ส่งออกทำสถิติพุ่ง 17.56%
สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า การส่งออกสินค้าไทยเดือน ม.ค. 2561 มีมูลค่า 2.01 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 17.56% เทียบกับเดือน ม.ค. 2560 เป็นการขยายตัวสูงสุดในรอบ 62 เดือน ซึ่งการส่งออกสินค้าเกือบทุกรายการขยายตัว โดยเฉพาะสินค้าเกษตรส่งออกเพิ่มขึ้น ทั้งปริมาณและมูลค่า โดยสินค้ากลุ่มดังกล่าวขยายตัว 16.2% ยกเว้นยางพาราและน้ำตาล รวมทั้งยังมีแนวโน้มที่ดีขึ้น สะท้อนว่า ค่าเงินบาทแข็งค่าไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทย และค่าเงินบาทที่แข็งค่านั้นมาจากการที่สหรัฐทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า ซึ่งส่งผลให้ประเทศอื่นในภูมิภาคแข็งค่าเป็นไปในทิศทางเดียวกับไทย อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่าในปีนี้การส่งออกจะขยายตัวได้ 8% ตามเป้าหมาย
เลิกโรงไฟฟ้าถ่านหินภาคใต้
ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมว.พลังงาน กล่าวยืนยัน ในช่วงเวลา 5 ปีหลังจากนี้ ยังไม่มีความจำเป็นต้องก่อสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ โดยเฉพาะจากเชื้อเพลิงถ่านหินในพื้นที่ภาคใต้ เนื่องจากปริมาณไฟฟ้าเพียงพอกับความต้องการใช้ มีกำลังผลิตจากโรงไฟฟ้าหลักจากโรงไฟฟ้าจะนะและโรงไฟฟ้าขนอม รวม 2,400 เมกะวัตต์ และเมื่อรวมกับนโยบายให้ผลิตไฟฟ้าชีวมวลในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (จ.ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส) อีกอย่างต่ำ 200 เมกะวัตต์ ขณะที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มีแผนขยายสายส่งไฟฟ้าจากภาคกลางลงมายังภาคใต้ขนาด 500 เควี 2 เส้นรองรับไฟฟ้าเพิ่มขึ้นได้ถึง 1,000 เมกะวัตต์
เอกชนเร่งขายไอซีโอ
นายสุวิชญ โรจนวานิช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า มีหลายบริษัทที่ระดมทุนด้วยสกุลเงินดิจิทัล (ไอซีโอ) โดยที่ยังไม่มีฐานกฎหมายในการออกไอซีโอในประเทศไทย ซึ่งหากนักลงทุนขาดทุนจะเรียกร้องความเสียหายไม่ได้ วันที่ 26 ก.พ.นี้ บริษัท โปรเจค แพลนนิ่ง เซอร์วิส (PPS) บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) จะแถลงข่าวตั้งบริษัทร่วมทุนดำเนินธุรกิจปล่อยสินเชื่อบริษัทก่อสร้างซึ่งจะระดมทุนผ่านไอซีโอ โปรคอยน์ และยังมีบริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ และบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น ที่อยู่ระหว่างการศึกษา เพราะเป็นการระดมทุนที่ไม่ยุ่งยากและมีต้นทุนต่ำ และก่อนหน้านี้มีบริษัทสตาร์ทอัพที่ออกเงินดิจิทัล เช่น เจ เวนเจอร์ส (เจวีซี) บริษัทลูกของบริษัท เจมาร์ท ตุ๊กตุ๊กพาส คริปโตเวชั่น เป็นต้น
ไทยเบฟผงาดอาเซียน
หลังจากบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ ได้ปิดดีลซื้อกิจการธุรกิจ 4 รายการ ประกอบด้วย การเข้าซื้อหุ้น 76% ธุรกิจร้านอาหารของบริษัท สไปซ์ ออฟ เอเชีย การเข้าซื้อหุ้น 75% ผู้ประกอบการสุรารายใหญ่ของประเทศเมียนมา จากแกรนด์ รอยัล กรุ๊ป รวมถึงการเข้าซื้อกิจการร้านเคเอฟซีจำนวน 252 สาขาในไทย จากบริษัท ยัม เรสเทอ
รองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) และการซื้อหุ้น 53.6% ธุรกิจเบียร์อันดับ 1 ของประเทศเวียดนาม จาก ไซ่ง่อน เบียร์ แอลกอฮอล์ คอร์ปอเรชั่น หรือซาเบโก ทั้งนี้ ซาเบโกมีส่วนแบ่งตลาดเบียร์เป็นอันดับ 1 ของอาเซียน ครองสัดส่วน 17% จากมูลค่าตลาดรวมกว่า 9,000 ล้านลิตร ซึ่งเมื่อนำส่วนแบ่งตลาดดังกล่าวรวมกับของเบียร์ช้างที่มีอยู่ราว 9% จะมีส่วนแบ่งตลาดรวมอยู่ที่ 26% ของเบียร์อาเซียน ขณะเดียวกัน การเข้าถือหุ้นแกรนด์ รอยัล กรุ๊ป ซึ่งเป็นผู้นำตลาดสุราประเภทวิสกี้ของประเทศเมียนมา เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริษัทเป็นผู้นำธุรกิจเครื่องดื่มของภูมิภาคอาเซียน