posttoday
ค่ายเพลงปรับตัว สู่ยุคธุรกิจเทิร์นอะราวด์

ค่ายเพลงปรับตัว สู่ยุคธุรกิจเทิร์นอะราวด์

21 ตุลาคม 2553

แม้การประมูลระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุค 3จี จะต้องยืดเยื้อออกไป แต่ไม่อาจหยุดยั้งความก้าวหน้าของเทคโนโลยีได้ ดังนั้นบรรดาผู้ผลิตเนื้อหา หรือคอนเทนต์ โดยเฉพาะเพลง จึงเร่งเดินหน้าปรับตัวเพื่อรองรับบริการใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในยุคดิจิตอลที่กำลังมาถึงอย่างสมบูรณ์ในเร็ววันนี้

บรรดาค่ายเพลงใหญ่ ทั้งจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ และอาร์เอส ต่างเดินหน้าปรับตัวมาระยะหนึ่งแล้ว และผลจากการปรับตัวนั้นกำลังผลิดอกออกผล โดยเฉพาะการเปิดบริการโหลดเพลงผ่านมือถือ และเรียกเก็บค่าสมาชิกเป็นรายเดือน ปรากฏว่าแต่ละค่ายมีสมาชิกขึ้นหลักล้านราย ขายดีกว่าเทป ซีดี ที่ต้องใช้เวลากว่าจะขายได้เป็นล้านแผ่น ซึ่งปัจจุบันก็ยากที่จะขายได้ขนาดนั้น

ตอนนี้ค่ายเพลงอินดี้ หรือค่ายเพลงแนวทางเลือก และค่ายเพลงสากลกำลังปรับตัวรับมือเช่นเดียวกัน เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจเพลงดิจิตอลที่กำลังมาถึง ซึ่งธุรกิจเพลงในต่างประเทศได้เข้าสู่ยุคของการเปลี่ยนแปลงนี้แล้วเช่นเดียวกัน

นัดดา บุรณศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูนิเวอร์แซล มิวสิค กล่าวว่า ปัจจุบันเพลงสากลซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าราว 500 ล้านบาท 80% ของรายได้มาจากการจำหน่ายซีดี ขณะที่ตลาดเพลงโดยรวมตอนนี้การขายผ่านช่องทางดิจิตอลและซีดีน่าจะมีสัดส่วนใกล้เคียงกันแล้ว เพราะฉะนั้นจึงถึงเวลาที่ค่ายเพลงสากลต้องปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคดิจิตอลนี้

ทั้งนี้ ค่ายเพลงสากลประกอบด้วย ยูนิเวอร์แซล มิวสิค โซนี่ มิวสิค และวอร์เนอร์ มิวสิค จับมือ 2 ค่ายเพลงไทย ได้แก่ รีโวล มิวสิค ครีเอชั่น และสไปร์ซซี่ดิสก์ รวมถึงกลุ่มทายาทบริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จัดตั้งบริษัท มิวสิค วัน เพื่อทำตลาดเพลงดิจิตอลอย่างจริงจัง รวมถึงรูปแบบธุรกิจใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

บูรพากร มุสิกสินธร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท มิวสิค วัน กล่าวว่า ตลาดเพลงดิจิตอล หรือดิจิตอลคอนเทนต์ ถือเป็นตลาดที่ใหญ่มาก ปัจจุบันตลาดการให้บริการที่ไม่ใช่เสียง (นันวอยซ์) ของระบบโทรศัพท์มือถือในประเทศไทยมีมูลค่าถึง 3 หมื่นล้านบาท รวมทั้งการขยายตัวของโทรศัพท์อัจฉริยะ หรือสมาร์ตโฟน ปัจจุบันนี้มีประมาณ 15 ล้านเครื่อง ถือเป็นโอกาสมหาศาลของผู้ผลิตคอนเทนต์ทุกประเภท

สำหรับมิวสิค วัน ถือว่ามีจุดแข็งที่เป็นการรวมตัวกันของค่ายเพลงสากล 3 ค่ายใหญ่ ที่มีจำนวนเพลงมหาศาลนับล้านๆ เพลง ซึ่งในเบื้องต้นจะให้บริการราว 3 แสนเพลงก่อนภายในปีนี้ และจะเปิดบริการเต็มรูปแบบ รวมถึงมิวสิกสโตร์ในช่วงต้นปีหน้า ซึ่งตอนนั้นจะมีเพลงให้บริการไม่ต่ำกว่า 1 ล้านเพลง รวมทั้งเพลงไทยสไตล์อินดี้จากอีก 2 ค่ายด้วย

ขณะที่ นพปฎล เจสัน จิรสันต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีเอ็มดี พลัส หรือเดิมชื่อบริษัท แพลตตินั่ม มาร์เก็ตติ้ง แอนด์ ดิสทริบิวชั่น ผู้ให้บริการเว็บไซต์ www.you2play.com ประมาณการว่าตลาดเพลงดิจิตอลในปัจจุบันมีมูลค่า 2,000 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นแค่ 20% ของมูลค่าตลาดเพลงทั้งหมดที่กว่า 80% ขณะนี้ยังเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ หรือการดาวน์โหลดแบบผิดกฎหมายอยู่

“แนวโน้มตลาดเพลงดิจิตอลในส่วนริงโทน หรือคอลลิงเมโลดี มีอัตราลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ยุคนี้มีความต้องการฟังเพลงผ่านเว็บ สมาร์ตโฟน รวมถึงการดูคลิปมีมากขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ซึ่งมองว่าธุรกิจนี้ยังไงก็ยังเติบโตอยู่ แต่อยู่ที่ว่าตัวคอนเทนต์จะถูกแปลงไปอยู่ในช่องทางไหน” นพปฎล กล่าว

สำหรับจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ และอาร์เอส ขณะนี้กำลังพัฒนาไปอีกขั้นด้วยการร่วมมือกับผู้ให้บริการเครือข่ายระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่พัฒนาแอพพลิเคชันใหม่ๆ รองรับยุค 3จี อย่างแกรมมี่ล่าสุดร่วมมือกับเอไอเอสนำช่องรายการทีวีดาวเทียม 4 ช่อง ให้บริการผ่านระบบโทรศัพท์แบบสมาร์ตโฟนในเครือข่ายเอไอเอส แม้สัญญาณจะยังไม่รวดเร็ว และติดๆ ขัดๆ บ้าง แต่ยังไงก็มาแน่ เพราะฉะนั้นขอชิงความได้เปรียบด้วยการออกนำค่ายอื่นไปก่อน

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน