
เต็มร้อย 139 บริษัท สิ้นสุดการรอคอย…
คุณวชิรา ณ ระนอง นายกสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย ร่วมแถลงข่าวกับสภาธุรกิจตลาดทุนไทย
โดย ศิริพร สงบธรรม
คุณวชิรา ณ ระนอง นายกสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย ร่วมแถลงข่าวกับสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เรื่องผลคะแนนและสถิติ ตามโครงการ “การประเมินคุณภาพการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2561” เมื่อวันที่ 11 ก.ค. 2561 ที่ผ่านมา จึงขอนำมาเรียนแจ้งข้อมูล ดังนี้
1.จำนวนบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่นำมาคำนวณคะแนน จำนวน 657 บริษัท (ปี 2560 จำนวน 618 บริษัท )
2.มี บจ.สามารถทำคะแนนเต็มร้อยได้มีจำนวน 139 บริษัท มากกว่าปี 2560 ซึ่งมีจำนวน 114 บริษัท
3.คะแนนค่าเฉลี่ยโดยรวม คือ 92.42 ซึ่งยกระดับสูงกว่าปี 2560 (91.97) สอดคล้องกับค่าเฉลี่ยของแต่ละห้วงเวลาตามแบบฟอร์มการประเมิน ได้แก่ ก่อน-ระหว่าง-หลัง การประชุม แสดงถึงความใส่ใจและให้ความสำคัญของผู้บริหารองค์กรนั้นๆ
4.บริษัทที่ใช้เวลาในการประชุมยาวนานที่สุด คือ 9.08 ชั่วโมง ในขณะที่เร็วสุดใช้เวลาเพียง 20 นาที โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 1.47 ชั่วโมง เป็นเวลาใกล้เคียงกับปี 2560
5.จำนวนผู้ถือหุ้นที่เข้าร่วมประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเฉลี่ยบริษัทละประมาณ 348 คน ลดลงจากปีก่อนหน้าที่มีผู้ถือหุ้นเข้าร่วมประชุม 388 คน หรือราวร้อยละ 5 จากจำนวนรายชื่อผู้ถือหุ้น 4.4 ล้านคน
6.บริษัทที่ยังมีการแจกของชำร่วยมีจำนวน 85 บริษัท คิดเป็นร้อยละ 12.92 ใกล้เคียงกับปีก่อนหน้า
7.สถิติเรื่องกรรมการอิสระ
7.1 มีกรรมการอิสระที่ดำรงตำแหน่งยาวนานเกิน 9 ปี จำนวน 95 คน ใน 68 บริษัท
7.2 มีกรรมการอิสระที่ดำรงตำแหน่งนานที่สุด 39 ปี และกรรมการอิสระที่มีอายุมากที่สุดคือ 89 ปี
7.3 มีกรรมการอิสระที่ดำรงตำแหน่งน้อยสุด 10 ปี อายุตัว 39 ปี
8.สถิติการไม่ร่วมประชุมของประธานกรรมการบริษัทและประธานกรรมการตรวจสอบ คือ 33 และ 21 บริษัท ตามลำดับ
9.มีบริษัทที่ไม่ส่งรายงานการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นให้ทันตามระยะเวลาภายใน 14 วัน หลังการประชุม จำนวน 40 บริษัท
ขอชื่นชม บจ.ที่เพิ่งเข้าจดทะเบียนในตลาดฯ และจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเป็นปีแรก สามารถทำคะแนนเต็มร้อยจำนวน 3 แห่ง (ตลท.2 และ mai 1 บริษัท)
ปี 2561 เป็นปีที่ 13 ของการเป็นผู้ดำเนินโครงการฯ ทุกคะแนนของผลการประเมินล้วนเกิดจากการเตรียมการ อาทิ ด้านผู้ประเมิน คือ อาสาพิทักษ์สิทธิผู้ถือหุ้นมีกิจกรรมติดอาวุธทางปัญญา เพื่อเป็นแนวทางในการทำงานภาคสนามและยกระดับความรู้ทางการลงทุนของตัวเอง ในฐานะของการเป็นนักลงทุนรายบุคคล ด้านผู้ถูกประเมินมีกิจกรรม “ติวเข้มให้เต็มร้อย” ซึ่งเป็นการทบทวนแนวปฏิบัติตามแบบประเมินให้กับผู้บริหารสายงานที่ดูแลการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ก่อนฤดูกาลการจัดประชุมมีผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 705 คน จาก บจ. 416 บริษัท (61% ของ บจ.ทั้งตลาดฯ)
กิจกรรมการเตรียมการดังกล่าว จึงมีส่วนสำคัญทำให้ทุกคะแนนของการประเมินโปร่งใส มีคุณค่า ตรวจสอบซึ่งกันและกันได้
คะแนนของโครงการฯ จะถูกนำส่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการใช้ร่วมเป็นฐานคะแนนคำนวณระดับธรรมาภิบาลของตลาดทุนไทย
ในระยะหลัง พบว่า ผู้บริหารให้ความสำคัญกับแนวทางการเปิดเผยข้อมูล รวมทั้งการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ดุจการมีนัดสำคัญที่จะต้องพบปะกับผู้ถือหุ้นเป็นประจำทุกปี นอกจากนี้ ยังมีการแสวงหาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวก เช่น การใช้บาร์โค้ดในการลงทะเบียน การประชุมออนไลน์ การถ่ายทอดสด และอื่นๆ ทั้งนี้ยังอาจต้องรอข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องในระยะเวลาของอนาคต
เตรียมการ-ใส่ใจ-ร่วมมือ-เป้าหมายชัดเจน
ปี 2561 นับเป็นปีที่ 13 ของการเป็นผู้ดำเนินโครงการฯ พบว่ากระบวนการทำงานที่ได้รับการมีส่วนร่วมเป็นส่วนสำคัญที่ส่งผลให้เกิดธรรมาภิบาลตาม 2 วัตถุประสงค์สำคัญของการประเมินและนำไปสู่การคำนวณดัชนีของตลาดทุนไทย คือ การเปิดเผยข้อมูลและการให้ความเท่าเทียมกันของผู้ถือหุ้น ได้แก่ “ติวเข้มให้เต็มร้อย” ซึ่งเป็นการทบทวนแนวปฏิบัติตามแบบประเมิน ก่อนฤดูกาลการจัดประชุม จำนวน 705 คน จาก บจ. 416 บริษัท (61% ของ บจ.ทั้งตลาดฯ)
1.สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย มีการเตรียมการด้านผู้ประเมินภาคสนาม คือ อาสาพิทักษ์สิทธิผู้ถือหุ้น ด้วยกิจกรรมติดอาวุธทางปัญญา เพื่อเป็นแนวทางในการทำงานภาคสนามและยกระดับความรู้ทางการลงทุนของตัวเอง ในฐานะของการเป็นนักลงทุนรายบุคคล
2.สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย ให้ความร่วมมือในฐานะผู้ถูกประเมินด้วยการเชิญชวนผู้บริหาร ที่ดูแลสายงานการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเข้าร่วมกิจกรรม “ติวเข้มให้เต็มร้อย” ซึ่งเป็นการทบทวนแนวปฏิบัติตามแบบประเมิน ก่อนฤดูกาลการจัดประชุม จำนวน 705 คน จาก บจ.ทะเบียน 416 (61% ของ บจ.ทั้งตลาดฯ)
3.มีการปรึกษาหารือแนวปฏิบัติระหว่างการทำงานของสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทยในฐานะผู้ประเมิน และผู้บริหารของทุก บจ.อย่างเข้มข้น ในการทบทวนคะแนนการประเมินกันอย่างใกล้ชิด จึงเป็นคะแนนที่มีความน่าเชื่อถือตามเกณฑ์การประเมินอย่างเคร่งครัด และเป็นอีกหนึ่งปัจจัยแห่งความน่าเชื่อถือให้กับผู้ลงทุนได้อีกทางหนึ่ง ตามแนวปฏิบัติของการพบปะกันประจำปีระหว่างกัน คือ คณะกรรมการ-ผู้บริหาร-ผู้ถือหุ้น







