
ไปด้วยกันไปได้ไกลกับไทยพาณิชย์
....สมาคมบริษัทจัดการลงทุน
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 18 มี.ค. 2535 เป็นบริษัทในเครือธนาคารไทยพาณิชย์ที่ได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงการคลังให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทธุรกิจการจัดการกองทุนรวม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และกองทุนส่วนบุคคล โดยมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิภายใต้การจัดการ 429,102.86 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2553) ด้วยความพร้อมความเชี่ยวชาญในการเสนอผลิตภัณฑ์ ประกอบกับผลงานการบริหารกองทุนที่มั่นคงและอยู่ในเกณฑ์ดีอย่างต่อเนื่อง โดยยึดมั่นในหลักจรรยาบรรณและคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดต่อผู้ลงทุน ปัจจุบัน บลจ.ไทยพาณิชย์ อยู่ภายใต้การดูแลของคุณโชติกา สวนานนท์ กรรมการผู้อำนวยการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน
แนวทางการบริหารการลงทุนของ บลจ.ไทยพาณิชย์ บริหารทั้งแบบจากบนสู่ล่าง (Top Down) ผ่านการกำหนดกลยุทธ์การกระจายความเสี่ยงในแต่ละประเภทสินทรัพย์ (Strategic and Tactical Asset Allocation) และจากล่างสู่บน (Bottom Up) ผ่านกระบวนการการวิเคราะห์หลักทรัพย์ของทีมผู้จัดการกองทุนและนักวิเคราะห์ ยึดหลักการบริหารงานเป็นทีม (Team Approach) โดยมีคณะกรรมการการลงทุน (Investment Committee) เป็นศูนย์กลางการบริหารการลงทุน เน้นหลักการบริหารความเสี่ยง (Risk Management) ผ่านคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง (Risk Management Committee) และการมีวินัยในการลงทุน (Disciplined Investment) ผู้จัดการกองทุนยึดหลักความรอบคอบระมัดระวัง (Prudence) และคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ การบริหารกองทุนตราสารหนี้เน้นกลยุทธ์การบริหารเชิงรุก (Active Management) ผ่านกระบวนการการวิเคราะห์เครดิต (Credit Process) ที่เข้มงวด เกณฑ์การกระจายความเสี่ยง (Portfolio Diversification) กระบวนการจัดสรรความเสี่ยงด้านตลาด (Market Risk Budgetingand Monitoring Process) และด้านสภาพคล่อง (Liquidity Risk Management) ที่สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงที่กำหนดไว้ ส่วนการบริหารกองทุนตราสารทุนใช้ทั้งกลยุทธ์เชิงรุก (Active Management) และกลยุทธ์เชิงรับ (Passive Management) ด้วยความหลากหลายของนโยบายการลงทุน และความครอบคลุมในหลักทรัพย์และทรัพย์สินประเภทต่างๆ อาทิ กองทุนที่ลงทุนในหุ้น ตราสารหนี้ หรือเงินฝาก และกองทุนลักษณะพิเศษสำหรับลูกค้ารายใหญ่หรือผู้ลงทุนประเภทสถาบันโดยเฉพาะ บริษัทจึงไม่เพียงแต่เปิดให้บริการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แต่ยังรวมไปถึงการให้บริการวางแผนการลงทุนเพื่อให้ผู้ลงทุนบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ กองทุนรวมตัวเด่นๆ ที่สามารถทำผลประกอบการได้ดี และเป็นที่สนใจของนักลงทุนโดยทั่วไปนั้น จะมีทั้งกองทุนรวมตราสารหนี้และกองทุนรวมตลาดเงิน ซึ่งมีทรัพย์สินอยู่ภายใต้การบริหารทั้งสิ้น 359,829.76 ล้านบาท
กองทุนรวมตราสารหนี้ที่ได้รับความนิยม ได้แก่ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์สะสมทรัพย์ ตราสารหนี้ (SCBSFF) ซึ่งมีขนาดกองทุนอยู่ที่ 181,288.43 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่30 มิ.ย. 2553) กองทุนนี้เน้นลงทุนในตราสารภาคธนาคาร ซึ่งเน้นลงทุนมากกว่าร้อยละ 60 ในตราสารประเภทนี้ ส่วนที่เหลือจะเป็นตราสารหนี้ภาครัฐระยะสั้น และตราสารหนี้ภาคเอกชน ผู้ที่เหมาะสมกับการลงทุนในกองทุน SFF คือผู้ที่ไม่ชอบความเสี่ยงในการลงทุนสูง ผู้ที่ต้องการไม่ให้ผลตอบแทนต้องเสียภาษี ต้องการโอกาสรับผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝาก
ในส่วนของตราสารทุน กองทุนประเภทหุ้นระยะยาวหรือ LTF ก็มีให้เลือกลงทุนหลากหลายยกตัวอย่าง กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นระยะยาวปันผล 70/30 (SCBLT1) และกองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นระยะยาวพลัส (SCBLT2) เน้นลงทุนในหุ้นที่มีมูลค่าตามราคาตลาดสูงหรือ Market Cap ใหญ่ในกลุ่ม SET 50 แต่ SCBLT1 จะมีความเสี่ยงน้อยกว่า SCBLT2 เนื่องจากมีการถือหุ้นอยู่ในสัดส่วนเพียง 70% อีก 30% ลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นและเงินฝาก ส่วนกองทุน SCBLT2 มีหุ้นในสัดส่วนที่ไม่น้อยกว่า 90% กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นระยะยาวเอ็มเอไอ (SCBLTF3) เน้นการลงทุนในหุ้นขนาดเล็กที่มี Market cap ต่ำกว่า SET 50 กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นระยะยาวทาร์เก็ต (SCBLTT) เป็นกองทุนที่ลงทุนในหุ้นเหมือนกองทุน SCBLT3 แต่จะมีการจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนส่วนกองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นระยะยาวอินเตอร์ (SCBLT4) เพิ่มการลงทุนส่วนหนึ่งในหุ้นต่างประเทศประมาณ 10% สำหรับกองทุนที่มีความเสี่ยงต่ำในประเภทกองทุน LTF ของ บลจ.ไทยพาณิชย์ คือกองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นระยะยาวสมาร์ท (SCBLTS) โดยกองทุนนี้มีการลงทุนในตราสารอนุพันธ์ทำให้กองทุนเปรียบเสมือนมีการลงทุนในหุ้นประมาณ 30%
ทั้งนี้ บลจ.ไทยพาณิชย์ มีการนำเสนอขายกองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนประเภทต่างๆ กว่า 500 กองทุน นักลงทุนสามารถเลือกลงทุนให้เข้ากับวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ นอกจากนี้มีการจัดรายการส่งเสริมการขายอยู่เป็นประจำเพื่อเป็นการตอบแทนผู้ถือหน่วยลงทุนที่ได้มอบความไว้วางใจลงทุนในกองทุนรวมภายใต้การบริหารของบริษัทด้วยดีเสมอมา







