
ทีวี 3 มิติปลุกตลาดโค้งสุดท้าย รับกระแสปีหน้าพุ่ง 8 เท่า
ความแรงของตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในช่วงโค้งสุดท้ายปีนี้ยังคงแรงต่อเนื่อง โดยเฉพาะหมวดภาพและเสียง (เอวี) กลุ่มโทรทัศน์ ที่ในปีนี้ได้เทคโนโลยี 3 มิติ หรือ
“3D” เข้ามาสร้างความตื่นตัว นับแต่ต้นปีจากการเปิดตัวของเครื่องใช้ไฟฟ้าจากค่ายญี่ปุ่นและเกาหลีล่าสุดยักษ์เครื่องใช้ไฟฟ้าแดนปลาดิบ
“พานาโซนิค” ตัดสินใจส่งสินค้ากลุ่ม 3 มิติ ครบทุกไลน์ผลิตภัณฑ์รุกตลาดไทยเป็นรายล่าสุด เพื่อกระตุ้นตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในโค้งสุดท้ายปีนี้ให้คึกคักต่อเนื่องไปสู่ปีหน้า ที่คาดว่าตลาดโทรทัศน์ 3 มิติจะทะยานเติบโตกว่า 78 เท่าตัว จากปัจจุบันมูลค่าตลาดรวมยังอยู่ที่หลัก 11.5 หมื่นเครื่องเท่านั้นฮิโรทาเกะ มุราคามิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท พานาโซนิค ในประเทศไทย กล่าวว่า บริษัทพร้อมทำตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่ม 3 มิติ ภายใต้แนวคิด
“สเต็ป อินทู เดอะ ทรีดี เวิลด์” รองรับความบันเทิงเทคโนโลยี 3 มิติใน 3 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มเอวี ได้แก่ พลาสมาทีวี 3 มิติ เครื่องเล่นบลูเรย์ 3 มิติ กลุ่มผลิตภัณฑ์ดิจิตอลอิมเมจิง กล้องวิดีโอระบบ 3 มิติ และกลุ่มผลิตภัณฑ์บรอดคาสต์ อาทิ กล้องบันทึกภาพ 3 มิติ เครื่องผสมสัญญาณเสียง/ภาพแบบ 3 มิติ จอภาพและซีดีแบบ 3มิติ วิดีโอ เป็นต้นสำหรับผลิตภัณฑ์ทั้งหมดเพื่อตอบโจทย์ความต้องการตลาดทั้งสองกลุ่ม คือกลุ่มผู้บริโภคทั่วไปที่ชื่นชอบเทคโนโลยี และกลุ่มมืออาชีพ (โปรเฟสชันนัล) อาทิ กลุ่มผู้ผลิตภาพยนตร์ โฆษณา หรือรายการโทรทัศน์ ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ของพานาโซนิค ในการทำตลาดผลิตภัณฑ์3มิติ
ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งหลังของปีงบประมาณนี้ (ต.ค. 2553
–มี.ค. 2554) พานาโซนิค ตั้งเป้ายอดขาย 4,000 เครื่อง จากเป้าหมายยอดขายโทรทัศน์รวมทั้งปีที่วางไว้ 1.6 แสนเครื่อง หรือมีส่วนแบ่งตลาดในปีแรก 5% และเพิ่มเป็น 30% ในปีที่ 2 ซึ่งจะส่งผลให้ขึ้นเป็นผู้นำตลาดทีวี 3 มิติเบื้องต้นบริษัทได้จัดชุดแพ็กเกจสินค้าเวียรา พลาสมาทีวี 3 มิติ ทั้ง 3 ขนาด พร้อมแถมซอฟต์แวร์ภาพยนตร์ 3 มิติ 2 เรื่อง และแว่นตา 3 มิติ 2 อัน โดยขนาด 42 นิ้ว จำหน่ายราคา 79,990 บาทขนาด 50 นิ้ว 119,990 บาท และขนาด 65 นิ้ว ราคา 219,990 บาท
“
ในสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นที่เติบโตสูงถึงปีละ78 เท่า โดยคาดว่าการเติบโตของกระแสเทคโนโลยี 3 มิติในประเทศไทยจะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน” มุราคามิ กล่าวก่อนหน้านี้ เครื่องใช้ไฟฟ้าแดนกิมจิ 2 รายใหญ่ อย่าง
“ซัมซุง” และ “แอลจี” ได้เปิดตัวสินค้าโทรทัศน์เทคโนโลยี 3 มิติไปแล้วเพื่อสร้างสีสันในช่วงมหกรรม “ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ 2010” อาทิ ซัมซุงเปิดตัวซัมซุง C9000 3D แอลอีดีทีวี ราคา 279,990 บาท เจาะกลุ่มลูกค้าระดับบน เน้นจุดขายที่ดีไซน์และเทคโนโลยี รวมทั้ง 3 มิติ โดยตั้งแต่เปิดตัวมามียอดขายแล้ว 100 เครื่อง สิ้นปีตั้งเป้าหมายยอดขาย 2,0003,000 เครื่องขณะที่แบรนด์
“แอลจี” ได้ทำตลาดสินค้าโทรทัศน์ 3 มิติใน 2 รุ่น (ซีรีส์) คือ แอลจี แอลเอ็กซ์ 6500 มี 2 ขนาด คือ จอ 47 นิ้ว ราคา 99,990 บาท และขนาด 42 นิ้ว 89,999 บาท และระดับไฮเอนด์ แอลเอ็กซ์ 9500 มี 2 ขนาด คือ 47 นิ้ว 119,900 บาท และขนาด 55 นิ้ว 149,990 บาท โดยหนึ่งชุดสินค้าจะมาพร้อมกับเครื่องรับโทรทัศน์และแว่นตา 3 มิติในเบื้องต้นแม้ความต้องการผลิตภัณฑ์ 3 มิติในประเทศไทยจะยังถูกจำกัดอยู่ในตลาดกลุ่มกำลังซื้อสูงเท่านั้น เนื่องจากราคายังสูงกว่าโทรทัศน์กลุ่มจอแบนทั่วไปประมาณ 30% แต่เมื่อเทคโนโลยีถูกลงจะทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าได้ง่ายขึ้น และเมื่อนั้นตลาดย่อมเติบโตเพิ่มขึ้นเช่นกัน
ที่สำคัญในอนาคต หากผู้บริโภคต้องการรับชมรายการโทรทัศน์หรือ ในช่องฟรีทีวี เคเบิลทีวี ผ่านระบบ3 มิติ จะเป็นแรงผลักดันให้สถานีโทรทัศน์ต่างๆปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีการแพร่สัญญาณรายการอีกทางหนึ่ง และย่อมทำให้ตลาดนี้พุ่งแรงขึ้นไปอีกแน่นอน







