
ธปท.เผยผลประเมินใช้กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อเหมาะสม
ผู้เชี่ยวชาญในต่างประเทศ สรุปผลการประเมินการศึกษากรอบเป้าหมายเงินเฟ้อปัจจุบันที่0.5-3% เหมาะสมแล้ว แต่แนะนำให้ขยับขอบล่างขึ้นเป็น 1% เพื่อเลียงเงินฝืดและให้เปิดเผยต่อสาธารณะมากขึ้น
ผู้เชี่ยวชาญในต่างประเทศ สรุปผลการประเมินการศึกษากรอบเป้าหมายเงินเฟ้อปัจจุบันที่0.5-3% เหมาะสมแล้ว แต่แนะนำให้ขยับขอบล่างขึ้นเป็น 1% เพื่อเลียงเงินฝืดและให้เปิดเผยต่อสาธารณะมากขึ้น
นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยว่า ผลการประเมินกรอบเงินเฟ้อในการดำเนินนโยบายการเงิน ของธปท. จากผู้เชี่ยวชาญในต่างประเทศ คือ ดร.สตีเฟ่น แกรด์วิว (Dr.Stephen Grenville) ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินการธนาคาร ศาสตราจารย์พิเศษมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย อดีตรองผู้ว่าการและกรรมการธนาคารกลางออสเตรเลีย และนายทาคาโตชิ อิโต๊ะ (Takatoshi Ito) ศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยโตเกียว อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นายกสมาคมเศรษฐศาสตร์ ประเทศญี่ปุ่น พบว่าการใช้กรอบเงินเฟ้อเป็นเป้าหมายในการดำเนินนโยบายการเงินยังเหมาะสมที่จะใช้กับการดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป
ทั้งนี้ ปัจจุบันธปท.ใช้กรอบเงินเฟ้อพื้นฐาน ที่ระดับ 0.5-3% เป็นเป้าหมาย ในการดำเนินนโยบายการเงิน
นายไพบูลย์ เปิดเผยว่า ถึงผู้เชี่ยวชาญทั้ง 2 คนจะเห็นว่าการใช้กรอบเงินเฟ้อเหมาะสม แต่ก็แนะนำให้ธปท.ให้ความสำคัญกับค่ากลางของเป้าหมายมากขึ้น เพื่อลดโอกาสที่สาธารณชนอาจเข้าใจผิดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)อาจจะดูเงินเฟ้อที่ขอบบน รวมทั้งแนะนำให้ธปท.ปรับขอบล่างซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 0.5% ขึ้นเป็น 1% เช่นเดียวกับประเทศพัฒนาแล้วในหลายๆประเทศที่ตั้งต้นกรอบไว้ที่ 1% เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาเงินฝืด หรือเงินเฟ้อเป็น 0%
นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศยังแนะนำให้ธปท.มีการสื่อสารและเปิดเผยข้อมูลของกนง.ให้สาธารณชนรับรู้มากขึ้น แต่การเปิดเผยระยะเวลาใดมากน้อยแค่ไหนก็แล้วแต่ความเหมาะสมของสถานการณ์เศรษฐกิจของไทย







