
‘ฮีตเวฟ’ระบาดหนัก ทั่วโลกร้อนทุบสถิติ
นับตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2018 หลายภูมิภาคทั่วโลกต่างประสบปัญหาอุณหภูมิที่ร้อนจัดในระดับที่เป็นสถิติสูงสุด
โดย ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
นับตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2018 หลายภูมิภาคทั่วโลกต่างประสบปัญหาอุณหภูมิที่ร้อนจัดในระดับที่เป็นสถิติสูงสุด ทำให้เกิดหลายปัญหาตามมา ทั้งไฟป่า พืชผลเกษตรเสียหาย และคร่าชีวิตผู้คนนับหลายร้อย
สถิติอุณหภูมิสูงที่สุดของโลกคือปี 2016 เป็นเพราะภัยโลกร้อน และปรากฏการณ์เอลนินโญ แต่สำหรับปี 2018 นั้น ช่วงเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา กลับกลายเป็นหนึ่งในเดือนที่มีอุณหภูมิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากการเกิดฮีตเวฟ ซึ่งทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นกว่าค่าเฉลี่ยราว 5 องศาเซลเซียส
ขณะที่ศูนย์พยากรณ์อากาศของสำนักงานบริการอากาศแห่งชาติสหรัฐ คาดการณ์ว่า โอกาสเกิดเอลนินโญในฤดูใบไม้ร่วงของปีนี้ หรือเดือน มิ.ย.-ส.ค. เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 65% และมีโอกาสเกิดถึง 70% ระหว่างฤดูหนาว เช่นเดียวกับสำนักงานอุตุนิยมวิทยาออสเตรเลีย คาดการณ์ว่า โอกาสเกิดเอลนินโญของปีนี้อยู่ที่ 50% เนื่องจากอุณหภูมิพื้นผิวมหาสมุทรแปซิฟิกสูงขึ้นนับตั้งแต่เดือน เม.ย.
ด้าน แคลร์ นุลลิส เจ้าหน้าที่ฝ่ายสื่อขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (ดับเบิ้ลยูเอ็มโอ) เปิดเผยว่า โลกกำลังจะเจอกับฮีตเวฟที่รุนแรงขึ้นและบ่อยขึ้น เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และวลาดิมีร์ เคนดรอฟสกี เจ้าหน้าที่เทคนิคด้านการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศและอนามัยขององค์การอนามัยโลก (ดับเบิ้ลยูเอชโอ) ประจำภาคพื้นยุโรป คาดการณ์ว่า การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศจะทำให้อากาศร้อนจัดเกิดขึ้นทุก 2 ปี ในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 21
ญี่ปุ่นเข้าโรงพยาบาลนับหมื่น
เกียวโด รายงานว่า อากาศร้อนจัดสูงสุดถึง 40.7 องศาเซลเซียส ทำให้คนญี่ปุ่นมากกว่า 1 หมื่นคน ต้องเข้าโรงพยาบาล และมียอดผู้เสียชีวิตมากกว่า 30 คน นับตั้งแต่วันที่ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ข้อมูลจากกรมดับเพลิงกรุงโตเกียว ระบุว่า เมื่อวันพุธที่ผ่านมา กรมดับเพลิงได้รับสายร้องเรียนฉุกเฉินจากชาวบ้านมากกว่า 3,000 ครั้ง นับเป็นสถิติสูงสุดภายในวันเดียว แซงสถิติเดิมที่ 2,900 ครั้ง
ปัญหาของญี่ปุ่นไม่ได้ส่งผลกระทบแค่ต่อผู้คนทั่วไปเท่านั้น โดยเอพีรายงานว่า ชาวบ้านในญี่ปุ่นเริ่มกังวลว่าปัญหาอากาศร้อนจัดจะกระทบถึงการจัดการแข่งขันมหกรรมกีฬาโอลิมปิก 2020 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างเดือน ก.ค.-ส.ค. ตรงกับช่วงอากาศร้อนจัดของญี่ปุ่นพอดี
ทั้งนี้ เกาหลีใต้ เป็นอีกประเทศในเอเชียตะวันออก ที่ต้องเผชิญปัญหาอากาศร้อนจัดเช่นกัน แต่ความรุนแรงยังไม่เท่ากับญี่ปุ่น โดยสำนักงานควบคุมและป้องกันโรคเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า ระหว่างเดือน พ.ค.-มิ.ย. มีผู้ป่วยเข้าโรงพยาบาลทั้งหมด 551 คน และผู้เสียชีวิต 4 คน
อเมริการ้อนจัด-ยุโรปเจอไฟป่า
อเมริกาเหนือเป็นภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบจากอากาศร้อนจัดด้วย โดยเมืองเดนเวอร์ และลอสแองเจลิส เป็นหนึ่งในหลายเมืองของสหรัฐที่เผชิญปัญหาอุณหภูมิพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และเมืองมอนทรีออล ของแคนาดา ต้องเผชิญกับอากาศร้อนครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบ 147 ปี เมื่อวันที่ 2 ก.ค.ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 70 คน
ด้าน ดี เวลท์ รายงานว่า เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา สหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์ เผชิญปัญหาอากาศร้อนผิดฤดู ทั้งที่ตามปกติแล้ว อุณหภูมิในเดือน มิ.ย. ของยุโรปตอนเหนือจะไม่เกิน 20 องศาเซลเซียส โดยเมืองกลาสโกว์ของสกอตแลนด์ มีอุณหภูมิสูงถึง 31.9 องศาเซลเซียส ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์ของเดือน มิ.ย. และเมืองแชนนอน ไอร์แลนด์ มีอุณหภูมิสูงสุดที่ 32 องศาเซลเซียส เช่นเดียวกับอุณหภูมิของเยอรมนีในเดือน พ.ค.-มิ.ย. สูงเกิน 30 องศาเซลเซียส
ทั้งนี้ อากาศที่ร้อนระอุ เมื่อรวมกับสภาวะไม่มีฝนตก ทำให้เกิดไฟป่าเป็นวงกว้างในอังกฤษ สวีเดน และรัสเซีย โดยไฟป่าใน 3 ประเทศดังกล่าวกินพื้นที่ไปแล้ว 800 ตารางกิโลเมตร ช่วงกลางปีนี้
สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้น โยอาคิม รุควีด ประธานสมาคมชาวนาเยอรมนี เปิดเผยว่า ชาวนาในเยอรมนีจะเก็บเกี่ยวพืชผลการเกษตรได้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอีกครั้งในปีนี้ และชาวนาบางส่วนต้องยอมทำลายพืชผลแทนการเก็บเกี่ยว
นอกจากนี้ ฮีตเวฟยังทำให้ฟินแลนด์ประสบปัญหาเรื่องการผลิตไฟฟ้าด้วย เนื่องจากเกิดไฟไหม้หม้อแปลงไฟฟ้าใกล้โรงงานพลังงานนิวเคลียร์แห่งหนึ่ง ทำให้โรงงานถูกตัดขาดจากเครือข่าย เมื่อวันพุธที่ผ่านมา แต่คาดว่าจะกลับมาทำงานปกติอีกครั้งวันพรุ่งนี้







