งดงามภาพพิมพ์ธรรมชาติ
วันนี้-25 พ.ย. ที่พิพิธภัณฑ์หอศิลป์บิกก์ เมืองโดเวอร์ รัฐเดลาแวร์ จัดแสดงผลงานภาพสีน้ำ ภาพพิมพ์โลหะ และภาพพิมพ์หินกว่า 50 ชิ้น
โดย ปณิฏา
วันนี้-25 พ.ย. ที่พิพิธภัณฑ์หอศิลป์บิกก์ เมืองโดเวอร์ รัฐเดลาแวร์ จัดแสดงผลงานภาพสีน้ำ ภาพพิมพ์โลหะ และภาพพิมพ์หินกว่า 50 ชิ้น ของศิลปินนักธรรมชาตินิยมชาวอเมริกันในตำนาน จอห์น เจมส์ โอดูบง เคียงข้างกับผลงานของศิลปินร่วมสมัยชาวอเมริกันและจากสหราชอาณาจักร ที่ได้แรงบันดาลใจจากการศึกษาชีวิตของสัตว์โลก
ในปี 1826 จอห์น เจมส์ โอดูบง ในวัย 41 ที่ชีวิตเพิ่งเริ่มต้น โดยภรรยาของเขาเป็นผู้ผลักดันให้เขาออกเดินทางไปอังกฤษ เพื่อค้นหาวิถีการวาดภาพสีน้ำแนวใหม่ นั่นทำให้เขาได้ศึกษาชีวิตของนกกว่า 300 สายพันธุ์ จนกลายเป็นโปรเจกต์ภาพสีน้ำที่สำคัญโครงการหนึ่งในประวัติศาสตร์ศิลปะและธรรมชาติ
หลังจากที่ก่อนหน้านั้น จอห์นได้ทำการศึกษาชีวิตและวาดภาพนกสวยงามและหายาก โดยเฉพาะในทวีปอเมริกาเหนือเป็นเวลาหลายสิบปี ออกมาเป็นผลงานสุดอลังการ เรียกได้ว่า ผลงานศิลปะของเขาราวกับเป็นห้องสมุดเคลื่อนที่ของนกกว่า 400 สายพันธุ์ นอกจากนี้ เขายังได้บันทึกภาพของบรรดาสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมครึ่งบกครึ่งน้ำแปลกๆ ของอเมริกาเหนือเอาไว้ด้วยจำนวนหนึ่ง
จอห์นได้การยอมรับว่าเป็นศิลปินนักธรรมชาตินิยมที่ประสบความสำเร็จมากทั้งในสหรัฐและสหราชอาณาจักร ภาพวาดสีน้ำและภาพพิมพ์ของเขาผสมผสานระหว่างความเป็นผลงานทางวิทยาศาสตร์ งานส่งเสริมการอนุรักษ์ธรรมชาติ และเป็นงานศิลปะที่สวยงามในเวลาเดียวกัน แม้ว่าตัวเขาจะมีผลงานใน
รูปแบบอื่นๆ ทั้งภาพถ่าย ภาพวาด ไปจนถึงประติมากรรม แต่ก็ไม่มีอะไรโดดเด่นขึ้นมากลบสุดยอดภาพการศึกษาธรรมชาติได้
แม้ว่าจอห์นจะไม่ใช่จิตรกรสายธรรมชาตินิยมคนแรก ที่พยายามจะศึกษาและถ่ายทอดเรื่องราวของนกพันธุ์หายากออกมาเป็นภาพวาดและภาพพิมพ์ ทว่า ต้องยอมรับผลงานรวมเล่ม The Birds of America (1827-1839) ที่นับเป็นการรวบรวมศิลปะการศึกษานกของอเมริกาที่สมบูรณ์แบบที่สุดเล่มหนึ่ง
นอกจากในฐานะของจิตรกรแล้ว ภาพวาดและภาพพิมพ์นกหายากและสวยงามขนาดเท่าตัวจริงกว่า 435 ชนิด ทำให้จอห์นชนะเลิศในฐานะนักสำรวจนก ซึ่งในหนังสือเล่มนี้มีการค้นพบนกสายพันธุ์ใหม่ของทวีปอเมริกากว่า 25 สายพันธุ์ทีเดียว นั่นทำให้ผลงานที่เคยมีคนทำมาก่อนหน้านี้แทบถูกลบเลือนออกจากสารบบ ไม่ว่าจะเป็น อเล็กซานเดอร์ วิลสัน หรือศิลปินในศตวรรษต่อๆ มา อย่าง รอเจอร์ ทอรี ปีเตอร์สัน หรือ เดวิด ซิบลีย์ ก็ยากจะเปรียบเทียบได้
ที่สำคัญ จอห์น เจมส์ โอดูบง สร้างสรรค์ผลงานของเขาแบบศิลปินเดี่ยว โดยไม่ได้มีองค์กรใดๆ สนับสนุนเลย
สำหรับจิตรกรนักอนุรักษ์ธรรมชาติที่เกิดในเซนต์โดมิงเก (ปัจจุบันคือไฮติ) โดยบิดาของเขาเป็นกัปตันเรือชาวฝรั่งเศส เขาเติบโตที่เมืองนองต์ มีแม่เป็นคนรักธรรมชาติ ชื่นชอบการดูนก การวาดภาพ และดนตรี ทำให้ซึมซับมาตั้งแต่เด็ก
ตอนอายุ 18 จอห์นถูกส่งมายังสหรัฐไปอยู่ในที่ดินของครอบครัวในฟิลาเดลเฟีย เพื่อหนีการเกณฑ์ทหารของกองทัพนโปเลียน แล้วก็ปักหลักศึกษา-มีครอบครัวอยู่ที่นั่นเลย
จอห์น เจมส์ โอดูบง เริ่มต้นอาชีพเป็นนักธุรกิจ ควบคู่ไปกับการออกเดินทางเข้าป่าเขาลำเนาไพร ไปศึกษาธรรมชาติและวาดภาพ เขาประสบความสำเร็จทางธุรกิจอยู่พักใหญ่ ก่อนจะเจอเข้ากับความยากลำบากและถูกฟ้องล้มละลาย พอไม่มีอะไรทำ เขาก็เบนเข็มมาเป็นนักศึกษาธรรมชาติอย่างเต็มตัว วันๆ ก็แบกปืนและอุปกรณ์วาดภาพเข้าป่าไปจนทั่วทวีปอเมริกาเหนือ โดยภรรยาของเขาเป็นฝ่ายทำงานหาเงินเข้าบ้าน
ในปี 1826 เขาลงเรือไปดูนกที่อังกฤษ ก่อนจะกลับมาฝากผลงานอภิมหาคัมภีร์นกอันสมบูรณ์แบบ The Birds of America ที่สั่นสะเทือนวงการศิลปะยุคโรแมนติกเป็นอย่างมาก ตามด้วยผลงานใหม่ในปี 1838 และผลงานสุดท้ายของเขา ในปี 1843 The Viviparous Quadrupeds of North America ที่รวบรวมภาพบรรดาสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมครึ่งบกครึ่งน้ำแปลกๆ ของทวีปอเมริกาเหนือ อันเป็นความสนใจใหม่ต่อจากการศึกษาชีวิตของนกมายาวนาน 


