
PS จ่อออกหุ้นกู้อีก 5 พันล.
PS จ่อออกหุ้นกู้อีก 5 พันล้านบาท หลัง ทริสแจกเครดิต A
PS จ่อออกหุ้นกู้อีก 5 พันล้านบาท หลัง ทริสแจกเครดิต A
บริษัท ทริสเรทติ้ง ประกาศอันดับเครดิตให้แก่หุ้นกู้ไม่มีประกันชุดใหม่ในวงเงินไม่เกิน 5,000 ล้านบาทของ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท (PS) ที่ระดับ “A” ในขณะเดียวกัน ทริสเรทติ้ง ก็ประกาศคงอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่มีประกันชุดปัจจุบันของบริษัทที่ระดับ “A”เช่นกัน โดยแนวโน้มยังคง “Stable” หรือ “คงที่”
ทั้งนี้อันดับเครดิตสะท้อนถึงสถานะความเป็นผู้นำในตลาดทาวน์เฮ้าส์ระดับราคาเฉลี่ยที่ 1 ล้านบาทต่อหลัง รวมทั้ง ผลงานที่เป็นที่ยอมรับในตลาดที่อยู่อาศัยระดับกลางถึงล่าง ความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุนค่าก่อสร้าง และกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง
อย่างไรก็ตาม จุดแข็งดังกล่าวถูกลดทอนบางส่วนจากอัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนที่จะเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต
ตลอดจนสถานการณ์ทางการเมืองภายในประเทศที่ยังไม่มีเสถียรภาพ ลักษณะของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นวงจรขึ้น ลง และการแข่งขันในการซื้อที่ดินของผู้ประกอบการที่ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น
แนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” สะท้อนถึงการคาดการณ์ว่าบริษัทจะยังคงสามารถรักษาผลประกอบการที่แข็งแกร่งเอาไว้ได้ในระยะปานกลาง และความสามารถในการทำกำไรของบริษัทควรอยู่ในระดับที่ยอมรับได้แม้การแข่งขันในตลาดที่อยู่อาศัยกลุ่มเดียวกับของบริษัทจะทวีความรุนแรงยิ่งขึน้ จากการที่บริษัทจะมีนโยบายทางการเงินในเชิงรุกมากกว่าหลายปีที่ผ่านมา ทริสเรทติ้งจึงต้องคอยติดตามแนวโน้มอัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนของบริษัทอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้อันดับเครดิตของบริษัทอาจได้รับแรงกดดันในกรณีที่บริษัท
มีภาระเงินกู้เพิ่มขึ้น อย่างมากจนมีผลทำให้สถานะทางการเงินอ่อนแอลงอย่างมีนัยสำคัญ
ณ สิ้น เดือนมิถุนายน 2553 มีโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการประมาณ 120 โครงการ ด้วยมูลค่าเหลือขายรวมทัง้ สิ้น 33,837 ล้านบาท และมียอดขายที่รอ
รับรู้รายได้ 22,581 ล้านบาท ที่อยู่อาศัยในโครงการของบริษัทมีหลากหลายประเภทประกอบด้วยทาวน์เฮ้าส์ซึ่งคิดเป็น 36% ของมูลค่าโครงการทั้งหมด บ้านเดี่ยว 34% และคอนโดมิเนียม 30% แม้ว่าสัดส่วนรายได้จากทาวน์เฮ้าส์ในครึ่งแรกของปี 2553 จะต่ำกว่าในอดีต แต่ก็ยังคงเป็น
แหล่งรายได้หลักของบริษัทซึ่งคิดเป็น 42% ของรายได้รวม ในขณะที่รายได้จากบ้านเดี่ยวและคอนโดมิเนียมคิดเป็น 39% และ 19% ตามลำดับ ข้อได้เปรียบในด้านต้นทุนค่าก่อสร้างของบริษัทมาจากการใช้เทคโนโลยีชิ้น ส่วนคอนกรีตเสริมเหล็กสำเร็จรูปและการบริหารจัดการงานก่อสร้างด้วยตนเองซึ่งทำให้บริษัทสามารถควบคุมต้นทุนและระยะเวลาการก่อสร้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้ง ยังช่วยกำหนดราคาขายที่ได้เปรียบคู่แข่ง
ทริสเรทติ้ง กล่าวว่า ยอดขายของบริษัทพฤกษา เรียลเอสเตทปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โดยในปี 2552 เพิ่มขึ้น 41% เป็น 22,775 ล้านบาท จาก 16,188 ล้านบาทในปี 2551 ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2553 บริษัทมียอดขายสูงถึง 26,092 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้น อย่างมากจาก 12,944 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปี 2552 ยอดขายที่เพิ่มขึ้น สะท้อนถึงความสำเร็จในการเปิดตัวโครงการใหม่หลายโครงการรายได้รวมของบริษัทก็เป็นไปในทิศทางเดียวกับยอดขายที่ปรับตัวดีขึน้ รายได้รวมในปี 2552 เพิ่มขึ้น ถึง 46% เป็น 18,966 ล้านบาท จาก12,969 ล้านบาทในปี 2551 รายได้รวมในช่วงครึ่งแรกของปี 2553 เท่ากับ 12,571 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 70% จาก 7,406 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปี 2552 การเติบโตของรายได้มีสาเหตุหลักมาจากการโอนโครงการคอนโดมิเนียมหลายโครงการ
อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการทำกำไรของบริษัทปรับลดลงในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2553 โดยมีอัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานที่ปรับปรุงแล้วที่ 22.19% ลดลงจาก 25%-26%ในช่วงปี 2551-2552 ซึ่งเป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงขึ้น ในช่วงครึ่งแรกของปี 2553 แม้จะมีการขยายธุรกิจเพิ่มขึ้น แต่ บริษัทยังคงมีกระแสเงินสดในระดับสูง โดยมีอัตราส่วนเงินทุนจากการดำเนินงานต่อเงินกู้รวมที่ระดับ 43.86% (ยังไม่ได้ปรับอัตราส่วนให้เป็นตัวเลขเต็มปี ) ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2553 อัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนก็ยังคงอยู่ในระดับต่ำที่ 26.50% ณ สิ้นเดือนมิถุนายน2553 ทั้งนี้การขยายธุรกิจเชิงรุกอย่างต่อเนื่องและการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมเพิ่มขึ้นจะทำให้อัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนของบริษัทเพิ่มสูงขึ้น กว่าในอดีต







