posttoday
ปัจจัยในประเทศ แข็งแกร่ง

ปัจจัยในประเทศ แข็งแกร่ง

06 มีนาคม 2561

ประกิต สิริวัฒนเกตุนักกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทยแม้จะมีแรงกดดันจากปัจจัยต่างประเทศ ตลาดไทยยังมีปัจจัยภายในประเทศหนุนต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง รวมถึงการลุ้นความคืบหน้าการเลือกตั้งในสัปดาห์นี้

ประกิต สิริวัฒนเกตุนักกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย

แม้จะมีแรงกดดันจากปัจจัยต่างประเทศ ตลาดไทยยังมีปัจจัยภายในประเทศหนุนต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง รวมถึงการลุ้นความคืบหน้าการเลือกตั้งในสัปดาห์นี้

สำหรับประเด็นแรก การรายงานเศรษฐกิจไทยในเดือน ม.ค. 2561

1.การส่งออกขยายตัว 16.7% (สูงที่สุดในรอบ 62 เดือน) โดยเป็นการขยายของสินค้าทุกประเภท ทั้งจากภาคอุตสาหกรรมและภาคเกษตร

2.จำนวนนักท่องเที่ยวขยายตัว 10.9% เป็นการปรับเพิ่มขึ้นทุกสัญชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่มาเพิ่มอีก 12.8% และรัสเซีย 28.2%

3.เครื่องชี้การบริโภคในประเทศขยายเกือบทุกหมวด โดยเฉพาะการใช้จ่ายในหมวดสินค้าคงทน (บ้าน รถยนต์ รถจักรยานยนต์) ขยายตัวกว่า 9.8% ส่วนสินค้ากึ่งคงทนและไม่คงทนมีการขยายตัว 5.1% และ 0.5% ตามลำดับ หนุนการผลิตภาคอุตสาหกรรมขยายตัวตาม 3.4%

4.กำลังซื้อโดยรวมยังไม่เข้มแข็งเท่าไรนัก รายได้นอกภาคเกษตรขยายตัว 4.1% แต่รายได้ภาคเกษตรหดตัวลง 3.4% จากราคาสินค้าเกษตรที่ ลดลง 14.6% แม้จะได้ปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้น 13%

5.เครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชนดีขึ้น การนำเข้าสินค้าทุนขยายตัว 13.7% และเครื่องจักรขยายตัว 6.2% ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างปรับ เพิ่มขึ้น 0.9%

ตัวเลขที่ประกาศสะท้อนว่าภาพรวมเศรษฐกิจภายในประเทศดูแข็งแกร่งขึ้นในทุกด้าน โดยเฉพาะการบริโภคในประเทศ ในขณะที่การลงทุน ภาคเอกชนเองก็ดูดีขึ้น อาจทำให้มีโอกาสที่เศรษฐกิจ (จีดีพี) ไตรมาสแรก ปี 2561 ขยายตัวเกิน 4% ได้ ด้วยภาพดังกล่าวผมมองว่ากลุ่มธนาคารเป็นกลุ่มที่จะตอบสนองต่อตัวเลขเศรษฐกิจข้างต้นได้ดีที่สุด และยังเลือกธนาคารกรุงเทพ (BBL) ธนาคารกรุงไทย (KTB) บริษัท ทิสโก้ไฟแนน เชียลกรุ๊ป (TISCO) เป็นหุ้นเด่นต่อเนื่อง

สำหรับประเด็นที่สองสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จะประชุม เพื่อพิจารณาพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ในวันที่ 8 มี.ค. 2561 หลังคณะกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่ายได้แก้ไขเสร็จเรียบร้อยไปเมื่อ วันที่ 27 ก.พ. 2561 ซึ่งผมเชื่อว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ สนช.จะมีมติเห็นชอบเนื่องจาก

1.ประเด็นที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เห็นขัดแย้งไม่ใช่ประเด็นที่ยากเกินกว่าจะทำการแก้ไข และให้ สนช.ยอมรับได้

2.นายกรัฐมนตรีได้แถลงหลังการประชุมเมื่อวันที่ 27 ก.พ.2561 ยืนยันถึงการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นก่อนเดือน ก.พ.2562

3.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้ออกมายืนยันว่าไม่มีปัจจัยใดที่จะทำให้การเลือกตั้งเลื่อนออกไป

ผมคาดว่าหลังมีมติเห็นชอบจาก สนช. ตลาดน่าจะตอบรับเชิงบวก ต่อเส้นทางการเลือกตั้งที่ชัดเจน และเป็นปัจจัยที่ทำให้สภาพคล่องส่วน เพิ่มมีมากขึ้น ทั้งจากนักลงทุนและกองทุนในประเทศ รวมไปถึงคาดว่า นักลงทุนต่างประเทศจะกลับเข้ามาซื้อในตลาดหุ้นไทย (SET) มากขึ้น ในหุ้นที่อิงกับวงจรการลงทุน การบริโภคในประเทศ เช่น ธนาคาร รับเหมา นิคมอุตสาหกรรม อสังหาริมทรัพย์ ค้าปลีก และการเงิน ซึ่งจะช่วยหนุน SET Index ฟื้นได้ในสัปดาห์หน้า ก่อนกลับขึ้นไปทดสอบ 1,850 จุด ได้ภายในเดือน มี.ค.

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน