
ของสำคัญหาย
คุณเคยทำของสำคัญหายในบ้านบ้างไหมคะ ไม่ว่าจะเป็น
โดย เมย์ลภัส บุญสิทธิ์วิจิตร ผู้อำนวยการฝ่ายการโค้ช สลิงชอท กรุ๊ป
คุณเคยทำของสำคัญหายในบ้านบ้างไหมคะ ไม่ว่าจะเป็น
๏ กุญแจรถ
๏ บัตรเครดิต
๏ กระเป๋าสตางค์
แล้วคุณจำได้ไหมคะว่าคุณหามันอย่างไร คุณอาจจะเริ่มค้นหาจากที่ที่คุณมักวางมันไว้ประจำ พอไม่เจอ คุณก็ลองค้นดูอีกทีในที่เดิม แต่ค้นละเอียดขึ้น แล้วคุณก็อาจเดินไปเดินมา พยายามนึกว่าครั้งล่าสุดคุณใช้มันตรงไหน แล้วก็กลับมาค้นแบบเดิมอีกครั้ง
แต่แล้วถ้าคุณหาไม่เจออยู่ดี...
คุณจะทำอย่างไร
ไอน์สไตน์กล่าวไว้ว่า “เราไม่สามารถแก้ปัญหาได้จากกระบวนการคิดแบบเดิมที่เราสร้างปัญหานั่น” ก็คงเหมือนกับว่า เราคงหาของไม่เจอหากเราวนหาของที่ซ้ำๆ เดิมๆ
สัปดาห์ที่ผ่านมา ดิฉันได้พบกับผู้บริหารรุ่นใหม่ไฟแรงท่านหนึ่งที่ถูกวางตัวว่ามีโอกาสได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้บริหารระดับสูงขึ้น ผู้บริหารท่านนี้ไต่เต้าภายในองค์กร เป็นคนฉลาด มุ่งมั่น มนุษยสัมพันธ์ดี รักการเรียนรู้ และมีความรู้รอบในสินค้าของบริษัทและเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเป็นอย่างมาก
แต่ทั้งนี้ ติดเพียงเรื่องหนึ่งที่สำคัญคือผู้บริหารท่านนี้ตัดสินใจช้าและไม่ค่อยสื่อสารเพราะต้องการข้อมูลที่มาก ทำให้ที่ผ่านมาเสียโอกาสการขายให้กับคู่แข่งอย่างน่าเสียดาย
ผู้บริหารท่านนี้ต้องการพัฒนาตนเองเรื่องการตัดสินใจช้าและการสื่อสาร หลังจากที่เขาได้รับฟีดแบ็กจากคนรอบข้างถึงความคาดหวังต่อเขาในฐานะผู้นำ เขาจึงได้มาแชร์ให้ดิฉันฟังว่าเขาจะแก้ปัญหาเรื่องการตัดสินใจช้าโดยการรวบรวมข้อมูลให้มากขึ้น
เพื่อช่วยในการตัดสินใจ และจะสื่อสารมากขึ้นเพื่อให้คนฟังได้ข้อมูลครบถ้วน
ฟังแผนการของผู้บริหารท่านนี้แล้ว คุณคิดอย่างไรบ้างคะ
เซงเกอร์และโฟล์กแมน (Zenger and Folkman) ได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับภาวะผู้นำพบว่า การพัฒนาสมรรถนะผู้นำ (Leadership Competency) ที่มีประสิทธิภาพนั้น คือการพัฒนาแบบ Cross Training คือ การพัฒนาสมรรถนะจากมุมที่หลากหลาย เหมือนกับการออกกำลังกายแบบ Cross Training ที่ฝึกให้นักกีฬาออกกำลังกายในรูปแบบที่แตกต่างกันไป เช่น นักวิ่งฝีเท้าดี คงไม่ต้องไปวิ่งให้มากกว่าเดิมเพียงอย่างเดียว แต่อาจไปพัฒนาเรื่องการใช้สมาธิ หรือฝึกความยืดหยุ่น เพื่อให้เสริมให้วิ่งได้เร็วขึ้น
เช่นเดียวกัน หากผู้บริหารท่านนี้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านและเก่งทางด้านเทคนิคเป็นทุนอยู่แล้ว การหาข้อมูลเพิ่มมากขึ้นเพื่อจะทำให้ตนเองตัดสินใจได้ดีขึ้นก็คงไม่ใช่หนทางที่จะพัฒนาตนเองจากจุดเดิมได้ต่อไป เพราะเขาก็จะกลับไปใช้กระบวนการหาข้อมูลตามที่ถนัด และรอข้อมูลให้พร้อมค่อยตัดสินใจ ซึ่งผลที่ได้รับก็คงไม่ผิดแผกจากเดิมมากมาย
เซงเกอร์และโฟล์กแมนได้ศึกษาผู้นำที่โดดเด่นทั่วโลก พบว่า ผู้บริหารที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านเทคนิคเป็นจุดแข็ง (Technical/Professional Expertise)
นอกจากมีความรู้และข้อมูลมากแล้ว ยังสามารถนำความรู้มาคิดวิเคราะห์ข้อมูลได้แตกฉาน และสื่อสารข้อมูลที่ซับซ้อนให้เข้าใจง่ายได้อีกด้วย
ดังนั้น หากต้องการหลุดจากกรอบคิดเดิม และพัฒนาจุดแข็งให้โดดเด่น ก็คงใช้การพัฒนาที่ออกจากกรอบเดิม คือการฝึกกล้ามเนื้อมัดใหม่
ตัวอย่างเช่น การพัฒนาการคิดวิเคราะห์เพื่อตั้งรับและรุกกับปัญหาได้เหมาะกับสถานการณ์ และการสื่อสารข้อมูลที่ซับซ้อนให้ง่าย โดยใช้ความเชี่ยวชาญให้เป็นประโยชน์ แต่คงไม่ใช้วิธีการเดิมคือการรวบรวมหาข้อมูลมากขึ้นเพียงเท่านั้น
บางครั้งการแก้ปัญหาก็เหมือนกับการหาของที่หาย หากวนไปวนมาหาของที่เดิมแต่ก็ยังไม่เจอ หรือทำสิ่งเดิมมากขึ้นไม่ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นได้ต่อไป ก็คงต้องทำสิ่งใหม่คิดใหม่ที่แตกต่างจากเดิม







