
จีดีพีเกษตรสัญญาณดี
สศก.แจงภาวะเศรษฐกิจการเกษตรเติบโต กลุ่มพืชขยายนำโด่ง 8.4% รับปัจจัยหนุนจากสภาพอากาศ ตลอดจนนโยบายเกษตรแปลงใหญ่
สศก.แจงภาวะเศรษฐกิจการเกษตรเติบโต กลุ่มพืชขยายนำโด่ง 8.4% รับปัจจัยหนุนจากสภาพอากาศ ตลอดจนนโยบายเกษตรแปลงใหญ่
นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงภาวะเศรษฐกิจการเกษตรในไตรมาส 2 ปี 2561 ว่า ขยายตัว 6.2% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มีปัจจัยหนุนจากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยต่อการผลิตทางการเกษตร มีการพัฒนาแหล่งน้ำ และระบบการกระจายน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับการดำเนินนโยบายที่สำคัญ อาทิ การตลาดนำการผลิต การส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ การพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรสู่มาตรฐาน ทำให้การผลิตสินค้าเกษตรมีประสิทธิภาพและมีมาตรฐานที่ดีขึ้น ส่งผลให้ผลผลิตพืชเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ เฉพาะสาขาพืช ขยายตัวถึง 8.4% โดยผลผลิตพืชสำคัญที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ ข้าวนาปี ข้าวนาปรัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อ้อยโรงงาน สับปะรดโรงงาน ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ลำไย และเงาะ ซึ่งข้าวนาปี มีผลผลิตเพิ่มขึ้น เนื่องจากปริมาณน้ำเพียงพอต่อการเพาะปลูก ทำให้เกษตรกรในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางสามารถปลูกข้าวนาปีรอบสอง
สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจการเกษตรในปี 2561 คาดว่าจะขยายตัว 3-4% โดยทุกสาขาการผลิตขยายจากสภาพอากาศและปริมาณน้ำที่เอื้ออำนวยต่อการผลิตทางการเกษตร การดำเนินนโยบายด้านการเกษตรต่างๆ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาเกษตรกรและประสิทธิภาพในการผลิตสินค้าเกษตร รวมถึงเศรษฐกิจโลกที่มีสัญญาณดีขึ้น ส่งผลดีต่อการส่งออกสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ของไทย ทั้งนี้จำเป็นต้องติดตามสถานการณ์และปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับภาคเกษตรอย่างใกล้ชิด อาทิ ภัยธรรมชาติ ความผันผวนของสภาพอากาศ และโรคระบาด ซึ่งอาจส่งผลต่อการผลิตทางการเกษตรในช่วงครึ่งหลังของปี 2561
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของนโยบายภาครัฐที่สนับสนุนให้เกษตรกรปลูกอ้อยโรงงานทดแทนในพื้นที่เพาะปลูกข้าวที่ไม่เหมาะสม และโรงงานน้ำตาลให้การส่งเสริมการปลูกอ้อย สับปะรดโรงงาน มีผลผลิตเพิ่มขึ้น เนื่องจากราคาในปี 2558-2559 อยู่ในเกณฑ์ดี จูงใจให้เกษตรกรขยายเนื้อที่ปลูกในพื้นที่ปล่อยว่าง รวมทั้งปลูกแซมในสวนยางพาราและปลูกใหม่ทดแทนมันสำปะหลัง ส่วนยางพารา มีผลผลิตเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีเนื้อที่กรีดยางเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลจากการปลูกต้นยางแทนในพื้นที่พืชไร่ ไม้ผล นาข้าว และพื้นที่ตัดโค่นต้นยางอายุมากเมื่อปี 2555
ด้านราคาสินค้าเกษตร พืชที่มีราคาเฉลี่ยเพิ่มขึ้น ได้แก่ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง ทุเรียน และมังคุด โดยข้าวมีราคาเพิ่มขึ้น แม้ว่าจะมีปริมาณข้าวออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้น แต่ความต้องการของตลาดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเช่นกัน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ราคาเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีความต้องการใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สำหรับมันสำปะหลังราคาเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีผลผลิตออกสู่ตลาดลดลง ประกอบกับประเทศคู่ค้ามีความต้องการมันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์ของไทยอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันภาคเอกชนมีการกำหนดราคาส่งออกมันเส้นขั้นต่ำ ทำให้ราคาส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังและ
ราคามันฯ ที่เกษตรกรขายได้ปรับตัวสูงขึ้น







