posttoday
ฤดูผลประกอบการ ที่นักลงทุนรอคอย

ฤดูผลประกอบการ ที่นักลงทุนรอคอย

26 กุมภาพันธ์ 2561

ฤดูผลประกอบการที่นักลงทุนรอคอย ปกติบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (SET) และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) จะต้องส่งงบการเงินให้ตลาดปีละ 4 ครั้ง โดย 3 ไตรมาสแรกจะต้องส่งหลังจากปิดงบ ณ สิ้นไตรมาสภายใน 45 วัน ยกเว้นไตรมาสสุดท้าย ซึ่งบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่จะส่งเป็นงบปี โดยตลาดกำหนดให้ส่งภายในสิ้นเดือน ก.พ. ถ้าบริษัทใดส่งไม่ทันตลาดก็จะขึ้นเครื่องหมาย NP เพื่อแจ้งนักลงทุนให้ทราบว่าตลาดกำลังรอบริษัทจดทะเบียนนั้นส่งงบการเงินมาให้ตลาดหลักทรัพย์ เพื่อจะเผยแพร่งบดังกล่าวให้นักลงทุนทราบ หลังจากนั้นก็จะมีเทศกาล Opportunity Day หรือเรียกกันสั้นๆ ว่า OPP DAY ซึ่งเป็นงานที่บริษัทจดทะเบียนมาพบกับนักลงทุน มาเล่าเรื่องราวของธุรกิจของตนในไตรมาสที่ผ่านมาแก่นักลงทุน รวมถึงชี้แจงงบการเงิน ผลประกอบการ และพูดถึงโครงการที่ทำอยู่ในปัจจุบันและอนาคต ซึ่งจะจัดขึ้นที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ความสนใจของนักลงทุนมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความนิยมในบริษัทนั้นๆ ถ้าช่วงนั้นบริษัทจดทะเบียนรายใดมีมูลค่าการซื้อขายต่อวันคึกคัก ก็คาดเดาได้เลยว่าวันที่บริษัทนั้นมานำเสนอข้อมูลในเทศกาล OPP DAY จะมีคนเข้าฟังล้นหลาม

ฤดูผลประกอบการที่นักลงทุนรอคอย ปกติบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (SET) และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) จะต้องส่งงบการเงินให้ตลาดปีละ 4 ครั้ง โดย 3 ไตรมาสแรกจะต้องส่งหลังจากปิดงบ ณ สิ้นไตรมาสภายใน 45 วัน ยกเว้นไตรมาสสุดท้าย ซึ่งบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่จะส่งเป็นงบปี โดยตลาดกำหนดให้ส่งภายในสิ้นเดือน ก.พ. ถ้าบริษัทใดส่งไม่ทันตลาดก็จะขึ้นเครื่องหมาย NP เพื่อแจ้งนักลงทุนให้ทราบว่าตลาดกำลังรอบริษัทจดทะเบียนนั้นส่งงบการเงินมาให้ตลาดหลักทรัพย์ เพื่อจะเผยแพร่งบดังกล่าวให้นักลงทุนทราบ หลังจากนั้นก็จะมีเทศกาล Opportunity Day หรือเรียกกันสั้นๆ ว่า OPP DAY ซึ่งเป็นงานที่บริษัทจดทะเบียนมาพบกับนักลงทุน มาเล่าเรื่องราวของธุรกิจของตนในไตรมาสที่ผ่านมาแก่นักลงทุน รวมถึงชี้แจงงบการเงิน ผลประกอบการ และพูดถึงโครงการที่ทำอยู่ในปัจจุบันและอนาคต ซึ่งจะจัดขึ้นที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ความสนใจของนักลงทุนมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความนิยมในบริษัทนั้นๆ ถ้าช่วงนั้นบริษัทจดทะเบียนรายใดมีมูลค่าการซื้อขายต่อวันคึกคัก ก็คาดเดาได้เลยว่าวันที่บริษัทนั้นมานำเสนอข้อมูลในเทศกาล OPP DAY จะมีคนเข้าฟังล้นหลาม

ตลท.ถ่ายทอดทางอินเทอร์เน็ตในรูป WEBCAST ซึ่งสามารถจะดูสดได้เสมือนกับการเข้าฟังในห้องประชุมของ ตลท.เลยทีเดียว หรือถ้าไม่สะดวกจะรับชมในช่วงขณะนั้น ตลาดหลักทรัพย์ก็ยังทำเป็นวิดีโอให้ชมกันภายหลังอีกด้วย ถือว่าสะดวกมากๆ ซึ่งผมเองก็ใช้วิธีชมทางอินเทอร์เน็ตในรูปแบบ WEBCAST และวิดีโอ แล้วแต่ความสะดวกและถ้าชมสดๆ ในรูป WEBCAST ท่านยังสามารถส่งข้อความถามผู้บริหารได้ในทันที ส่วนคำถามของท่านอาจจะได้รับการตอบหรือไม่ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้บริหารบริษัทนั้นๆ และเวลามีเพียงพอหรือไม่

ผมขอชมเชยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่กรุณาจัดให้มีงาน OPP DAY พร้อมทั้งมีการถ่ายทอดสดและอัดเป็นวิดีโอให้นักลงทุนได้มีโอกาสติดตามและสอบถามข้อมูลจากผู้บริหาร เพื่อเป็นการพิจารณาที่จะตัดสินใจลงทุนในบริษัทจดทะเบียนเหล่านั้น ถ้าผมจำไม่ผิดงาน OPP DAY เริ่มมีครั้งแรกในสมัยที่ท่านกิตติรัตน์ ณ ระนอง เป็นผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ และท่านก็เป็นผู้ก่อตั้งห้องสมุดมารวย (มารวย เป็นชื่อของผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยคนแรก ที่นักลงทุนสมัยนั้นชื่นชมผลงานและการเอาใจใส่ต่อนักลงทุนเป็นอย่างมาก) เป็นห้องสมุดที่มีหนังสือเกี่ยวกับการลงทุนทั้งไทยและเทศ ให้นักลงทุนเข้ามาใช้บริการ และถ้าเป็นสมาชิกก็สามารถยืมหนังสือกลับไปอ่านที่บ้านได้ด้วย

ช่วงประกาศผลประกอบการจะเป็นที่ลุ้นระทึกของนักลงทุนหลายๆ ท่าน โดยเฉพาะนักลงทุนแบบหุ้นคุณค่า (วีไอ) จะได้ตรวจสอบดูว่าผลประกอบการที่บริษัทจดทะเบียนที่ถืออยู่หรือติดตามอยู่ มีผลประกอบการสอดคล้องกับการคาดการณ์ของตนหรือไม่ ถ้าไม่ เพราะเหตุใด ผมเองนอกจากจะดูบรรทัดสุดท้าย (กำไร/หุ้น) แล้วผมก็จะวิเคราะห์งบการเงินที่ประกาศออกมาดูไส้ในว่ากำไร/ขาดทุนเกิดจากอะไร ดูทุกบรรทัด ถ้าลักษณะของรายได้หรือกำไรเป็นฤดูกาล จะทำให้ตีความหมายของผลประกอบการเมื่อเทียบระหว่างไตรมาสต่อไตรมาส รวมทั้งผมจะอ่านหมายเหตุประกอบงบการเงิน และความเห็นของผู้สอบบัญชีประกอบด้วย ถ้าผลประกอบการไม่สอดคล้องกับความคาดหมายของผม จากปัจจัยบางอย่างที่ผมคาดไม่ถึง ผมก็อาจปรับการคาดการณ์ผลประกอบการของไตรมาสถัดไป และผลประกอบการรายปี เพื่อให้การคาดการณ์มีความแม่นยำมากขึ้น ช่วงนี้ผมจะต้องทำงานหนักมากกว่าปกติคือ ต้องติดตามและงบการเงินบริษัทที่ผมน่าสนใจ และเฝ้าดูการชี้แจงของผู้บริหารที่มาออกงาน OPP DAY

นี่คือสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผมพยายามถือหุ้นไม่เกิน 8 ตัว ผมไม่สามารถจะติดตามข้อมูลข่าวสารโดยเฉพาะช่วงเวลาประกาศงบการเงินได้ทัน และวิเคราะห์เจาะลึกได้อย่างละเอียดลออ เพราะว่านอกจากจะต้องอ่านงบการเงินของบริษัทที่ลงทุนบริษัทละ 4 ครั้งใน 1 ปีแล้ว

ผมเป็นพวกคุณละเอียด คือจะดูงบการเงินของบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกันด้วย เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการบริหารกิจการของบริษัทที่ผมลงทุนอยู่กับบริษัทคู่แข่ง ลองคิดดูนะครับ ถ้าถือหุ้นของ 8 บริษัท ผมต้องอ่านงบการเงิน 8X4x3 = 96 งบเลยทีเดียวครับ ผมจะอ่านงบการเงินของบริษัทคู่แข่ง 2 บริษัท เพื่อเปรียบเทียบกับบริษัทที่ผมลงทุนเอาไว้ 1 บริษัท

นอกจากนั้น ยังต้องอ่านรายงาน 56-1 และรายงานประจำปีที่มักจะออกมาในช่วงต้นปีอีกด้วย ซึ่งเฉลี่ยมีความยาวประมาณ 150 หน้า เท่ากับว่าผมจะต้องอ่านรายงาน 56-1 8X3X150 = 3,600 หน้า และต้องอ่านรายงานประจำปีของบริษัทถึง 8X3 =24 บริษัทเลยทีเดียว ผมเห็นนักลงทุนบางท่านมีหุ้นมากกว่า 30 ตัวในพอร์ตอยู่หลายท่าน ผมจินตนาการไม่ออกเลยว่าช่วงเวลานี้เขาจะต้องทำงานหนักแค่ไหน ถ้าต้องทำแบบที่ผมทำ นั่นคือสาเหตุที่นักลงทุนหลายท่านเลือกที่จะลงทุนหุ้นน้อยตัว แค่เพิ่ม น้ำหนักในหุ้นแต่ละตัวที่ถือให้มากหน่อย การใส่ไข่ไว้หลายตะกร้าเป็นสิ่ง ที่ดี แต่ถ้าใส่ไว้ใน 30 ตะกร้า คุณมีแค่ 2 มือจะถืออย่างไรครับ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน