
สถานการณ์โลก
"ซอฟต์ เบร็กซิต"ป่วนรัฐบาลผู้ดี
"ซอฟต์ เบร็กซิต"ป่วนรัฐบาลผู้ดี
รัฐบาลนายกรัฐมนตรี เทเรซา เมย์ เปิดเผยแผนซอฟต์ เบร็กซิต หรือแผนการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (อียู) โดยจะยังคงรักษาความสัมพันธ์ทางการค้าอย่างใกล้ชิดกับอียูต่อไป หลังภาคธุรกิจเดินหน้ากดดันรัฐบาลอย่างหนัก เนื่องจากวิตกว่าแผนเบร็กซิตที่แข็งกร้าวจะกระทบต่อการทำธุรกิจ อย่างไรก็ตาม แผนซอฟต์เบร็กซิตทำให้รัฐมนตรีที่สนับสนุนเบร็กซิตอย่างแข็งกร้าวลาออก ได้แก่ เดวิด เดวิส รัฐมนตรีฝ่ายกิจการเบร็กซิต สตีฟ เบเกอร์ รัฐมนตรีช่วยกิจการเบร็กซิต และบอริส จอห์นสัน รัฐมนตรีต่างประเทศ
น้ำท่วมญี่ปุ่นตายทะลุ 200
ญี่ปุ่นเกิดเหตุอุทกภัยครั้งประวัติศาสตร์ โดยยอดผู้เสียชีวิตทะลุ 200 คนแล้ว ขณะที่ผู้อพยพมีจำนวนกว่า 8 ล้านคน และมากกว่า 2.5 แสนครัวเรือน และต้องอยู่โดยไม่มีไฟฟ้าและน้ำ รวมถึงต้องขาดแคลนอาหาร
สำหรับสาเหตุที่ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติครั้งนี้สูงมากนั้น ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า เพราะญี่ปุ่นไม่มีมาตรการรับมือน้ำท่วมที่ดีพอ และเน้นเฉพาะการป้องกันแผ่นดินไหว อีกทั้งผู้คนส่วนใหญ่ต่างละเลยการเตือนภัยน้ำท่วมจากทางการ ทำให้ไม่พร้อมรับมือภัยพิบัติในครั้งนี้
สหรัฐขู่เก็บภาษีสินค้าจีน 2 แสนล้าน
รัฐบาลสหรัฐประกาศเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเพิ่มอีก 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.65 ล้านล้านบาท) ซึ่งจะเรียกเก็บภาษีในอัตรา 10% จะมีผลบังคับใช้เดือน ก.ย. กระทบสินค้าจีนกว่า 6,031 รายการ โดยก่อให้เกิดความกังวลในหมู่นักลงทุนทั่วโลก ทำให้ตลาดหุ้นเกือบทั้งเอเชียปิดตัวในแดนลบช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
แม้ว่าจีนเปิดเผยว่า จะตอบโต้สหรัฐ แต่นักวิเคราะห์ระบุว่า จีนเลือกใช้กลยุทธ์ใหม่รับมือศึกการค้า โดยหันหน้าเข้าเป็นพันธมิตรกับชาติต่างๆ ทั้งในยุโรป เอเชีย รวมถึงเอกชนอเมริกัน ด้วยการชูให้จีนกลายเป็นเป้าหมาย การลงทุนที่น่าสนใจสำหรับนานาประเทศ
ทรัมป์ยันสหรัฐไม่ถอนตัว“นาโต้”
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐได้เข้าร่วมประชุมองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต้) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยระบุว่า ประเทศสมาชิกนาโต้ตกลงเพิ่มงบสนับสนุนค่าใช้จ่ายทางการทหารให้เป็น 2% ของจีดีพี หลังจากนั้นจะมีการหารือกันอีกครั้ง เพื่อเพิ่มงบดังกล่าวให้เป็น 4% ตามที่ทรัมป์เรียกร้อง พร้อมยืนยันสหรัฐจะไม่ออกจากนาโต้
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังวิจารณ์โครงการท่อก๊าซระหว่างเยอรมนีและรัสเซีย และมีแผนที่จะเจรจากับสมาชิกนาโต้ในเรื่องภาษีรถยนต์ด้วยเช่นกัน โดยทรัมป์จะพบปะกับประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ในวันที่ 16 ก.ค.นี้
หวั่นโลกหันใช้หุ่นยนต์ทำแรงงานทาสพุ่ง
ทั่วโลกกำลังเริ่มใช้ระบบหุ่นยนต์ในภาคการผลิตมากขึ้นเรื่อยๆ โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวคาดว่าจะทำให้ปัญหาแรงงานทาสยุคใหม่ร้ายแรงยิ่งขึ้นภายใน 2 ทศวรรษข้างหน้า โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากแรงงานที่ตกงานเพราะระบบอัตโนมัติอาจต้องยอมแข่งขันเพื่อแย่งชิงตำแหน่งงานที่ได้ค่าจ้างต่ำ โดย 5 ประเทศที่ตกเป็นกลุ่มเสี่ยงด้านแรงงานทาส ประกอบไปด้วย กัมพูชา อินโดนีเซีย ไทย เวียดนาม และฟิลิปปินส์
สำหรับภาคอุตสาหกรรมที่แรงงานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีแนวโน้มตกงานเพราะระบบหุ่นยนต์มากที่สุด ได้แก่ อุตสาหกรรมการเกษตร ป่าไม้ ประมง การผลิต การก่อสร้าง ค้าปลีก และการบริการ ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวถือเป็นตัวกระตุ้นให้ภาครัฐต้องเร่งหามาตรการรับมือ และออกโครงการช่วยเพิ่มทักษะให้แรงงานมากยิ่งขึ้น
นิสสันรับโกงมลพิษ ส่งผลหุ้นร่วง 11%
บริษัท นิสสัน มอเตอร์ หนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ยอมรับว่าพบกรณีพนักงานปลอมแปลงผลทดสอบการปล่อยมลพิษจากท่อไอเสียและค่าประหยัดน้ำมัน ซึ่งส่งผลกระทบกับรถยนต์ทั้งหมด 1,171 คัน โดยข่าวดังกล่าวทำให้หุ้นของบริษัทร่วง 11% นับการร่วงลงหนักสุดนับตั้งแต่เดือน พ.ย. 2016 อย่างไรก็ตาม นิสสันยืนยันว่าการปลอมแปลงข้อมูลการปล่อยมลพิษครั้งนี้ไม่ได้มีผลกับความปลอดภัยของรถยนต์ และรถยนต์ของบริษัทผ่านมาตรฐานความปลอดภัยของญี่ปุ่น







