posttoday
ถือหุ้นรอสหรัฐประกาศ QE2

ถือหุ้นรอสหรัฐประกาศ QE2

14 ตุลาคม 2553

....พงศ์ภัทร สิริพิพัฒน์

ตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์ที่ผ่านมาแกว่งตัวออกด้านข้างในกรอบ 950988 จุด ก่อนที่จะปรับตัวขึ้นแรงในวันพุธที่ผ่านมา โดยตลาดคลายกังวลเกี่ยวกับการออกมาตรการของทางการเพื่อสกัดการแข็งค่าของค่าเงินบาท ส่งผลให้ตลาดตอบสนองเชิงบวก ในขณะทางด้านปัจจัยภายนอกประเด็นเรื่อง QE2 ของสหรัฐอเมริกา กลายเป็นประเด็นที่พูดกันมากขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าจะมีการประเมินว่าผลลัพธ์ของการออกมาตรการดังกล่าวอาจจะไม่มีประสิทธิภาพมากนัก และไม่สามารถลดอัตราการว่างงานได้ แต่เฟดก็ยังไม่มีทางเลือกอื่นมากนัก โดยผลการประชุมเฟดครั้งที่ผ่านมา คณะกรรมการเฟดได้เสนอให้ใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อรักษาระดับราคาและกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ ทำให้ตลาดคาดว่าจะมีการทำ QE2 ในต้นเดือนหน้า ซึ่งส่งผลให้การปรับตัวลงของหุ้นสหรัฐไม่อยู่ในระดับสูงมากนัก และกลับมาปรับตัวขึ้นในปลายสัปดาห์ โดยสัปดาห์ที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติยังคงซื้อสุทธิ แม้ว่าระดับการซื้อจะไม่สม่ำเสมอก็ตาม

แนวโน้มตลาดในระยะสั้นเราคาดว่าเป็นการแกว่งตัวขึ้นเพื่อรอรับข่าวการทำ QE2 ในต้นเดือนหน้า แม้ว่าในตลาดหุ้นสหรัฐจะคาดการณ์ว่า QE2 นั้น อาจจะยังไม่สามารถฉุดเศรษฐกิจสหรัฐให้กลับคืนสู่ภาวะปกติได้ โดยมีการประเมินกันว่า ถึงแม้ว่าเฟดจะมีการทำ QE2 ในปริมาณเงินที่สูงถึง 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ตอนนี้ตลาดคาดแค่เพียง 5 แสนล้านเหรียญสหรัฐ) ก็จะส่งผลให้ GDP ของสหรัฐเพิ่มขึ้นเพียง 0.30.4% เท่านั้น ในขณะที่อัตราการว่างงานยังคงไม่ลดลง อยู่ที่บริเวณ 9% ซึ่งไม่ได้ลดจากปัจจุบันที่ 9.6% เท่าใดนัก จึงทำให้เกิดคำถามตามมาว่า เป็นการเหมาะสมหรือไม่ที่จะใช้มาตรการดังกล่าวหรือมีวิธีการอื่นใดหรือไม่ ซึ่งความกังวลดังกล่าวอาจจะส่งผลให้เกิดความไม่แน่ใจต่อการทำ QE2 ว่าจะมีปริมาณมากน้อยเพียงใด และส่งผลต่อสินทรัพย์ทางการเงินในระยะสั้นบ้าง

ในปัจจุบันยังไม่คาดว่าจะมีแนวทางอื่นใดที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจได้ ทำให้คาดว่าเฟดน่าจะยังคงตัดสินใจทำ QE2 แต่ปริมาณการทำจะเป็นปัจจัยที่กำหนดทิศทางของตลาด หากออกมาน้อยกว่าที่ตลาดคาดไว้ จะส่งผลให้ตลาดปรับตัวลงได้ และดอลลาร์จะปรับตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม ในระยะกลางยาวท่ามกลางการแข่งขันการอ่อนค่าของสกุลเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ จะทำให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวขึ้นแรง คาดว่าหุ้นไทยที่มีสัดส่วนของหุ้นที่เชื่อมโยงกับราคาสินค้าโภคภัณฑ์สูง โดยเฉพาะกลุ่มพลังงานจะได้ประโยชน์

นอกจากตลาดหุ้นไทยที่ได้รับประโยชน์จากดอลลาร์อ่อนค่าแล้ว เรามองว่าตลาดหุ้นจีนยังเป็นอีกตลาดที่ยังมีอนาคตดีที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาค โดยค่าเงินหยวนยังไม่สะท้อนความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจที่แท้จริงและถูกจำกัดการแข็งค่าไว้ โดยมีช่วงการแกว่งตัวไม่เกิน 0.5% ต่อวัน เทียบกับระดับปิดในวันก่อนหน้า แต่เชื่อว่าในที่สุดจะต้องค่อยๆ ปล่อยให้แข็งค่าขึ้น ทำให้การทยอยเข้าไปลงทุนในตลาดหุ้นจีนจะได้ประโยชน์ทั้งจากแนวโน้มการเติบโตที่ดีและค่าเงินที่แข็งค่าขึ้น โดยการลงทุนในกองทุน ETF ในจีนจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ แนะนำให้ลองศึกษาการลงทุน ETF ในจีนที่น่าจะให้ผลตอบแทนที่ดี

ส่วนการประเมินว่าเฟดจะทำ QE2 หรือไม่ หรือทำในปริมาณมากหรือไม่ สามารถดูผ่านทางตลาดพันธบัตรได้ เนื่องจากตลาดตราสารหนี้สหรัฐเป็นตลาดที่ได้รับปัจจัยบวกโดยตรง หากอัตราผลตอบแทนยังไม่กลับมาปรับตัวขึ้นความเป็นไปได้ในการทำ QE2 ยังเกิดขึ้นได้ในเร็วๆ นี้ และจะส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นได้ แต่การปรับเพิ่มขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรต้องไม่ได้มาจากดีมานด์ซัพพลายที่เปลี่ยนไปจากการประมูลพันธบัตรใหม่หรือกฎระเบียบอื่นๆ ซึ่ง ณ ตอนนี้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐยังคงปรับตัวลง ทำให้ประเมินได้ว่าตลาดยังคงคาดว่าจะมีการทำ QE2 ในปริมาณที่มากพอ

ทิศทางเทคนิคระยะสั้นคาดว่าเป็นการแกว่งตัวขึ้น และเรายังแนะนำให้ถือหุ้นได้ต่อเนื่องหรือซื้อเมื่อมีช่วงปรับตัวลงได้ เนื่องจากการทำ QE2 จะส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง และกระตุ้นการทำเกิดแครีเทรดในดอลลาร์ ส่งผลให้มีเม็ดเงินส่วนหนึ่งไหลเข้าสู่เอเชียในระยะกลางได้มาก แม้ว่าเราจะมองว่าเป็นบวกในระยะกลาง แต่ในช่วงสั้นประเด็นเรื่องการทำ QE2 ตลาดน่าจะทยอยรับรู้ไประดับหนึ่งแล้ว หากมีการประกาศออกมาจริง หรือการทำ QE2 น้อยกว่าที่ตลาดคาดไว้ อาจจะมีแรงเทขายทำกำไรออกมาได้ ฉะนั้น แนะนำให้ถือหุ้นรอขายช่วงก่อนประชุมเฟดที่น่าจะมีการทำ QE2

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค