posttoday
ปตท.ลุยช็อปของตปท.

ปตท.ลุยช็อปของตปท.

14 ตุลาคม 2553

PTT ฉวยจังหวะบาทแข็งตะลุยซื้อกิจการต่างแดน มีงบลงทุนต่างประเทศเหลือ 6 หมื่นล้านบาท ส่วน SSC เล็งจังหวะช็อปของดี

PTT ฉวยจังหวะบาทแข็งตะลุยซื้อกิจการต่างแดน มีงบลงทุนต่างประเทศเหลือ 6 หมื่นล้านบาท ส่วน SSC เล็งจังหวะช็อปของดี

นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท ปตท. (PTT) เปิดเผยว่า กรณีที่ค่าเงินบาทแข็งค่า ทาง ปตท.ได้พยายามเร่งรัดการลงทุนในต่างประเทศซึ่งตามวงเงินที่เหลืออีก 6 หมื่นล้านบาท จากแผน 5 ปี (ปี 2553-2557) ที่จะใช้เงินลงทุนทั้งหมด 2.44 แสนล้านบาท ซึ่งหากเงินที่กำหนดไว้ไม่เพียงพอก็จะทบทวนแผนลงทุนอีกครั้งประมาณปลายเดือน ธ.ค.ถึงต้นเดือน ม.ค. 2554

สำหรับธุรกิจต่างประเทศที่ ปตท.สนใจลงทุน คือ การเข้าไปร่วมลงทุนธุรกิจโรงไฟฟ้าถ่านหินในพม่าและลาว เนื่องจากมองว่าประเทศไทยในอนาคตยังมีปัญหาการต่อต้านการสร้างโรงไฟฟ้า แม้ว่าจะเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดและธรรมชาติก็ตาม

“ปตท.เข้าไปลงทุนจะไม่มุ่งเน้นในการถือหุ้นใหญ่แต่จะถือไม่น้อยกว่า 25% และการออกไปซื้อกิจการเพื่อเพิ่มเครดิตให้กับบริษัทเท่านั้น” นายเทวินทร์ กล่าว

ส่วนค่าเงินที่แข็งมีผลกระทบกับผลดำเนินงานของบริษัทไม่มากนัก แม้ว่ารายได้จากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ โรงกลั่น และปิโตรเคมี เป็นเงินเหรียญสหรัฐจะลดลงก็ตาม แต่การที่ ปตท.มีเงินกู้เงินเหรียญสหรัฐประมาณ 30% เงินบาทแข็งก็มีผลให้หนี้ลดลง และกำไรค่าเงินสามารถชดเชยกันได้

ทั้งนี้ บริษัทจะขายหุ้นกู้ 1 หมื่นล้านบาท สิ้นเดือน ต.ค.นี้ จำนวน 2 ชุด อายุ 4 ปี และ 7 ปี

นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) กล่าวว่า เงินบาทที่แข็งค่าขึ้น 1 บาท จะทำให้กำไรของบริษัทลดลง 600-700 ล้านบาท แต่ยังไม่สรุปว่าจะทำให้ผลประกอบการไตรมาส 3 ลดลงจากไตรมาส 2 มากน้อยเพียงไร เพราะมีปริมาณการขายที่สูงขึ้นเข้ามาชดเชย

“เงินบาทแข็งไม่ได้เป็นตัวเร่งรัดให้บริษัทรีบลงทุนต่างประเทศ แต่เป็นเพียงปัจจัยเสริม เพราะปัจจัยหลักมาจากโอกาสและศักยภาพมากกว่า แต่บริษัทก็มีนโยบายลงทุนในต่างประเทศมากกว่าในประเทศอยู่แล้ว และมุ่งเน้นกลุ่มอาเซียนที่มีศักยภาพสูงกว่าและขนาดธุรกิจในไทยก็โตแล้ว แต่หากอยากโตมากกว่านี้ต้องไปต่างประเทศ” นายรุ่งโรจน์ กล่าว

นายอนุสรณ์ มุทราอิศ กรรมการ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) หรือ DELTA กล่าวว่า บริษัทไม่ได้มีผลกระทบมากนักจากค่าเงินบาทแข็ง เพราะได้ทำประกันความเสี่ยงไว้ที่กว่า 30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

กำไรสุทธิในปีนี้น่าจะปรับตัวดีขึ้นมากจากปีก่อน และมั่นใจว่ารายได้รวมจะทะลุเป้าที่ 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโตจากปีก่อนที่มีรายได้ 700-800 ล้านเหรียญสหรัฐ

ด้านตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นแรง ดัชนีปิดที่ 992.60 จุด เพิ่มขึ้น 15.52 จุด หรือ 1.59% ซึ่งเป็นจุดสูงสุดในรอบ 15 ปี โดยต่างชาติซื้อสุทธิเพียง 572 ล้านบาท และขายออกในตลาดตราสารหนี้ 1,138 ล้านบาท

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน