
ยกเครื่องการศึกษา ด้วยแฮกกาธอน
ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญเรื่องของการศึกษานั้นเรียกได้ว่ากำลังอยู่ในช่วงวิกฤตอย่างมาก จนทำให้หลายภาคส่วนอยากที่จะหาเครื่องมือ หรือหลักสูตรที่เข้ามาช่วยพัฒนาคุณภาพของเด็กให้ดีขึ้น ทีดีอาร์ไอได้จัดทำผลสำรวจด้านการศึกษาพบว่าเด็กไทย 50% อ่านหนังสือไม่ออก อีก 53% จับใจความไม่ได้ และ 47% ใช้คณิตศาสตร์พื้นฐานไม่ได้
ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
เรื่องของการศึกษานั้นเรียกได้ว่ากำลังอยู่ในช่วงวิกฤตอย่างมาก จนทำให้หลายภาคส่วนอยากที่จะหาเครื่องมือ หรือหลักสูตรที่เข้ามาช่วยพัฒนาคุณภาพของเด็กให้ดีขึ้น ทีดีอาร์ไอได้จัดทำผลสำรวจด้านการศึกษาพบว่าเด็กไทย 50% อ่านหนังสือไม่ออก อีก 53% จับใจความไม่ได้ และ 47% ใช้คณิตศาสตร์พื้นฐานไม่ได้
สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า เรื่องการศึกษาถือว่าเป็นปัญหาของประเทศ หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงในวันนี้ในอนาคตจะยิ่งเสียโอกาส ซึ่งต้องยอมรับว่า 1 ใน 3 ของการศึกษาอยู่ที่โรงเรียน อีก 1 ใน 3 อยู่กับครอบครัว ส่วนที่เหลือคือสิ่งที่ต้องพบเจอในสังคม
หากพื้นที่การศึกษาไม่ผลักดันให้ เหนือขึ้นกว่าเดิม พึ่งพาระบบการศึกษาแบบเดิม ไม่เอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยพัฒนาความสามารถด้านการศึกษา เด็กจะไม่มีวันปรับตนเองได้ การร่วมมือของภาคเอกชนครั้งนี้จะช่วยจุดประกายด้านการศึกษาให้ดีขึ้น
นอกจากนี้ ทางทีอีพีได้ทำแซนด์บ็อกซ์ หรือระบบพัฒนาหลักสูตรด้านการศึกษาร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ คาดว่าจะเห็นผลภายในเดือนนี้
กระทิง พูนผล ผู้ก่อตั้งดิสรัป ยูนิเวอร์ซิตี้ และ นักลงทุน 500 ตุ๊กตุ๊ก กล่าวว่า เรากำลังอยู่ในประเทศที่ดิจิทัลเข้ามาดิสรัปทุกอย่าง ทำให้มีเทคโนโลยีที่เดินหน้าแบบก้าวกระโดด ไม่ว่าจะเป็นเอไอ โรโบติกส์ การวิเคราะห์ข้อมูล เรียกได้ว่ากำลังเข้าสู่ยุคหักศอก คือเทคโนโลยีจะเปลี่ยนแบบกะทันหัน หากไม่เริ่มปรับตัวให้ทัน ธุรกิจก็จะ ถูกดิสรัปแบบไม่ทันตั้งตัว
"เทคโนโลยีไปเร็วกว่าที่คิด ผมลงทุนสตาร์ทอัพกว่า 700-800 บริษัท พบว่าเราอยู่ในยุค 30% ของงานจะแทนที่ด้วยหุ่นยนต์ใน 12 ปี" กระทิง กล่าว
ทั้งนี้ การศึกษาในยุคดิจิทัลเอง ก็จะถูกทำลายล้างอย่างรวดเร็ว หลายฝ่ายมองว่าหลักสูตรการศึกษาของไทยกำลังถดถอย ซึ่งอุตสาหกรรมด้านการศึกษาของต่างประเทศที่มีมูลค่ากว่า 1.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่สตาร์ทอัพของไทยที่คิดเรื่องการศึกษายังมีน้อย
นอกจากนี้ เด็กรุ่นใหม่ยังขาดดิจิทัลทาเลนต์อีกมาก ทั้งด้านการวางแผน วิเคราะห์ และรู้จักปรับใช้เครื่องมือทางเทคโนโลยี ทำให้ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันฟื้นทักษะด้านการศึกษา เพราะความคิดสร้างสรรค์ของเด็กไทยยังมีน้อยมาก ซึ่งการผลักดันเรื่องแฮกกาธอนจะเป็นการจุดประกายให้เด็กรุ่นใหม่มีแรงบันดาลใจในการเดินหน้านวัตกรรมใหม่
แฮกกาธอน คือ การร่วมมือกันระหว่างฝ่ายออกแบบ โปรแกรม และพัฒนาตลาดมาร่วมมือกันสร้างสรรค์นวัตกรรมและเขียนโปรแกรมอย่าง ต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดสินค้าหรือบริการ ที่เปลี่ยนโลก โดยภาคเอกชนไม่ว่าจะ เป็นดีแทค เคแบงค์ ปตท. ทีดีอาร์ไอ และ ทีซีพี มองว่าจะเป็นโอกาสให้แก่คนรุ่นใหม่ได้มาแชร์ความรู้ความสามารถ เพื่อ พัฒนาคนรุ่นถัดไปให้มีความสามารถมากขึ้น
สราวุฒิ อยู่วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจทีซีพี (TCP) กล่าวว่า ภาคธุรกิจกำลังอยู่ในยุคดิสรัปชั่นทุก ด้านอย่างรุนแรงและเป็นยุคแห่งความตื่นเต้นว่าจะมีที่ยืนในธุรกิจเดิมต่อไปได้หรือเปล่า ไม่ว่าธุรกิจของคุณจะอยู่มานานเป็นสิบเป็นร้อยปี แต่ไม่เปิดรับโอกาสและเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งจะเสียโอกาสในการเรียนรู้ได้ง่ายๆ
ยกตัวอย่างคำพูดของลีกวนยิวที่กล่าวไว้ว่า คนที่มีการศึกษาคือคนที่เรียนรู้ตลอดเวลาไม่ใช่คนที่เรียนจบมหาวิทยาลัย การที่คนยุคปัจจุบันสร้างฐานการเรียนรู้ใหม่ๆ เทคโนโลยีใหม่ๆ คนทุกระดับต้องเรียนรู้เรื่องใหม่อยู่ตลอด
ต้องยอมรับว่าเด็กในยุคนี้แม้จะเก่งเทคโนโลยีแต่กลับไม่มีความรู้รอบด้าน หรือยังขาดความสามารถในการพัฒนาตัวตน หากไม่เริ่มพัฒนาทักษะและความสามารถของเด็กตั้งแต่ขั้นของการศึกษา ประเทศไทยย่อมเสียโอกาสในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อย่างมหาศาล







