมิภาคนี้
“จีนจะร่วมมือกับไทยในการลงทุนด้านต่างๆ มากขึ้น ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน ยานยนต์อนาคต พลังงานชีวภาพ โลจิสติกส์สมัยใหม่ ท่องเที่ยว การศึกษา และดิจิทัลรวมถึงสนใจลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ๆ เช่น ดาวเทียมเพื่อการสื่อสาร” นายหวัง กล่าว
นายลักษณ์ วจนานวัช รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ได้ลงนามในพิธีสารระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กับสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ว่าด้วยหลักเกณฑ์การตรวจสอบ การกักกัน และสุขอนามัยทางสัตวแพทย์ เพื่อการส่งออกเนื้อสัตว์ปีกแช่แข็งและชิ้นส่วนสัตว์ปีกจากประเทศไทยไปยังประเทศจีน คาดว่าจะส่งผลให้มูลค่าการส่งออกไก่ไทยไปจีนมากกว่า 5 หมื่นล้านบาท/ปี







