
ชมรมปฏิรูปหนี้ร้องสภารื้อกม.เอาเปรียบลูกหนี้
โพสต์ทูเดย์
— ชมรมปฏิรูปลูกหนี้ร้องคณะกรรมาธิการแก้ไขหนี้แห่งชาติ รื้อกฎหมายเอาเปรียบลูกหนี้ พร้อมแก้กฎข้าราชการล้มละลายไม่ขาดคุณสมบัติน.ส.อาจิน จุ้งลก เลขานุการชมรมปฏิรูปสิทธิลูกหนี้ เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ชมรมได้เสนอปัญหาหนี้สินของข้าราชการต่อคณะกรรมาธิการแก้ไขหนี้แห่งชาติ รัฐสภา เพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหาหนี้แก่ข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ รวมถึงบุคคลธรรมดาที่มีปัญหาหนี้สิน ซึ่งคณะกรรมาธิการได้มีการแต่งตั้งนางผุสดี ตามไท เป็นประธานทำงานการแก้ไข ปรับปรุงกฎระเบียบ และการแก้ไขกฎหมาย เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้บริโภค
สำหรับประเด็นหลัก คือ ขอให้มีการแก้ไขกฎระเบียบราชการที่ถูกฟ้องล้มละลายว่า ไม่ต้องขาดคุณสมบัติการเป็นข้าราชการ โดยคณะกรรมาธิการจะมีการประชุมในวันที่ 21 ต.ค.นี้ และคงมีความชัดเจนมากขึ้นภายในสิ้นปีนี้
ทั้งนี้ ลูกหนี้เป็นบุคคลที่ถูกกระทำ และไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการบังคับใช้กฎหมายไทย รวมทั้งสัญญาที่ไม่เป็นธรรมที่ชมรมได้ยกขึ้นมาเพื่อให้มีการแก้ไขข้อกฎหมาย สาระของประเด็นปัญหามีดังนี้
1.สัญญาไม่เป็นธรรม ยกเว้นประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 733 ที่กำหนดว่า
“ขายทรัพย์หลักประกันแล้วลูกหนี้ไม่ต้องรับผิด” แต่สถาบันการเงินได้ทำสัญญา โดยยกเว้นเป็น “ขายทรัพย์หลักประกันไม่พอชำระหนี้ ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยออกขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์จนครบมูลหนี้”2.
ข้อกำหนดที่ว่าผิดนัดชำระงวดหนึ่งงวดใดถือว่าผิดนัดทุกงวด3.กฎเกณฑ์การจัดทำบัญชีรายรับรายจ่ายของกรมบังคับคดี เช่น การคำนวณดอกเบี้ยตามคำพิพากษา แต่ พ.ร.บ.ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ให้ธนาคารรับรู้รายได้ และชำระภาษีเงินได้เพียง 3 เดือน
4.ปัญหาการประเมินราคาทรัพย์ การเปลี่ยนวัตถุประสงค์ของการประเมินราคาเพื่อคิดค่าธรรมเนียมการโอน มิใช่ใช้เปรียบเทียบราคาตลาด แต่กรมบังคับคดีนำราคาของกรมที่ดินมากำหนดเป็นราคานำยึดทรัพย์ประกันของลูกหนี้ ทำให้ราคาต่ำกว่าความเป็นจริงถึง 4 เท่า
5.ระเบียบปฏิบัติของกรมบังคับคดีในการขายทอดตลาดทรัพย์ประกันครั้งที่ 1 ราคา 80% ครั้งที่ 2 ราคา 50% ทำให้ทั้งลูกหนี้และเจ้าหนี้ได้รับความเสียหาย แต่ผู้ซื้อทรัพย์กลับได้ประโยชน์ และข้อกำหนดว่าเงินที่ได้นำไปตัดดอกเบี้ยก่อน ส่วนเหลือจึงจะตัดเงินต้น
6.ปัญหาระหว่างการบังคับคดี หากมีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ธนาคารมิได้นำเงินที่ลูกหนี้ชำระมาหักทอนบัญชีหนี้ตามคำพิพากษา และไม่แจ้งต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี ทำให้ลูกหนี้เสียเปรียบ มีหนี้ส่วนขาดมาก เมื่อยอดหนี้ถึง 1 ล้านบาท ก็ถูกฟ้องล้มละลาย จึงอยากให้แก้ไข เพราะมีข้อสงสัยว่าเงินผ่อนชำระของลูกหนี้หายไปไหน ธนาคารลงบัญชีอย่างไร นำไปเสียภาษีหรือไม่ จึงขอให้กรมสรรพากรตรวจสอบด้วย
ประการที่ 7 คือ ปัญหาที่เจ้าหนี้มักจะทิ้งระยะเวลาในการบังคับคดีไว้นานๆ บางแห่งยาวนานถึง 10 ปี เพราะธนาคารถือตามคำพิพากษาที่ให้คิดดอกเบี้ยผิดนัด และให้ดอกเบี้ยเดินเต็มเพดาน เมื่อทิ้งไว้ใกล้ๆ 10 ปี ก็สามารถบังคับคดีในคดีล้มละลายได้อีก ทำให้ธนาคารสามารถบังคับคดีกับผู้ค้ำประกันได้อีก ข้อกฎหมายและระเบียบเหล่านี้ทำให้ธนาคารสามารถยึดได้หมด ถ้าขายทรัพย์แล้วยังไม่พอชำระหนี้ แม้หลักประกันนั้นจะติดจำนองกับธนาคารอื่นก็ตาม
8 การฟ้องล้มละลายเพื่อตัดหนี้สูญของสถาบันการเงิน ฯลฯ 9 ยอดเงินในการฟ้องล้มละลาย 1,000,000 บาท ตราขึ้น ขณะทองคำราคาบาทละ 6,000 บาท ปัจจุบันราคาทองคำบาทละเกือบ 20,000 บาท และ 10 ลูกหนี้ไม่ได้รับการช่วยเหลือใดๆจากรัฐเหมือนนานาประเทศ ในขณะประเทศเกิดวิกฤติทางการเงินของประเทศ (สงครามการเงิน)
m







