posttoday
เปิดใจ ธนกฤต เจตกิตติโชค ผมถูกอุ้มฆ่า

เปิดใจ ธนกฤต เจตกิตติโชค ผมถูกอุ้มฆ่า

13 ตุลาคม 2553

เรื่องวุ่นวายจากสัมปทานการจัดเก็บค่าที่จอดรถในสนามบินสุวรรณภูมิ ที่ในวันนี้มีความชัดเจนเพียงว่า บริษัท ท่าอากาศยานไทย หรือ ทอท. ได้ยกเลิกสัญญาสัมปทานที่ทำไว้กับบริษัท ปาร์คกิ้ง แมนเนจเม้นท์ ไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมาแล้ว

แต่ปัญหาเบื้องลึกเบื้องหลังของความวุ่นวาย ฝ่ายบริหาร ทอท.ยังไม่สามารถชี้แจงต่อสังคมได้ว่า ทำไมสัญญาสัมปทานนี้ถึงได้มีลับลมคมในมากถึงขนาดนี้ และคนใน ทอท.เข้ามาเกี่ยวข้องในเรื่องนี้หรือไม่

อย่างไรก็ตาม เมื่อช่วงเช้าวันที่ 12 ต.ค.ที่ผ่านมา บุคคลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มากที่สุดคนหนึ่ง คือ นายธนกฤต เจตกิตติโชค กรรมการผู้จัดการบริษัท ปาร์คกิ้ง แมนเนจเม้นท์ ได้เดินทางมากระทรวงคมนาคมเพื่อยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการตรวจสอบการบริหารพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเกี่ยวกับการคมนาคมขนส่ง เพื่อขอความเป็นธรรมในเรื่องนี้

นายธนกฤต บอกว่า ต้องการขอความเป็นธรรมในเรื่องนี้ เพราะที่ผ่านมาไม่ได้รับความเป็นธรรมจาก ทอท. แต่อย่างใด ทั้งๆ ที่ ทอท.รับทราบปัญหานี้มาโดยตลอด แต่ก็ไม่ดำเนินการอะไร และได้บอกถึงที่มาที่ไปของสัญญานี้ว่า

เริ่มตั้งแต่ปี 2548 ในสมัยนั้นประเทศไทยยังไม่มีระบบการจัดเก็บเงินอัตโนมัติ เมื่อเป็นเช่นนั้นผมจึงได้รับมอบหมายจากนายเอกพร รักความสุข อดีต สส.พรรคภูมิใจไทย ให้ศึกษาเรื่องนี้ โดยศึกษาข้อมูลจากประเทศสิงคโปร์ ไต้หวัน ฯลฯ ซึ่งก็ได้ติดตามและศึกษาข้อมูลมาตลอด จนกระทั่ง ทอท.ได้เปิดประมูลระบบดังกล่าวเมื่อวันที่ 16 มี.ค. 2553 ทำให้ตัดสินใจเข้าร่วมประมูลโครงการ เพราะมั่นใจว่ามีเทคโนโลยี และความรู้ในเรื่องนี้เป็นอย่างดี ซึ่งในที่สุดบริษัทก็ชนะการประมูลครั้งนี้

ทั้งนี้ หลังจากที่ได้รับสัมปทานมาแล้ว ต่อมาในวันที่ 25 มี.ค. นางแพรว พจนประพันธ์ ซึ่งนายเอกพร เป็นผู้พามาให้รู้จัก โดยระบุว่าเป็นนักธุรกิจ ที่มีเงินจำนวนมาก และอยากนำเงินมาลงทุน แทนการเก็บเงินสดไว้ในธนาคาร ก็ได้เสนอเงินจำนวน 120 ล้านบาท สำหรับลงทุนในโครงการนี้ โดยจะให้ใช้เป็นเงินค้ำประกันโครงการ

“ผมยืนยันว่าไม่รู้จักนางแพรวมาก่อน และนายเอกพรก็เป็นคนพามาให้ผมรู้จัก ผมไม่ได้นำสัมปทานไปเร่ขายให้ใคร”

จากนั้นในวันที่ 31 มี.ค. 2553 ได้จดทะเบียนในรูปบริษัท ปาร์คกิ้งฯ และให้นางแพรวถือหุ้น 20% โดยเงินแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งเป็นเงินค้ำประกัน อีกส่วนจะไปให้นักการเมือง ซึ่งนางแพรวไม่ได้บอกว่าจะนำไปให้ใคร

เมื่อตกลงให้นางแพรวถือหุ้น 20% ก็ได้เสนอการร่วมทุนให้ ทอท.ทราบ โดยหุ้นจำนวนดังกล่าว นางแพรวได้ตกลง ให้นายธรรศ พจนประพันธ์ ซึ่งเป็นลูกชาย เป็นผู้ร่วมหุ้น ในรายชื่อจดทะเบียนบริษัท และขอให้นายธรรศเป็นผู้มีอำนาจในการลงนามสัญญาต่างๆ ด้วย แต่ ทอท. แจ้งว่า โครงสร้างบริษัทใช้ไม่ได้ โดยต้องใช้ชื่อ 3 คน คือ ตัวผมเอง นายจุมพล ญาณวินิจฉัย กรรมการ และนายธรรศ เป็นผู้ลงนามร่วมกัน

หลังจากร่วมทุนกันแล้ว การเข้าบริหารพื้นที่ นางแพรวได้นำกำลังชายชุดดำเข้ายึดพื้นที่ลานจอดรถเพื่อเก็บค่าจอดรถเอง ทำให้ผมไม่สามารถเข้าบริหารพื้นที่ดังกล่าวได้ ซึ่งได้ทำหนังสือแจ้งให้ทอท. ทราบตั้งแต่ต้น แต่ทอท.บอกว่าเป็นปัญหาภายใน ทำให้ต้องไปฟ้องศาลแพ่งให้มีคำสั่งคุ้มครองฉุกเฉิน และให้กลุ่มของนายธรรศออกจากพื้นที่ แต่ก็ยังมีกลุ่มชายชุดดำมาคอยรังควานตลอด ทำให้ตนต้องมีกลุ่มชายชุดดำไว้ปกป้องตัวเอง

“เมื่อ ทอท.ช่วยผมไม่ได้ แจ้งความตำรวจ ก็บอกว่าช่วยไม่ได้ ต้องใช้คนนอกระบบมาคุ้มครอง”

นายธนกฤต กล่าวต่อว่า ความขัดแย้งดังกล่าวยังลุกลามไปถึงการพยายามอุ้มตัวเองไปฆ่า ในช่วงนี้ได้ถอดแว่นตาดำ เพื่อให้ดูรอยแผลเป็นบนใบหน้า

ที่มาของแผลเป็นดังกล่าวนั้นมาจากความพยายามของกลุ่มที่ต้องการให้นายธนกฤตโอนทั้งหมดให้กับกลุ่มลงทุนอีกกลุ่มหนึ่ง เพื่อที่อำนาจการบริหารทั้งหมดจะตกอยู่กับผู้ถือหุ้นกลุ่มใหม่แทน

“ผมถูกพาตัวไปที่ตึกอาร์เอส ถนนรัชดาภิเษก เมื่อเย็นวันที่ 7 พ.ค. 2553 แล้ว ซึ่งผมโดนปลดทรัพย์ไป 2 ล้านกว่าบาท แล้วโดนตีด้วยไม้หน้าสี่จนสลบและถูกนำไปทิ้งที่ศาลายา”

นายธนกฤต บอกว่า เรื่องนี้ได้แจ้งความไว้หมดแล้ว ซึ่งเรื่องการโอนหุ้นยังมีคดีอีกมาก เพราะมีการปลอมแปลงการโอนหุ้น จึงได้แจ้งความไว้แล้ว

“ผมขอความเป็นธรรม และได้ส่งข้อมูลพร้อมหลักฐานทั้งหมดให้คณะกรรมการแล้ว”

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค