posttoday
กรณีศึกษาการปรับโครงสร้างของบริษัทธุรกิจครอบครัว

กรณีศึกษาการปรับโครงสร้างของบริษัทธุรกิจครอบครัว

19 ตุลาคม 2553

.....กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์

สัปดาห์นี้เรามาว่ากันต่อเรื่องการปรับโครงสร้างธุรกิจครอบครัวที่กำลังจะขยายใหญ่ขึ้นครับ

1.การจัดตั้งบริษัทโฮลดิงขึ้นใหม่ ทางเลือกในการที่จะจัดตั้งบริษัทโฮลดิงขึ้นมาใหม่ และอาจจะเหมาะสมที่สุด เพราะส่วนใหญ่แล้วในอดีตการประกอบธุรกิจของธุรกิจครอบครัวก็มักจะเป็นบริษัทประกอบการ อาจจะมีบริษัทเดียวหรือหลายบริษัท และต่อมาก็อาจจะแบ่งแยกธุรกิจเป็นไปตามประเภทธุรกิจ อีกทั้งอาจจะยังมีบุคคลภายนอกครอบครัวถือหุ้นร่วมอยู่ด้วย หรือบางธุรกิจครอบครัวบางส่วนก็นำธุรกิจที่แตกต่างกันมารวมกัน ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หรือธุรกิจค้าขายหรือการผลิต ดังนั้นถ้าหากมีความจำเป็นในการจัดโครงสร้างการถือหุ้นตามหลักเกณฑ์ที่ได้ศึกษามา ก็อาจจะทำในรูปแบบการจัดตั้งบริษัทโฮลดิงขึ้นมาใหม่ และไปปรับปรุงโครงสร้างบริษัทลูกในภายหลัง โดยอาจนำเข้าตลาดหลักทรัพย์หรือไม่ก็ได้

วิธีการดำเนินการ

1.การจัดตั้งบริษัทโฮลดิงใหม่โดยเปลี่ยนฐานะผู้ถือหุ้นของครอบครัว ก ข ค และ ง ของตระกูลยั่งยืนนานให้กลายเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทโฮลดิง โดยการออกหุ้นใหม่ในการจัดตั้งบริษัทโฮลดิง ออกหุ้นเพื่อแลกกับหุ้นของบริษัท อุตสาหกรรม จำกัด และบริษัท พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ จำกัด ของครอบครัว ก ข ค และ ง ที่จะนำหุ้นดังกล่าวมาแลกหุ้นของบริษัทโฮลดิงที่ออกให้ใหม่ แต่ไม่ได้โอนให้ทั้งหมด เพราะยังต้องการให้บุคคลธรรมดาถือครองหุ้นในฐานะส่วนตัวได้

2.มีประเด็นที่จะต้องพิจารณาในเรื่องภาษีอากรว่า มูลค่าหุ้นของบริษัท อุตสาหกรรม จำกัด กับบริษัท พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ จำกัด ที่จะโอนเข้าบริษัทโฮลดิงควรจะเป็นมูลค่าเท่าใด เพราะในทางภาษีถือเป็นการขายหุ้น กรณีดังกล่าวหากว่าการโอนหุ้นเข้าบริษัทโฮลดิงในราคาต้นทุน หรือราคาที่ชำระแล้ว (Par Value) ก็ย่อมไม่มีภาระภาษี แต่หากโอนในราคาบัญชี (Book Value) ก็อาจมีกำไร ก็อาจจะต้องมีภาระภาษีที่ต้องพิจารณาต่อไป จึงต้องดูว่าผู้ถือหุ้นตระกูล ก ข ค ง ที่จะโอนเข้านั้นเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลไทย หรือนิติบุคคลต่างประเทศ จากข้อเท็จจริงดังกล่าวถ้าหากสันนิษฐานว่าการโอนหุ้นดังกล่าวจะเป็นการโอนหุ้นผ่านโดยใช้ราคาที่ชำระแล้ว (Par Value) โดยไม่มีภาระภาษีที่จะต้องชำระแล้ว ครอบครัว ก ข ค ง ก็จะถือหุ้นในบริษัทโฮลดิงโดยต่างฝ่ายต่างโอนหุ้นให้คนละ 20% รวมเป็น 80% โดยครอบครัวแต่ละครอบครัวก็ยังถือหุ้นอยู่ในบริษัทที่ประกอบการอยู่ (Operating Company) ในฐานะส่วนตัวเพื่อประโยชน์ทางภาษีหากมีการนำบริษัทประกอบการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในอนาคต โดยทุนจดทะเบียนของบริษัทโฮลดิงจะมีทุนเท่ากับร้อยละ 80 ของทุนจดทะเบียนของบริษัทที่ประกอบการ และยังคงให้ครอบครัวแต่ละครอบครัวถือหุ้นอยู่อีกร้อยละ 5 (รวมกันเป็นร้อยละ 10) ในธุรกิจที่เป็นของบริษัท อุตสาหกรรม และบริษัท พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ การปรับโครงสร้างดังกล่าวทำให้บริษัทโฮลดิงมีผลเป็นการสามารถกำกับดูแลบริษัทที่ประกอบการได้ นอกจากนี้อาจจะทำให้ครอบครัว ก ข ค และ ง ยังสามารถถือหุ้นโดยตรงในบริษัทที่ประกอบการ สามารถรับรู้ผลตอบแทนหรือประโยชน์เมื่อมีการเข้าตลาดหลักทรัพย์ในอนาคตได้

3. เมื่อจัดตั้งบริษัทโฮลดิงขึ้นแล้วก็อาจจะต้องจัดทำเอกสารทางกฎหมาย เช่น ข้อบังคับของบริษัทโฮลดิงให้เป็นไปตามความต้องการของครอบครัว มีสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้นกัน มีสภาครอบครัว หรือข้อบังคับสภาครอบครัว หรือธรรมนูญครอบครัวแยกออกไปสำหรับการบริหารจัดการของบริษัทโฮลดิงของตระกูลครอบครัวยั่งยืน ซึ่งหลังจากการจัดรูปแบบแล้วก็จะปรากฏรูปแบบตาม แผนภูมิ

โครงสร้างที่เสนอเพื่อพิจารณา (1) – การตั้ง Holding Company ขึ้นใหม่

เอกสารทางกฎหมายที่นำมาปรับใช้ได้กับบริษัทโฮลดิงใหม่

1.จัดตั้งธรรมนูญสภาครอบครัวของบริษัทโฮลดิงและสมาชิกในครอบครัว

2.ปรับเปลี่ยนข้อบังคับบริษัทสำหรับ Holding Company/บริษัท อุตสาหกรรม จำกัด/บริษัท พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ จำกัด เพื่อให้สอดคล้องกับความตกลง

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน