posttoday
กิจการขายส่งในเมียนมา

กิจการขายส่งในเมียนมา

16 มิถุนายน 2561

ก่อนที่จะเริ่มเล่าเรื่องกิจการขายส่งในเมียนมา ก็มีเสียงจากไลน์ถามไถ่มาว่า การที่คนไทยไปลงทุนที่ต่างประเทศ

โดย กริช อึ้งวิฑูรสถิตย์

ก่อนที่จะเริ่มเล่าเรื่องกิจการขายส่งในเมียนมา ก็มีเสียงจากไลน์ถามไถ่มาว่า การที่คนไทยไปลงทุนที่ต่างประเทศ แล้วจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยอย่างไร? นี่คือคำถามที่น่ารับฟัง แต่ต้องใช้เนื้อที่ตอบค่อนข้างเยอะนะครับ เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับท่านผู้อ่าน เลยขอใช้เนื้อที่นี่แชร์เศรษฐศาสตร์พื้นฐานให้เข้าใจอย่างง่ายๆ สักเล็กน้อยนะครับ

เรามาเข้าใจเรื่องของบัญชีดุลการชำระเงิน ที่เป็นหัวใจของเศรษฐกิจของประเทศก่อน บัญชีดุลการชำระเงิน ประกอบด้วย 3 บัญชีสำคัญดังต่อไปนี้ คือ 1.บัญชีเดินสะพัด 2.บัญชีเงินทุนเคลื่อนย้าย 3.บัญชีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ ผมจะขอแจกแจงให้ท่านเข้าใจง่ายๆ คือ บัญชีเดินสะพัดนั้น ก็ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ 1.1 บัญชีดุลการค้าและบัญชีดุลบริการ อันนี้เราจะได้ยินได้ฟังมาบ่อยๆ จากทางการประกาศว่า เราขาดดุลการค้ากับประเทศ...หรือได้กำไรดุลการค้าจากประเทศ... นั่นหมายความว่าเราขายได้มากกว่าซื้อ ก็กำไร หรือซื้อมากกว่าขายก็ขาดดุล 1.2 บัญชีเงินโอนจากต่างประเทศ อันนี้ไม่มีอะไรซับซ้อน และ 1.3 บัญชีรายได้สุทธิจากต่างประเทศ อันนี้แหละครับที่ท่านกำลังถามผม เพราะถ้าเราไปดำเนินธุรกิจที่ต่างประเทศ สุดท้ายเราก็ต้องนำเอาเงินกลับมาเมืองไทยอยู่ดี อันนี้ทางรัฐบาลก็นำมาคำนวณบวกเข้าไปในส่วนของบัญชีเงินเดินสะพัด และเป็นหนึ่งขาของบัญชีดุลการชำระเงินไงละครับ

มาเข้าเรื่องการขายส่งที่ทางรัฐบาลเมียนมาได้เปิดเสรีให้ชาวต่างชาติเข้ามาทำได้ ซึ่งประกาศไปในวันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา และจะเริ่มใช้อย่างเป็นทางการในเดือน ก.ย.นี้ แน่นอนเป็นเรื่องที่ผมรอมานานร่วมสามสิบปี และจะทำให้นักลงทุนไทยที่อยากเข้าไปทำการจัดจำหน่ายสินค้าในเมียนมา ก็สามารถเข้าไปได้ แต่ท่านควรต้องทำความเข้าใจในกฎข้อบังคับของกฎหมายเมียนมาก่อน เพราะแน่นอนคนเมียนมาไม่ได้ไม่ฉลาดพอที่จะไม่รู้ว่าถ้าต่างชาติเข้ามาแล้วจะเกิดอะไรขึ้น จุดแข็งของทุนต่างชาติก็คือเรื่องของเงินทุน แน่นอนการทำธุรกิจนี้ อย่างน้อยๆ ท่านต้องมีไม่ต่ำกว่าสองร้อยล้านบาท หรือเจ็ดล้านดอลลาร์สหรัฐ บางท่านบอกว่าโอ้โห... เวอร์ไปหรือเปล่า ผมจะลองคิดคร่าวๆ ให้ท่านดูนะครับ ระยะเวลาขนส่งจากโรงงานในประเทศไทยไปที่โกดังในเมียนมา ก็ประมาณห้าวัน สินค้าในสต๊อกคงคลัง ท่านต้องมีอย่างน้อยสองเดือน สินค้าที่ปล่อยให้เครดิตกับลูกค้าอีกสองเดือน ดังนั้นเงินที่ท่านจะต้องลงไปในการซื้อสินค้าก็ต้องใช้ถึงสี่เดือนครึ่งของยอดขาย ดังนั้นถ้าหากยอดขายสามสิบล้าน ท่านจะต้องมีเงินทุนร้อยกว่าล้านบาทใช้ในการสต๊อกสินค้าแล้วครับ

ทีนี้มาดูอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ในสำนักงาน อย่างน้อยๆ ก็เป็นล้าน ขบวนรถยนต์ที่ใช้ในการขาย อย่างน้อยๆ ก็สี่ห้าคัน ทีมงานขายที่นั่นก็ไม่น้อยกว่าสิบคน พนักงานในส่วนที่คอยอำนวยการขายอีกไม่น้อยกว่าห้าหกคน ไหนจะค่าเช่าสถานที่ต้องจ่ายล่วงหน้าอีกหนึ่งถึงสามปี คราวนี้มาดูยอดขายและกำไร กำไรที่จะได้คงไม่เกินสิบเปอร์เซ็นต์ รายจ่ายประจำที่เห็นเดือนละล้านถึงสามล้านบาท ดังนั้นท่านจะต้องขายสินค้าหรือมียอดขายให้ได้สิบล้านถึงสามสิบล้านบาทเป็นอย่างน้อยถึงจะถึงจุดคุ้มทุน ถ้าท่านจะมียอดขาย ท่านต้องจัดการทีมให้ใหญ่พอถึงจะมียอดขายมากพอ เห็นมั้ยละครับ เพราะต้นทุนคงที่มันหนีไม่ออก ส่วนต้นทุนผันแปรก็วิ่งจี้ตูดมาติดๆ จึงต้องไปเพิ่มยอดขายให้ได้ ดังนั้นที่บอกว่าต้องมีเงินทุนสองร้อยล้านสามร้อยล้านบาท ไม่เวอร์เลยครับ

หันมาดูจุดแข็งนอกจากเงินทุนแล้ว อีกอย่างคือฝีมือการบริหารงาน ต้องยอมรับว่าคนที่นี่เพิ่งจะเปิดประเทศยังไม่นาน ดังนั้นเขายังอยู่ในระหว่างลองผิดลองถูกอยู่ ในขณะที่เราได้ผ่านสมรภูมิในประเทศไทยมาแล้ว ย่อมรู้มากกว่าเขานิดหนึ่ง แต่ถ้าวันใดที่เขาพัฒนาและเรียนรู้ได้หมดแล้ว อย่าหวังว่าจะชนะเขาง่ายๆ เลยครับ หมดหน้ากระดาษอีกแล้ว อาทิตย์หน้าตามกันใหม่นะครับ

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน