
ลอฟท์ดี๊ด๊าลดราคารับค่าบาท
เพิ่มสัดส่วนสินค้านำเข้า50% ไลอ้อนชี้ช่วยดึงราคาไม่ให้ขยับ
โพสต์ทูเดย์
— ลอฟท์ ยิ้มรับค่าบาทแข็ง ทำราคาสินค้าในร้านใกล้เคียงต่างประเทศ เตรียมเพิ่มสัดส่วนสินค้านำเข้าในร้านเป็น 50%นายชาญชัย เชิญชูวงศ์ธนากร กรรมการผู้จัดการบริษัท บีไอเอชซี เทรดดิ้ง ผู้บริหารร้านสเปเชียลตีสโตร์ จากประเทศญี่ปุ่น
“ลอฟท์” ในเครือบริษัท สยามพิวรรธน์ ผู้บริหารศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับลดราคาสินค้านำเข้าภายในร้านลอฟท์ ตั้งแต่ช่วง 23 เดือนที่ผ่านมา ตามแนวโน้มอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นต่อเนื่องในช่วงเวลาดังกล่าวทั้งนี้ ในภาพรวมเป็นผลดีกับบริษัท เนื่องจากปัจจุบันสินค้าภายในร้านลอฟท์ได้นำเข้าสินค้าจากต่างประเทศและซัพพลายเออร์ คิดเป็นสัดส่วนไม่ต่ำกว่า 40% ซึ่งหากอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทยังแข็งค่าต่อเนื่อง บริษัทเตรียมปรับแผนนำเข้าสินค้าเข้ามาจำหน่าย ในร้านลอฟท์เพิ่มสัดส่วนเป็น 50%
อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคอาจจะไม่เห็นสินค้าภายในร้านลอฟท์ปรับลดลงอย่างชัดเจน เนื่องจากบริษัทมีการนำเข้าสินค้าคอลเลกชันหรือรายการใหม่ๆ เข้ามาทำตลาดทุกเดือน ซึ่งกลุ่มสินค้าใหม่ดังกล่าวจากต่างประเทศก็จะมีการปรับราคาขึ้นตามเช่นกัน แต่ทั้งนี้ผู้บริโภคชาวไทยจะสามารถจับจ่ายซื้อสินค้านำเข้าได้ในราคาที่ใกล้เคียงกับต่างประเทศมากขึ้นตลาดภายใต้อีเวนต์ต่างๆ ในช่วงเทศกาลใหญ่ๆ อาทิ กิจกรรมงานวันฮาโลวีนในเดือนต.ค.นี้ และในช่วงเดือนพ.ย.ธ.ค. เตรียมจัดงาน
‘กิฟต์ แอนด์ แว็รปปิง กูรู’ ที่ร้านลอฟท์ สาขาศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค เป็นต้น เพื่อกระตุ้นบรรยากาศในการจับจ่ายซื้อสินค้าในช่วงเทศกาลแห่งความสุขปลายปีนี้นายบุญฤทธิ์ มหามนตรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) ผู้ผลิตและทำตลาดสินค้าอุปโภคในเครือสหพัฒน์ กล่าวว่า จากเงินบาทแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา เบื้องต้นส่งผลดีต่อต้นทุนการผลิตสินค้าในเครือบริษัท โดยเฉพาะวัตถุดิบนำเข้าบางประเภทที่มีการกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนแบบคงที่ (ฟิกซ์เรต) ไว้ก่อนหน้า ทำให้บริษัทมีต้นทุนการผลิตลดลง
อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมาวัตถุดิบสินค้าบางรายการก็ได้มีการปรับราคาสินค้าขึ้นไปอีก ส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินธุรกิจในภาพรวมเป็นไปในลักษณะเฉลี่ยกับต้นทุนนำเข้าวัตถุดิบสินค้าบางตัวที่แปลงมาเป็นค่าเงินบาทในขณะนี้ จากอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 29 บาทต่อ 1 เหรียญสหรัฐ
แนวโน้มดังกล่าวเป็นผลดีต่อภาพรวมตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคในประเทศที่ทำให้ผู้ผลิตสามารถประคองราคาสินค้าอุปโภคบริโภคเอาไว้ แม้จะมีต้นทุนบางรายการปรับเพิ่มขึ้นก็ตาม รวมถึงต้นทุนพลังงานและค่าขนส่ง ซึ่งในขณะนี้ราคาน้ำมันไม่ได้มีการปรับลดลงตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นในช่วง 23 เดือนที่ผ่านมาแต่อย่างใด
“
เงินบาทแข็งค่าขึ้นเป็นผลดีต่อภาพรวมการผลิตสินค้าบางรายการที่ต้องใช้วัตถุดิบนำเข้า ทำให้ผู้ผลิตมีต้นทุนรวมลดลง ซึ่งในอุตสาหกรรมนี้ต้องแข่งขันกันด้านการลดต้นทุนการผลิต เพื่อไม่ต้องขึ้นราคาสินค้าในปลายทาง ทำให้ตลาดอุปโภคบริโภคไตรมาส 4 นี้ แข่งขันมากขึ้น” นายบุญฤทธิ์ กล่าวด้าน น.ส.ศีกัญญา ศักดิเดช ภาณุพันธุ์ ผู้นำเข้าสินค้าแบรนด์ระดับบน (ไฮแบรนด์) จากต่างประเทศ เช่นกระเป๋าคิปลิงค์ (Kipling) กล่าวว่า ความผันผวนจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ไม่สามารถระบุได้ชัดว่าเป็นผลดีต่อผู้ประกอบการธุรกิจนำเข้าสินค้าแบรนด์เนมหรือไม่ เนื่องจากต้องพิจารณาในหลายปัจจัยประกอบกัน เพราะสินค้าแบรนด์เนมจากต่างประเทศก็ปรับราคาขึ้นตามเช่นกันช่วงที่ผ่านมา เป็นต้น ซึ่งทำให้ต้นทุนการนำเข้าสูงขึ้นไปด้วยเมื่อต้องนำมาทำตลาดในประเทศไทย
ขณะที่ช่วง3เดือนสุดท้ายปีนี้แบรนด์
‘คิปลิงค์’ ได้วางกลยุทธ์การทำตลาด โดยเตรยียมจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกับพันธมิตรธุรกิจประเภทต่างๆ อาทิ โรงแรมเรเนอซองส์ เป็นต้น เพื่อรักษาลูกค้าแบรนด์คิปลิงค์ไว้อย่างต่อเนื่อง จากปัจจุบันมีฐานสมาชิกประจำกว่า1หมื่นราย รวมถึงจัดกิจกรรมใหญ่หรือบิ๊ก แคมเปญ แบรนด์คิปลิงค์ เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายในช่วงปลายปีนี้เช่นกัน






