
สำนักพุทธฯ ตอบได้ไหม
สำนักพุทธฯ จะตอบได้ไหม ในเรื่องนี้
โดย ขรัว 76
สำนักพุทธฯ จะตอบได้ไหม ในเรื่องนี้
“เดี๋ยวนี้คนที่มาบวชเป็นพระ ถ้าไม่ยากจนก็สติไม่ค่อยดี”
ข้อความที่โควตไว้เป็นคอมเมนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ป้อมตำรวจย่านอนุสาวรีย์ สั้นๆ แต่ด่าพระภิกษุสงฆ์ทั้งประเทศเลยว่า “เดี๋ยวนี้คนที่มาบวชเป็นพระ ถ้าไม่ยากจนก็สติไม่ค่อยดี” ผู้เขียนว่าเป็นคำพูดหมิ่นประมาทตรงๆ แต่ในยุคสุญญากาศการบริหารคณะสงฆ์ คงยากที่จะหาองค์กรมาเป็นโจทย์กล่าวหาเจ้าหน้าที่ตำรวจคนนั้นว่าหมิ่นประมาท
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 7 ก.ค. ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อ “SalineeRattanachotchairit” ได้โพสต์คลิปวิดีโอเผยให้เห็นการใช้กิริยาวาจาที่ไม่เหมาะสมของพระภิกษุสงฆ์รูปหนึ่ง บริเวณวินรถตู้ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขตรังสิต เพื่อจะเดินทางไปอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ อีกทั้งยังได้มีการลวนลามผู้โดยสารที่นั่งข้างๆ จนทำให้โชเฟอร์และผู้โดยสารภายในรถทนไม่ไหวเกือบจะมีการใช้กำลังเกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม หลังจากรถตู้คันดังกล่าวมาถึงบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ได้นำตัวพระภิกษุสงฆ์รูปดังกล่าวไปยังป้อมตำรวจที่อยู่ใกล้เคียง เพื่อให้ตรวจสอบว่าเป็นพระภิกษุสงฆ์จริงหรือไม่ สุดท้ายไม่มีใบสุทธิและบัตรประชาชน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องลงบันทึกประจำวันพร้อมกับถ่ายรูปทำประวัติไว้
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้กล่าวเพิ่มเติมว่า “เดี๋ยวนี้คนที่มาบวชเป็นพระ ถ้าไม่ยากจนก็สติไม่ค่อยดี” โดยคลิปวิดีโอดังกล่าวนี้ถูกแชร์ออกสู่โลกโซเชียลแล้วกว่า 2 หมื่นครั้ง พร้อมกับคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นประณามการกระทำที่ไม่เหมาะสมของพระภิกษุสงฆ์รูปดังกล่าวเป็นจำนวนมากที่มา : ผู้จัดการ : 9 ก.ค. 2561
ใครอ่านข้อความนี้ เมื่อเห็นพระภิกษุสงฆ์ที่ไม่รู้จักมาก่อน ต้องคิดว่าอยู่ประเภทไหน ไม่จนก็สติไม่ดี อย่างช่วยไม่ได้ เพราะภาพลักษณ์พระคุณเจ้าเปลี่ยนไป แทนที่จะเป็นเนื้อนาบุญ กลับเป็นตัวแทนคนจนหรือคนสติไม่ดี แล้วพระคุณเจ้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน น่าเห็นใจ
แท้จริงคนที่จะเข้ามาบวชได้ถูกต้องตามกฎหมายนั้น ต้องผ่านการคัดเลือกโดยพระอุปัชฌาย์ ตามที่ระบุไว้ในกฎมหาเถรสมาคมฉบับที่ 17 ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนพระอุปัชฌาย์ ในหมวด 3 แห่งฉบับที่ 17 พูดถึงหน้าที่พระอุปัชฌาย์หลายข้อ ดังที่มีข้อความว่า พระอุปัชฌาย์ต้องพบและสอบสวนกุลบุตรให้ได้คุณลักษณะก่อน จึงรับให้บรรพชาอุปสมบท
แต่ไม่มีข้อใดห้ามมิให้อุปัชฌาย์อุปสมบทผู้ที่ยากจน หากระบุข้อนี้ไว้คงหาคนบวชได้ยาก หรืออาจไม่มีพระภิกษุสงฆ์เลยก็ว่าได้ เพราะประเทศนี้เต็มไปด้วยคนจน มิเช่นนั้นรัฐคงไม่ออกบัตรคนจนให้ประชาชน 11.43 ล้านคน (รวมทั้งสตรี) เมื่อ พ.ศ. 2560
ส่วนเรื่องห้ามคนสติไม่ดีบวชนั้น ถึงแม้จะไม่มีระบุไว้ตรงๆ ว่าห้ามอุปสมบท แต่ระบุให้เลือกคนที่ไม่มีบรรพชาโทษ ไม่เป็นคนชราไร้ความสามารถ หรือทุพพลภาพ หรือพิกลพิการ ไม่มีความเสียหาย เช่น ติดสุรา ยาเสพติดให้โทษ เป็นต้น
ถ้าเป็นสุภาพชน มีความประพฤติดี ประพฤติชอบ ก็เลือกได้เลย
จึงถามสำนักพุทธฯ ว่าจะบอกสาธารณชนอย่างไร หรือไม่อยากยุ่ง จากการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งพูดหยามพระภิกษุสงฆ์ทั้งประเทศ







