posttoday
ลูกจ้างไทยกลัวดิจิทัล

ลูกจ้างไทยกลัวดิจิทัล

16 มิถุนายน 2561

เวิร์กเดย์เผยผลสำรวจไทยติด 1 ใน 3 ประเทศกลัวแข่งขัน ขาดความมั่นใจทักษะยุคเศรษฐกิจดิจิทัล แนะรัฐ เอกชนเร่งเตรียมความพร้อมรับมือ

เวิร์กเดย์เผยผลสำรวจไทยติด 1 ใน 3 ประเทศกลัวแข่งขัน ขาดความมั่นใจทักษะยุคเศรษฐกิจดิจิทัล แนะรัฐ เอกชนเร่งเตรียมความพร้อมรับมือ

นายเดวิด โฮป ผู้จัดการใหญ่ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท เวิร์กเดย์ เปิดเผยว่า จากผลสำรวจความคิดเห็นลูกจ้าง 1,404 คน ใน 8 ประเทศทั่วภูมิภาคเพื่อประเมินความพร้อมที่มีต่อยุคเศรษฐกิจดิจิทัล พบว่า ไทยเป็น 1 ใน 3 ประเทศแรกที่ขาดความมั่นใจในทักษะด้านดิจิทัลอยู่ที่ราว 45% รองจากประเทศญี่ปุ่นที่ 64% และเกาหลีที่ 57%

ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ลูกจ้างไทยไม่มั่นใจในทักษะของตน และความรู้สึกที่หัวหน้างานและองค์กรไม่มีมาตรการเชิงรุกในการสร้างการมีส่วนร่วมในการฝึกอบรมพัฒนาทักษะที่เหมาะสม เพื่อเตรียมความพร้อมหรือปกป้องหน้าที่ตำแหน่งงาน รับมือการเปลี่ยนแปลงของยุคดิจิทัล ส่งผลให้ลูกจ้างไทยส่วนใหญ่ 35% ต้องการที่จะเริ่มธุรกิจของตัวเอง หากได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนผ่านในครั้งนี้

ขณะที่เกาหลีและญี่ปุ่น แม้จะเป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสูง แต่ด้วยความกังวลถึงการเปลี่ยนผ่านต่อสาขาอาชีพและในภาคอุตสาหกรรม ทำให้ประเทศที่พัฒนาแล้วยิ่งตระหนักถึงความเปลี่ยนแปลง ความสำคัญ ความเชี่ยวชาญของทักษะที่เหมาะสมในตลาดแรงงาน

ดังนั้น การเพิ่มขีดความสามารถทางแข่งขันขององค์กรให้สามารถแข่งขันได้ทั้งในระดับประเทศและระดับโลก จะต้องเริ่มจากการปรับตัว โดยเฉพาะการสร้างความรู้ความเข้าใจ สร้างประสบการณ์ใหม่ ด้วยการสื่อสารให้พนักงานเข้าใจถึงการเปลี่ยนผ่านที่จะเกิดขึ้น รวมถึงโอกาสของการเปลี่ยนแปลง

ขณะเดียวกัน จะต้องนำเทคโนโลยีที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยเฉพาะการสร้างและพัฒนาฝึกอบรมทักษะของแรงงาน โดยเฉพาะในกลุ่มมิลเลนเนียลที่มีพฤติกรรมชอบความท้าทายและการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้เกิดแรงงานที่มีทักษะ ซึ่งจากการที่รัฐบาลไทยและองค์กรภาคเอกชน มีส่วนร่วมสนับสนุนและพยายามก้าวเข้าสู่ประเทศไทย 4.0 จะช่วยสร้างและพัฒนาทักษะดิจิทัลให้กับแรงงานไทย

“บริษัททั่วทั้งภูมิภาคมีการปรับตัวต่อเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัลในธุรกิจต่างๆ ซึ่งใน 3 ปีข้างหน้า จีดีพี 60% ของแต่ละประเทศยกเว้นญี่ปุ่นจะมาจากการเปลี่ยนแปลงด้วยดิจิทัล จากการเติบโตของภาคอุตสาหกรรม” นายโฮป กล่าว

สำหรับแผนธุรกิจของเวิร์กเดย์ในไทย ตั้งเป้าหมายเข้าสนับสนุนเพิ่มทักษะและขีดความสามารถขององค์กรระดับท้องถิ่น ผ่านแอพพลิเคชั่นคลาวด์ระดับองค์กร สำหรับการบริหารการเงินและทรัพยากรบุคคล โดยใช้โซลูชั่นในการบริหารจัดการและเตรียมขยายสำนักงานในไทย หลังมีฐานลูกค้าในไทยกว่า 250 บริษัท ทั้งในอุตสาหกรรมภาคการผลิตและบริการ การเงินการธนาคาร เฮลท์แคร์ พลังงาน ตั้งเป้ามีสัดส่วนรายได้ในไทยเติบโตประมาณ 5%

นอกจากนี้ จะขยายสำนักงานในภูมิภาคในประเทศมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย รองรับการเติบโต ซึ่งรายได้ในไตรมาสแรกของปีนี้โตกว่า 31% มีมูลค่ากว่า 522 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยสัดส่วน 75% เป็นการเติบโตในสหรัฐ และ 25% มาจากการเติบโตในต่างประเทศ

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน