
แรงงานต่างชาติขาดแคลน (คอลัมน์โลกมองไทย)
ภายใต้ทิศทางเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวดีขึ้น การค้าและการลงทุนในหลายภูมิภาคจึงขยับตัวคึกคักขึ้นตาม
โดย ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
ภายใต้ทิศทางเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวดีขึ้น การค้าและการลงทุนในหลายภูมิภาคจึงขยับตัวคึกคักขึ้นตาม โดยเฉพาะอาเซียนซึ่งยังมีการผลักดันการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และการลงทุนรองรับยุคเศรษฐกิจดิจิทัลในอีกหลายประเทศด้วย
อย่างไรก็ดี นิกเกอิ เอเชียน รีวิว รายงานว่า บางประเทศในอาเซียน เช่น ไทยและมาเลเซีย อาจต้องเผชิญปัญหาติดขัดเรื่องแรงงานจากมาตรการจำกัดแรงงานต่างชาตินับล้านอย่าง เข้มงวดมากกว่าเดิม ซึ่งยังส่งผล กระทบต่อค่าแรงที่แพงขึ้น และยังเสี่ยงกระทบต่อรูปแบบการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต้องพึ่งการไหลเวียนอย่างเสรีของแรงงานราคาถูกอีกด้วย
สื่อญี่ปุ่นรายนี้ยกตัวอย่างถึงสถานการณ์ในบริษัท ท็อป โกลฟ ผู้ผลิตถุงมือยางรายใหญ่ที่สุดในโลกจากมาเลเซีย และเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้นว่า กำลังเผชิญความท้าทายเรื่องค่าแรงที่พุ่งสูง เนื่องจากมาตรการควบคุมแรงงานต่างชาติทำให้มาเลเซียกำลังขาดแคลนคนกลุ่มนี้ บริษัทจึงต้องเสนอค่าตอบแทนที่สูงขึ้นเพื่อจูงใจแรงงานต่างชาติ และทำให้ต้นทุนสูงขึ้นตามไปด้วย เพราะแรงงานต่างชาติมีสัดส่วนมากกว่าครึ่งของแรงงานทั้งหมด 1.3 หมื่นคน
ส่วนในประเทศไทยนั้น รายงานได้ติดตามในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร ซึ่งเป็นศูนย์กลางการประมงแห่งใหญ่ในประเทศว่า กำลังเผชิญภาวะขาดแคลนแรงงานถึงราว 5,000 คน หลังจากที่รัฐบาลหันมาควบคุมดูแลกฎระเบียบเข้มงวดขึ้น จนทำให้แรงงานจำนวนมากต้องย้ายออกไป
จากข้อมูลของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) พบว่าอาเซียนมีแรงงานเคลื่อนย้ายภายในภูมิภาคราว 6.9 ล้านคน ในจำนวนนี้เกือบ 80% กระจุกตัวอยู่ในไทยและมาเลเซีย ซึ่งที่ผ่านมาทั้งสองประเทศนี้ต่างก็ยอมหลับตาข้างเดียวในเรื่องแรงงานต่างชาติมานานหลายปี ขณะที่ข้อมูลของยูเอ็นและหน่วยงานท้องถิ่นประเมินว่ามีแรงงานราว 4 ล้านคน ที่เคยลักลอบทำงานอย่างผิดกฎหมายในไทยและมาเลเซีย
แรงงานเคลื่อนย้ายส่วนใหญ่ต่างมาจากประเทศยากจนกว่าในภูมิภาค แต่ปัจจุบันแรงงานจำนวนมากต้องกลับประเทศไปเนื่องจากไทยและมาเลเซีย มีการปราบปรามแรงงานเถื่อนอย่างจริงจังมากขึ้น หลังจากสหรัฐและสหภาพยุโรป (อียู) ได้วิพากษ์วิจารณ์ปัญหาการจ้างงานแรงงานต่างชาติที่ขาดการให้ความคุ้มครองตามกฎหมาย และยังมีการละเมิดสิทธิมนุษยชน เกิดขึ้นด้วย n







