
ทีโอทีเร่งสร้างข่าย3จีทั่วปท.
มูลค่า2หมื่นล.คาดเริ่มพ.ย.นี้ เปิดทางเอกชนช่วยสร้างข่าย
โพสต์ทูเดย์
— บอร์ดทีโอที เร่งเครื่อง 3จี ทั่วประเทศ 2 หมื่นล้านบาท พร้อมจัดซื้อจัดจ้างเดือน พ.ย. เปิดกว้างทุกค่ายมือถือร่วมเอ็มวีเอ็นโอนายวรุธ สุวกร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที เปิดเผยว่า คณะกรรมการ หรือบอร์ด ชุดที่มีนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม เป็นประธาน ได้อนุมัติหลักการจัดซื้อจัดจ้างในโครงการลงทุนขยายโครงข่าย 3จี ทีโอที ในวงเงินรวม 19,980 ล้านบาท แบ่งเป็นการขยายโครงข่ายมูลค่า 17,440 ล้านบาท และอีก 1,800 ล้านบาทเพื่อซื้อโครงข่ายจาก บริษัท เอซีที โมบาย
ทั้งนี้ บอร์ดได้อนุมัติหลักการให้กู้เงินจำนวน 15,850 ล้านบาท ซึ่งหากอัยการสูงสุดเห็นชอบร่างเงื่อนไขการจัดซื้อจัดจ้าง หรือทีโออาร์ 3จี ก็จะเข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างได้ทันที ซึ่งจะพยายามเร่งทีโออาร์ให้เสร็จภายในเดือนนี้ และคาดว่าจะเริ่มจัดซื้อจัดจ้างได้ในเดือน พ.ย.
สำหรับการจัดหาแหล่งเงินกู้นั้น ทีโอทีได้ว่าจ้างบริษัท ไพร์ม สตรีท เป็นที่ปรึกษาทางการเงินคัดเลือกสถาบันการเงินแกนนำจัดหาเงินกู้ (LeadArranger) และคัดสรรสถาบันการเงินเพื่อมาเสนอเงินกู้ที่มีต้นทุนต่ำที่สุด ให้ที่ประชุมบอร์ดพิจารณาในวันที่ 29 ต.ค.นี้ จากนั้นฝ่ายการเงินต้องไปเจรจากับสถาบันการเงินที่ได้รับเลือกให้ได้ข้อสรุปในเดือน ธ.ค.
นายวรุธ กล่าวว่า ตามกรอบที่วางไว้ทีโอทีจะต้องสร้างโครงข่ายในระยะแรกให้ครอบคลุมเขตนครหลวงและ 13 จังหวัด ภายใน 6 เดือน ขณะที่ระยะที่สองจะต้องสร้างโครงข่ายให้ครอบคลุมทั่วประเทศภายใน 1 ปี โดยมีสถานีฐานทั้งสิ้นกว่า 5,000 สถานี แบ่งเป็นการใช้โครงข่ายร่วม (CoSite) ซึ่งจะเช่าใช้จากเอกชน 60% และอีก 40% ทีโอทีจะสร้างเอง
ดังนั้น จากแผน 3จี ที่ต้องใช้โครงข่ายร่วม ทำให้ทีโอทีต้องได้ความชัดเจนภายในเดือน พ.ย.นี้เช่นกัน ซึ่งขณะนี้มีผู้ให้บริการมือถือ 2 ราย คือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส และบริษัท ทรูมูฟ ได้ขอใช้โครงข่ายร่วมให้พิจารณาแล้ว ขณะที่บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค และบริษัท กสท โทรคมนาคม ได้เจรจาอย่างไม่เป็นทางการ
ด้านความคืบหน้าการให้เช่าใช้โครงข่ายเพื่อทำตลาดในรูปแบบเอ็มวีเอ็นโอ กับเอไอเอส ดีแทค และทรูมูฟนั้น เบื้องต้นสามารถทดลองให้บริการได้ เนื่องจากปัจจุบันเอ็มวีเอ็นโอทั้ง 5 รายทำตลาดเลขหมายไปแล้วกว่า 3 แสนเลขหมาย ทำให้เหลือเพียง 1 แสนเลขหมาย จึงไม่น่าจะเพียงพอที่จะให้ทั้ง 3 รายทำตลาด
เนื่องจากต้องพิจารณาว่าเอกชนรายใดให้ผลตอบแทนดีที่สุด ก็จะอนุมัติให้เป็นเอ็มวีเอ็นโอรายต่อไป







