
ปัจจัยในประเทศ แข็งแกร่ง
ประกิต สิริวัฒนเกตุนักกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทยแม้จะมีแรงกดดันจากปัจจัยต่างประเทศ ตลาดไทยยังมีปัจจัยภายในประเทศหนุนต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง รวมถึงการลุ้นความคืบหน้าการเลือกตั้งในสัปดาห์นี้
ประกิต สิริวัฒนเกตุนักกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย
แม้จะมีแรงกดดันจากปัจจัยต่างประเทศ ตลาดไทยยังมีปัจจัยภายในประเทศหนุนต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง รวมถึงการลุ้นความคืบหน้าการเลือกตั้งในสัปดาห์นี้
สำหรับประเด็นแรก การรายงานเศรษฐกิจไทยในเดือน ม.ค. 2561
1.การส่งออกขยายตัว 16.7% (สูงที่สุดในรอบ 62 เดือน) โดยเป็นการขยายของสินค้าทุกประเภท ทั้งจากภาคอุตสาหกรรมและภาคเกษตร
2.จำนวนนักท่องเที่ยวขยายตัว 10.9% เป็นการปรับเพิ่มขึ้นทุกสัญชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่มาเพิ่มอีก 12.8% และรัสเซีย 28.2%
3.เครื่องชี้การบริโภคในประเทศขยายเกือบทุกหมวด โดยเฉพาะการใช้จ่ายในหมวดสินค้าคงทน (บ้าน รถยนต์ รถจักรยานยนต์) ขยายตัวกว่า 9.8% ส่วนสินค้ากึ่งคงทนและไม่คงทนมีการขยายตัว 5.1% และ 0.5% ตามลำดับ หนุนการผลิตภาคอุตสาหกรรมขยายตัวตาม 3.4%
4.กำลังซื้อโดยรวมยังไม่เข้มแข็งเท่าไรนัก รายได้นอกภาคเกษตรขยายตัว 4.1% แต่รายได้ภาคเกษตรหดตัวลง 3.4% จากราคาสินค้าเกษตรที่ ลดลง 14.6% แม้จะได้ปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้น 13%
5.เครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชนดีขึ้น การนำเข้าสินค้าทุนขยายตัว 13.7% และเครื่องจักรขยายตัว 6.2% ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างปรับ เพิ่มขึ้น 0.9%
ตัวเลขที่ประกาศสะท้อนว่าภาพรวมเศรษฐกิจภายในประเทศดูแข็งแกร่งขึ้นในทุกด้าน โดยเฉพาะการบริโภคในประเทศ ในขณะที่การลงทุน ภาคเอกชนเองก็ดูดีขึ้น อาจทำให้มีโอกาสที่เศรษฐกิจ (จีดีพี) ไตรมาสแรก ปี 2561 ขยายตัวเกิน 4% ได้ ด้วยภาพดังกล่าวผมมองว่ากลุ่มธนาคารเป็นกลุ่มที่จะตอบสนองต่อตัวเลขเศรษฐกิจข้างต้นได้ดีที่สุด และยังเลือกธนาคารกรุงเทพ (BBL) ธนาคารกรุงไทย (KTB) บริษัท ทิสโก้ไฟแนน เชียลกรุ๊ป (TISCO) เป็นหุ้นเด่นต่อเนื่อง
สำหรับประเด็นที่สองสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จะประชุม เพื่อพิจารณาพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ในวันที่ 8 มี.ค. 2561 หลังคณะกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่ายได้แก้ไขเสร็จเรียบร้อยไปเมื่อ วันที่ 27 ก.พ. 2561 ซึ่งผมเชื่อว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ สนช.จะมีมติเห็นชอบเนื่องจาก
1.ประเด็นที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เห็นขัดแย้งไม่ใช่ประเด็นที่ยากเกินกว่าจะทำการแก้ไข และให้ สนช.ยอมรับได้
2.นายกรัฐมนตรีได้แถลงหลังการประชุมเมื่อวันที่ 27 ก.พ.2561 ยืนยันถึงการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นก่อนเดือน ก.พ.2562
3.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้ออกมายืนยันว่าไม่มีปัจจัยใดที่จะทำให้การเลือกตั้งเลื่อนออกไป
ผมคาดว่าหลังมีมติเห็นชอบจาก สนช. ตลาดน่าจะตอบรับเชิงบวก ต่อเส้นทางการเลือกตั้งที่ชัดเจน และเป็นปัจจัยที่ทำให้สภาพคล่องส่วน เพิ่มมีมากขึ้น ทั้งจากนักลงทุนและกองทุนในประเทศ รวมไปถึงคาดว่า นักลงทุนต่างประเทศจะกลับเข้ามาซื้อในตลาดหุ้นไทย (SET) มากขึ้น ในหุ้นที่อิงกับวงจรการลงทุน การบริโภคในประเทศ เช่น ธนาคาร รับเหมา นิคมอุตสาหกรรม อสังหาริมทรัพย์ ค้าปลีก และการเงิน ซึ่งจะช่วยหนุน SET Index ฟื้นได้ในสัปดาห์หน้า ก่อนกลับขึ้นไปทดสอบ 1,850 จุด ได้ภายในเดือน มี.ค.







