posttoday
มุมมองการลงทุนไตรมาส 2 ปี 2561

มุมมองการลงทุนไตรมาส 2 ปี 2561

16 เมษายน 2561

ตลอดสองปีที่ผ่านมาตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งจนถึงช่วงต้นไตรมาส 1 ปี 2561

โดย ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าทีมวิจัยลูกค้าบุคคล บล.ภัทร CIO, Kiatnakin Phatra Financial Group

ตลอดสองปีที่ผ่านมาตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งจนถึงช่วงต้นไตรมาส 1 ปี 2561 แต่หลังจากนั้นความผันผวนของตลาดเริ่มกลับมาเป็นระลอกจากความกังวลต่อการเร่งตัวของเงินเฟ้อ ความเสี่ยงเรื่องสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน รวมถึงแรงกดดันในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีหลังประเด็นข้อมูล Facebook รั่วไหล อาจทำให้มีการใช้กฎเกณฑ์ที่เข้มงวดขึ้นในการควบคุมธุรกิจกลุ่มนี้ได้

ตลาดหุ้นไตรมาส 1 มีความผันผวนเพิ่มมากขึ้น โดยตลาดหุ้นในประเทศพัฒนาแล้วร่วงลงแรงกว่าตลาดหุ้นในประเทศตลาดเกิดใหม่ ขณะที่ตลาดหุ้นไทยเป็นหนึ่งในตลาดหุ้นที่ทำผลตอบแทนได้ดีที่สุด เนื่องจากสภาพคล่องภายในประเทศยังดีอยู่ และการขายหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติก่อนหน้านี้ก็เป็นตัวช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนระลอกนี้

แม้ว่าการปรับตัวลงของสินทรัพย์เสี่ยงจะทำให้ราคาหุ้นสมเหตุสมผลมากขึ้น แต่เรามองว่าเหตุผลที่สนับสนุนตลาดขาขึ้นรอบนี้ก็ลดน้อยลงด้วยเช่นเดียวกัน โดยปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ได้แก่

ประการแรก ในช่วงก่อนหน้าเศรษฐกิจโลกส่งสัญญาณการฟื้นตัวพร้อมกันเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีโดยตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆ ทั้งภาคการผลิตและภาคบริการล้วนแต่ออกมาดีขึ้น ส่งผลดีต่อเนื่องมาถึงผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนทั่วโลก อย่างไรก็ดี เริ่มมีสัญญาณว่าโมเมนตัมการขยายตัวของเศรษฐกิจและผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนอาจผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว โดยในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ชี้วัดการเติบโตของเศรษฐกิจโลกเริ่มปรับตัวลง เช่นเดียวกับยอดค้าปลีกสหรัฐที่ออกมาต่ำกว่าคาด นอกจากนั้น สงความการค้าก็ถือเป็นความเสี่ยงสำคัญที่เข้ามากดดันการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจโลก เพราะการขยายตัวของการค้าระหว่างประเทศถือเป็นหนึ่งในปัจจัยหนุนการเติบโตของเศรษฐกิจโลก

ประการที่สอง แม้ว่าความกดดันจากการเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อจะยังคงอยู่ในระดับต่ำ แต่อัตราดอกเบี้ยที่ทยอยปรับตัวขึ้นหลังธนาคารกลางขนาดใหญ่ทยอยถอนนโยบายผ่อนคลายทางการเงิน ก็ถือเป็นตัวกดดันราคาสินทรัพย์เสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจทำให้สินทรัพย์เสี่ยงอ่อนไหวต่อความเสี่ยงมากขึ้นเราปรับคำแนะนำให้นักลงทุนลดการถือหุ้นในภาพรวมลงเล็กน้อย แม้เรายังคงมองว่าหุ้นยังเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจที่สุดในระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ แต่อาจมีความผันผวนได้มากขึ้นในระยะสั้น เราปรับมุมมองหุ้นโลกเป็น “ให้น้ำหนักเท่ากับตลาด” ขณะที่ยังคงคำแนะนำ “ให้น้ำหนักต่ำกว่าตลาด” สำหรับตลาดหุ้นไทย ทั้งนี้ เราคงมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นตลาดเกิดใหม่ และหุ้นยุโรป เนื่องจากราคาหุ้นเทียบกับกำไรอยู่ในระดับที่น่าสนใจ ขณะที่กำไรมีโอกาสเติบโต เรายังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นสหรัฐ เพราะเชื่อว่ามาตรการลดภาษีน่าจะช่วยหนุนกำไรและลดผลกระทบจากความกังวลเรื่องสงครามการค้าได้ เราแนะนำให้ระมัดระวังตลาดหุ้นญี่ปุ่น หลังค่าเงินเยนแข็งค่าต่อเนื่อง ประกอบกับนโยบายผ่อนคลายทางการเงินอาจถึงขีดจำกัดและความเสี่ยงด้านการเมืองเพิ่มสูงขึ้น

สำหรับตราสารหนี้ เรามองว่าความเสี่ยงที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรของสหรัฐจะปรับขึ้นต่อมีจำกัด ขณะที่โอกาสที่อัตราผลตอบแทนดังกล่าวจะปรับลดลงมีความเป็นไปได้มากขึ้น หากการเติบโตของเศรษฐกิจโลกชะลอลง หรือนักลงทุนเข้าสู่ภาวะหลีกหนีความเสี่ยง นอกจากนั้น เรามองว่าความเสี่ยงขาลงของตราสารหนี้ผลตอบแทนสูง (High yield bond) ได้เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน จึงแนะนำให้นักลงทุนระมัดระวังการลงทุนในสินทรัพย์ดังกล่าว

ด้านกองทุนอสังหาริมทรัพย์ เรามองว่าความเสี่ยงอยู่ในระดับสมดุล เรายังคงแนะนำให้นักลงทุนลงทุนในทองคำเพื่อการกระจายความเสี่ยง และถือเงินสดเพิ่มขึ้นเพื่อรอทยอยซื้อสะสม

บล.ภัทร คงเป้าหมายดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) ณ สิ้นปี 2561 ไว้ที่ระดับ 1,780-1,820 จุด ซึ่งมีส่วนต่างจากระดับราคาปัจจุบันที่จำกัดเราแนะนำให้นักลงทุนขายทำกำไรหุ้นที่ได้รับประโยชน์วัฏจักรเศรษฐกิจโลกขาขึ้น ได้แก่ หุ้นกลุ่มปิโตรเคมี รวมถึงพลังงาน และให้เพิ่มน้ำหนักหุ้นคุณค่า (Value) หุ้นที่มีอัตราผลตอบแทนจากปันผลสูง และหุ้นกลุ่ม Defensive ที่มีผลการดำเนินงานมั่นคง

แม้ว่าตลาดการเงินอาจมีความผันผวนสูงในระยะสั้น แต่เรายังเชื่อว่าพอร์ตการลงทุนที่มีการกระจายความเสี่ยงเป็นอย่างดี และมีการลงทุนสอดคล้องกับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ เป็นทางเลือกที่ดีในการลงทุนในระยะยาว นอกจากนั้นการมองภาพระยะยาว รวมถึงการลงทุนอย่างมีวินัยถือเป็นกุญแจสำคัญสำหรับการลงทุนให้ประสบผลสำเร็จ

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน