posttoday
เปิดผลดำเนินงาน 6 หุ้นน้องใหม่

เปิดผลดำเนินงาน 6 หุ้นน้องใหม่

13 สิงหาคม 2561

ผ่านมา 8 เดือนของปี 2561 ต้องบอกว่าการระดมทุนด้วยการเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ)

โดย ยินดี ฤตวิรุฬห์
 
ผ่านมา 8 เดือนของปี 2561 ต้องบอกว่าการระดมทุนด้วยการเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) ต้องบอกว่าอยู่ในภาวะไม่สดใสนัก อาจด้วยตลาดหุ้น 8 เดือนแรกของปีผันผวนสูง ด้วยกฎกติกาใหม่ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ที่ออกมาอย่างต่อเนื่อง หลังตรวจพบว่ามีการปั่นราคาหุ้นไอพีโอที่เข้าซื้อขายในวันแรกผ่านช่องทางการจัดสรรให้กับผู้มีอุปการคุณ ให้หุ้นพุ่งขึ้นไปเกิน 100% จึงได้กำหนดนิยามคำว่าผู้มีอุปการคุณและระบุให้แจกแจงเหตุผลอันพึงที่จะได้รับจัดสรรหุ้นอย่างละเอียด เกณฑ์นี้ใช้มาระยะหนึ่งแล้ว
 
รวมถึงอนาคตกำหนดจะมีการเปลี่ยนแปลงอีกในเรื่องของผลดำเนินงานย้อนหลัง ด้วยปัจจัยเหล่านี้ทำให้ระยะหลังจะเห็นว่าหุ้นที่ขายไอพีโอและเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์และเอ็ม เอ ไอ วันแรกไม่หวือหวามากนัก 
 
สำหรับ 8 เดือนแรกปีนี้ มีหุ้นไอพีโอ 6 บริษัทที่ขายไอพีโอและเข้าเทรดประกอบด้วย ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ (TEAMG) เคมีแมน (CMAN) เอ็ม วิชั่น (MVP) ดีโอดีไบโอเทค (DOD) ชโย กรุ๊ป (CHAYO) เอเชีย ไบโอแมส (ABM) มีมูลค่า ณ ราคาไอพีโอรวมที่ 1.16 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะเห็นว่าหุ้นเหล่านี้วันแรกที่เข้าซื้อขายราคาไม่ได้ร้อนแรงเฉลี่ยปรับตัวเพิ่มขึ้นจากราคาไอพีโอไม่สูงมากนัก เช่น CHAYO วันแรกปิดเท่าราคาจองที่ 2.88 บาท ส่วน TEAMG เหนือจองแค่ 11.57% กรณีของ DOD วันแรกปิดเหนือจอง 58.06% และ MVP เหนือจอง 71.58%
 
ผลดำเนินงานที่มีกำไรสุทธิติดต่อกันต่อเนื่องก่อนเข้าตลาดของทั้ง 8 บริษัท หากดูข้อมูลย้อนหลังแล้วถือว่าเติบโตดีทุกๆ บริษัท ในคราวนี้เรามาดูผลงานงวดล่าสุด คือไตรมาส 2 ปี 2561 หลังการเข้ามาเป็นบริษัทจดทะเบียนแล้วเป็นอย่างไร (ดูตามตาราง) ซึ่งเมื่อเห็นอย่างนี้แล้วก็เชื่อว่านักลงทุนจะรู้เองว่าจะลงทุนหุ้นไอพีโอต่อไปแบบยาวๆ ตามการเติบโตของธุรกิจ หรือจะมีการปรับพอร์ตอย่างไรก็ติดตามและดูกัน
 
อย่างไรก็ตาม หากดูจะเห็นว่า 8 หุ้นไอพีโอที่ไตรมาส 2 เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน กำไรโตโดดเด่นสุดคือ CMAN รองลงมาคือ DOD และแย่สุดคือ ABM 
 
ศุภมาส อิศรภักดี ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ DOD บอกว่า ผลการดำเนินงานประจำงวดไตรมาส 2 มีรายได้รวม 233.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 96.72% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 118.92 ล้านบาท ส่วนงวด 6 เดือนแรกปี 2561 มีรายได้รวม 448.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 108.03% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 215.48 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิจำนวน 223.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 153.60% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 88.06 ล้านบาท
 
“ผลดำเนินงานที่เติบโต เป็นผลมาจากการย้ายโรงงานใหม่ ทำให้มีกำลังการผลิตในการรองรับออร์เดอร์จากลูกค้าขนาดใหญ่เพิ่มมากขึ้น โดยปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 1 ล้านกล่อง/เดือน และสามารถรองรับการผลิตได้เต็มที่ราว 1.5 ล้านกล่อง/เดือน หรือคิดเป็นประมาณ 70% ของกำลังการผลิตทั้งหมด จากการรับจ้างพัฒนาและผลิต (ODM)”
 
สำหรับภาพรวมธุรกิจในครึ่งปีหลัง 2561 ยังคงมีแนวโน้มอัตราการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับอยู่ระหว่างเจรจาในการจ้างผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกับลูกค้ารายใหม่ๆ อีกหลายราย ซึ่งในเบื้องต้นคาดว่าจะสามารถได้ข้อสรุปภายในช่วงครึ่งปีหลัง 2561 ทั้งปีนี้จะมีการเติบโตแบบก้าวกระโดด จากปีก่อนที่มีรายได้ 388.56 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 142.19 ล้านบาท และรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นไม่ต่ำกว่าระดับ 50% จากยอดการผลิต
 
ชวลิต จันทรรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TEAMG ระบุว่า ทิศทางผลประกอบการในช่วงไตรมาส 3 จะปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงไตรมาส 2 เนื่องจากบริษัทมีงานในมือ (แบ็กล็อก) ไว้ 3,440 ล้านบาท ที่จะสามารถรับรู้รายได้ในช่วงที่เหลือของปีนี้ราว 25-30% ของมูลค่างานทั้งหมด
 
นอกจากนี้ บริษัทยังได้เข้ารับงานโครงการใหม่ๆ มากขึ้น โดยเฉพาะงานในกลุ่มคมนาคมระบบราง และงานโครงการภายใต้เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) รวมทั้งงานอาคารขนาดใหญ่ของภาครัฐด้วย
 
บริษัทมองโอกาสเข้าไปรับงานในต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะประเทศเมียนมา กัมพูชา เวียดนาม อินโดนีเซีย และ สปป.ลาว บริษัทมีแผนที่จะขยายการรับงานไปยังประเทศใหม่ๆ มากขึ้น เพื่อไปสู่เป้าหมายการขยายธุรกิจให้ครอบคลุม 10 ประเทศของอาเซียนภายใน 3-5 ปี โดยปัจจุบันได้เข้าไปดูงานในประเทศติมอร์เลสเตประเภทการคุมงานก่อสร้างแล้ว คาดว่าจะได้เห็นความชัดเจนในเร็วๆ นี้
 
ด้านผลประกอบการในช่วงครึ่งแรกของปี 2561 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 59.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.54% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยบริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 847.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.41% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ข่าวล่าสุด

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย