
ค่ายมือถือวอนรัฐเร่งออกตั้งกสทช.ปลดล็อก3จี
กรณ์เชิญ3ค่ายมือถือเข้าหารือ แนวทางให้บริการ 3 จี เอกชนประสานเสียงรัฐต้องเร่งออกกฎหมายตั้งกสทช.
กรณ์เชิญ3ค่ายมือถือเข้าหารือ แนวทางให้บริการ 3 จี เอกชนประสานเสียงรัฐต้องเร่งออกกฎหมายตั้งกสทช.
นายนพปฏล เดชอุดม กรรมการผู้จัดการบริษัททรู อินเทอร์เน็ต ในฐานะตัวแทนบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า เมื่อวันที่ 14 ต.ค. เวลา 17.00 น. นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ได้เชิญผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือทั้ง 3 ราย ได้แก่ ทรูมูฟ , บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส และบริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค มาหารือ เพื่อพัฒนาระบบโทรคมนาคมให้ประชาชนได้ใช้บริการ 3 จีโดยเร็วที่สุด
"จากการหารือ รมว.คลังได้เสนอ 3-4 แนวทาง ซึ่งทางทรู พร้อมจะยืดหยุ่นการดำเนินการในทุกแนวทาง เพียงแต่ต้องการให้รัฐบาลกำหนดกรอบเวลาการดำเนินการให้ชัดเจน โดยอีก 2 บริษัทก็เช่นเดียวกัน" นายนพปฏล กล่าว
นายนพปฏล กล่าวว่า รูปธรรมที่เห็นชัดเจนที่สุด คือขณะนี้บริษัท ทีโอที กำลังจะลงทุนขยายเครือข่าย 3 จี โดย รมว.คลัง หวังว่าเอกชนทั้ง 3 ราย จะร่วมลงทุน MVNO ไปก่อนระหว่างที่ยังต้องรอร่าง พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และ การประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) บังคับใช้ ซึ่งในส่วนนี้ ทางเอกชนต้องการทราบกรอบเวลาที่ชัดเจน
ขณะเดียวกัน รมว.คลังได้ยืนยันว่า รัฐบาลกำลังเร่งรัดการแก้ไขสัญญาสัมปทานให้ถูกต้องตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 (พ.ร.บ.ร่วมทุน) ที่ต้องตั้งคณะกรรมการตามมาตรา 13 และคณะกรรมการตามมาตรา 22 ขึ้นมา โดยขณะนี้มีความคืบหน้าไประดับหนึ่งแล้ว
นอกจากนี้ ในส่วนของการแปรสัญญาสัมปทาน 2 จี เป็นใบอนุญาตนั้น ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าการให้ใบอนุญาตจะเป็น 15 ปี หรือเท่ากับระยะเวลาสัญญาสัมปทานที่เหลือ ซึ่งทรูเหลือเวลาสั้นที่สุด ซึ่งในส่วนนี้ต้องรอการตีความอำนาจของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.)
ด้าน นายสมประสงค์ บุญยะชัย ประธานกรรมการบริหาร เอไอเอส กล่าวว่า รมว.คลัง ยืนยันว่าจะสนับสนุนให้ 3 จีเกิดขึ้นโดยเร็ว เพราะอยากเห็นการให้บริการโทรคมนาคมพัฒนาเหมือนประเทศอื่นๆ โดยเรื่องการแปรสัญญาสัมปทาน 2 จีเป็นใบอนุญาตนั้น ในทางปฏิบัติคงต้องระมัดระวัง ซึ่งทั้งหมดทางบริษัทพร้อมให้ความร่วมมือกับราชการ
ขณะที่ นายกรณ์ กล่าวว่า ได้หารือกับเอกชนผู้รับสัมปทานโทรศัพท์มือถือ เพื่อร่วมกันหาวิธีทำให้คนไทยได้เข้าถึงบริการ 3 จีโดยเร็ว โดยแนวทางที่มองว่าน่าจะเป็นประโยชน์มากที่สุด คือการออกกฎหมายใหม่ หรือร่าง พ.ร.บ.กสทช. ซึ่งขณะนี้มีการตั้งกรรมาธิการร่วมระหว่าง 2 สภา และได้มีการประชุมแล้ว คาดว่าจะสามารถผลักดันบังคับใช้กฎหมายได้โดยเร็ว
นายกรณ์ กล่าวว่า เอกชนต้องการเห็นว่าสุดท้ายแล้ว กทช. มีอำนาจออกใบอนุญาตหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้บริษัท กสท โทรคมนาคม เคยร้องต่อศาลปกครองไว้ และต้องรอให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ทั้งนี้ เอกชนจึงได้ฝากว่า หวังว่ากระบวนการเรื่องนี้จะได้ข้อชัดเจนโดยเร็ว เพราะหากชัดเจนเรื่องอำนาจ กทช. ก็จะส่งผลต่อการพิจารณายุติสัญญาสัมปทาน 2 จีเดิม เพื่อออกใบอนุญาตได้
นอกจากนี้ ยังได้มีการพูดถึงการแก้ไขสัญญาสัมปทานเดิมให้ถูกต้องตาม พ.ร.บ.ร่วมทุน ที่ต้องตั้งคณะกรรมการตามมาตรา 13 และคณะกรรมการตามมาตรา 22 ขึ้นมา ซึ่งส่วนนี้ได้ยืนยันกับเอกชนว่า การดำเนินการใกล้เสร็จแล้ว คาดว่าจะส่งผลสรุปให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาได้ภายในปีนี้แน่นอน







