posttoday
แนะเอกชนรวมตัวเป็นคลัสเตอร์บุกลงทุนต่างประเทศ

แนะเอกชนรวมตัวเป็นคลัสเตอร์บุกลงทุนต่างประเทศ

18 ตุลาคม 2553

คลัง เสนอเอกชนปรับตัวรวมกลุ่มเป็นคลัสเตอร์ ดันออกไปลงทุนต่างประเทศ เพื่อรองรับเงินแข็งค่าในระยะยาว และใช้ประโยชน์จากการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

คลัง เสนอเอกชนปรับตัวรวมกลุ่มเป็นคลัสเตอร์ ดันออกไปลงทุนต่างประเทศ เพื่อรองรับเงินแข็งค่าในระยะยาว และใช้ประโยชน์จากการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

นายกรณ์ จติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม และคณะกรรมภาคเอกชนร่วม 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย ว่า ภาคอุตสาหกรรมจำเป็นต้องปฏิรูปเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันด้านการผลิต ปรับโครงสร้างภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งออกไปลงทุนยังต่างประเทศ เพื่อปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันที่ค่าเงินบาทแข็ง

ทั้งนี้ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ไทยต้องปรับตัวโดยการพึ่งพาการส่งออก เพราะค่าเงินบาทในตอนนั้นอ่อนค่ามาก แต่สถานการณ์ปัจจุบันภาคอุตสาหกรรมจำเป็็็้า่้ยนต้องปรับตัวอีกรูปแบบหนึ่งเพื่อรองรับความผันผวนทางการเงินของโลก การเปิดเสรีทางการค้า โดยเฉพาะการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 และปัญหาสิ่งแวดล้อม มลพิษ ภาครัฐจึงได้ให้เอกชนรวมกลุ่มกันเป็นคลัสเตอร์ เพื่อมานำเสนอในครั้งต่อไปว่าจะมีแนวทางในการปรับตัวอย่างไร และต้องการความช่วยเหลือจากภาครัฐในด้านไหนบ้าง

"รัฐบาลมีความพร้อมที่จะร่วมกับเอกชน จึงเสนอนโยบายให้เอกชนปรับตัว และรัฐพร้อมที่จะอำนวยความสะดวกและช่วยลลดภาระในการปรับตัวให้ได้ ทั้งนโยบายด้านภาษี และอื่นๆที่ต้องการ"นายกรณ์ กล่าว

นายดุสิต นนทะนาคร ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ไทยคงต้องพิจารณาว่าอุตสาหกรรมที่จะเป็นอนาคตของประเทศอย่างแท้จริง ซึ่งในมุมมองของเอกชนอุตสาหกรรมการเกษตร อาหาร จำเป็นต้องเป็นอุตสหากรรมหลัก ที่ต้องส่งเสริมอย่างเร่งด่วน และเป็นอุตสาหกรรมที่ต้องมีอยู่ในประเทศต่อไป เนื่องจากไทยมีศักยภาพในการผลิต มีวัตถุดิบในประเทศที่เพียงพออยู่แล้ว ขณะที่อุตสาหกรรมที่ต้องย้ายฐานการผลิตออกไปในอาเซียนจะต้องเป็นอุตสาหกรรมที่เน้นการใช้แรงงานมาก

ทั้งนี้ คาดว่าการจัดการดังกล่าวน่าจะต้องใช้เวลา 1-2 ปี โดยประเทศที่ไทยจะเข้าไปลงทุนได้ เช่น พม่า กัมพูชา ลาว เวียดนาม เป็นต้น การไปลงทุนต่างประเทศ เอกชนที่มีความพร้อมก็ดำเนินการกันอยู่แล้ว เพราะหากไม่ทำเมื่อเออีซีเกิดขึ้นต่างชาติจะทะลักเข้ามาในประเทศไทย ไทยจึงต้องออกไปขยายตลาด ไปขยายฐานการผลิต ซึ่งการที่รัฐเข้ามาสนับสนุนก็ถือเป็นการกระตุ้นให้ออกไปลงทุนต่างประเทศได้ง่ายขึ้น

สำหรับมาตรการที่ต้องการให้รัฐเข้ามาสนับสนุน เช่น อำนวยความสะดวกเรื่องการนำเงินเข้า-ออกประเทศ เมื่อประกอบกิจการได้กำไรมาก้ต้องการให้มีดารลดหย่อนภาษี สนับสุนอัตราดอกเบี้ยพิเศษสำหรับสินเชื่อเพื่อไปลงทุนต่างประเทศ เพราะมีความเสี่ยงในการลงทุนมากกว่าอยู่ในประเทศ เป็นต้น

ขณะที่ปัญหาที่ต่างชาติจะเข้ามาใช้ไทยเป็นฐานการลงทุนมากขึ้น ก็เป็นสิ่งที่น่ากังวล แต่หากไทยสามารถพัฒนาอุตสาหกรรมที่อยู่ในประเทศให้เข้มแข็ง คนที่เข้ามาก็จะแข่งขันกับไทยไม่ได้ ปัญหานี้ก็จะหมดไป

"ค่าเงินบาทไทยมีแนวโน้มที่จะแข็งค่าในระยะยาว เพราะเป็นนโยบายของสหัฐฯ ที่ต้องการทำให้เงินอ่อนค่า ไทยจึงต้องปรับตัว บริหารจัดการใหม่เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว โดยภายใน 2-2 สัปดาห์ จะมีการเรียกประชุมกลุ่มย่อยเพื่อนำเสนอของมูลของแต่ละภาคอุตสาหกรรม และใน อีก 3 เดือนข้างหน้าน่าจะมีการเรียกประชุมใหญ่ เพื่อรวบรวมข้อมูลส่งต่อภาครัฐอีกครั้ง"นายดุสิต กล่าว  

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน