posttoday
ไล่สสว.ถอนหุ้นธุรกิจเอสเอ็มอี

ไล่สสว.ถอนหุ้นธุรกิจเอสเอ็มอี

21 ตุลาคม 2553

อ้างตัวถ่วงการทำงาน ต่อรองไม่จ่ายค่าตอบแทน8%

โพสต์ทูเดย์ — เอกชนไล่ สสว.ถอนหุ้นธุรกิจ อ้างตัวถ่วงทำธุรกิจไม่คล่อง

แหล่งข่าวจาก บริษัท ฟ้าขวัญทิพย์ ผู้ผลิตเอทานอล หนึ่งในผู้ร่วมโครงการร่วมทุนระหว่างสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เปิดเผยว่า ต้องการให้ สสว.ถอนหุ้นออกไป เพราะไม่มีความเป็นธรรมในการถือหุ้น ผู้ประกอบการไม่มีสิทธิในการตัดสินใจแม้ว่าจะถือหุ้นมากกว่า ตอนนี้จึงต้องการให้ผู้ถือหุ้นรายใหม่เข้ามาซื้อหุ้นแทน

ด้านนายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาด กลางและขนาดย่อม (บอร์ด สสว.) กล่าวว่า จะดำเนินการพิจารณาโครงการร่วมทุนฯ ภายใต้กองทุนร่วมลงทุนของ สสว.ถึงแนวทางการดำเนินงานหลังจากนี้ เนื่องจากมีหลายโครงการต้องการออกจากสัญญาการร่วมทุนก่อนกำหนด และมีผู้ลงทุนรายใหม่ต้องการมาขอซื้อหุ้นจาก สสว. รวมทั้งสัญญาเริ่มจะทยอยหมดอายุลงแล้ว

โครงการที่มีการร่วมทุนกับ สสว.มี 55 โครงการ จะเร่งพิจารณาให้แล้วเสร็จในเดือน ม.ค. 2554

กรณีที่มีผู้ร้องเรียนต้องการให้ สสว.ถอนหุ้นออกไปก่อนหมดสัญญา โดยขอให้ยกเว้นการจ่ายค่าตอบแทนบางส่วนจากสัญญาที่กำหนดไว้ต้องจ่ายค่าตอบแทนให้ สสว. 8% จากราคาหุ้นนั้น ในกรณีนี้ จะมีการพิจารณาอย่างเร่งด่วนให้ และคาดว่าจะได้ข้อสรุปให้ได้ภายใน วันที่ 10 พ.ย.

แนวทางการพิจารณาจะดูว่าแต่ละโครงการมีมูลค่าเท่าไหร่ สภาพคล่องของบริษัท และอนาคตของบริษัท ซึ่งบางกลุ่มมีเจ้าของเดิมมาขอซื้อหุ้นคืน บางกลุ่มมีนักลงทุนรายใหม่เข้ามาขอซื้อหุ้น จึงได้ให้บริษัทที่ปรึกษาเจ้ามาจัดกลุ่ม เพื่อหาแนวทางการจัดการที่เหมาะสมต่อไป

ด้านนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้อำนวยการ สสว. กล่าวว่า การเข้าไปร่วมลงทุนร่วมกับผู้ประกอบการใน 55 โครงการ ใช้เงินลงทุนทั้งสิ้น 1,110 ล้านบาท สัญญาเริ่มทำกันมาตั้งแต่ปี 2547 และ 2548 สัญญามีระยะเวลา 5 ปี และ 7 ปี

ขณะนี้สัญญาเริ่มทยอยครบกำหนด และมีผู้ประกอบการบางกลุ่มต้องการขอเลิกสัญญาก่อนกำหนด โดยขอยกเว้นค่าตอบแทนที่ระบุอยู่ในสัญญา

บอร์ดเห็นว่าเรื่องนี้จะต้องนำมาพิจารณาใหม่ทั้งหมด เพื่อผลประโยชน์ของผู้ประกอบการ และผลประโยชน์ของราชการด้วย เพราะ หากพิจารณายกเว้นให้รายใดรายหนึ่ง รายอื่นๆ ก็จะขอไม่ดำเนินการตามสัญญาเหมือนกัน

ดังนั้น จึงต้องมีการจัดกลุ่มสถานะของแต่ละโครงการ เพื่อให้เกิดการจัดการที่เท่าเทียมกัน เพราะแต่ละโครงการก็มีความต้องการที่แตกต่างกัน จึงต้องบริหารจัดการให้ดี ส่วนกรณีที่ผู้ประกอบการมาร้องเรียนให้ สสว.ถอนหุ้นออกไปโดยเร็วนั้น เพราะมีผู้ถือหุ้นรายใหม่ต้องการจะมาขอซื้อหุ้น ก็จะเร่งพิจารณาให้โดยเร็ว

สำหรับโครงการที่เข้าร่วมการร่วมลงทุนเดิมมีทั้งหมด 60 โครงการ ขอถอนออกไปแล้ว 5 โครงการ ปัจจุบันเหลือ 55 โครงการ ในจำนวนนี้อยู่ระหว่างการบอกเลิกสัญญา 21 โครงการ

ขณะนี้วงเงินภายใต้โครงการยังเหลือใช้อยู่อีก 1,300 ล้านบาท ซึ่งบอร์ดยังคงเห็นว่าการร่วมลงทุนเป็นโครงการที่ดี ถ้าใช้ไปในด้านการสร้างอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ แต่อาจจะต้องมีการบริหารจัดการใหม่เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน